หุ้นใหญ่นำ SET บวกต่อหลังทะลุ 1,350 จุดชู 19 บจ.ร้อน หุ้นรับเหมา-Laggard เด่นสุด

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสปรับขึ้นต่อหลังวานนี้ผ่านแนวต้านสำคัญที่ 1,350 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายหนาแน่น ขณะที่ทิศทางจากต่างประเทศยังเป็นบวก โดยหุ้นกลุ่มใหญ่ยังเป็นกลุ่มผลักดันดัชนี ส่วนการขึ้น XD ของ PTT 4 บาท วันนี้ มีผลต่อดัชนีเพียง 1.25 จุดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม อาจมีแรงขายออกมาบ้างหลังดัชนีปรับตัวขึ้นแรง การลงทุนเน้นกลุ่มรับเหมาฯ และกลุ่ม Laggard

ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ รายงาน เช้านี้ ณ เวลา 9.12 น. ค่าเงินบาทอยู่ที่ 35.49 บาทต่อเหรียญ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังมีรายงานว่าภาคเอกชนของสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นมากกว่าการคาดการณ์ในเดือนก.พ. ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 3 วันทำการ

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสปรับขึ้นต่อหลังวานนี้ผ่านแนวต้านสำคัญที่ 1,350 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายหนาแน่น ขณะที่ทิศทางจากต่างประเทศยังเป็นบวก โดยหุ้นกลุ่มใหญ่ยังเป็นกลุ่มผลักดันดัชนี ส่วนการขึ้น XD ของ PTT 4 บาท วันนี้ มีผลต่อดัชนีเพียง 1.25 จุดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม อาจมีแรงขายออกมาบ้างหลังดัชนีปรับตัวขึ้นแรง

การลงทุนเน้นกลุ่มรับเหมาฯ และกลุ่ม Laggard หุ้นเด่นเลือก AOT-PTT-SCB-KTB-ADVANC-INTUCH-UNIQ-CK-DTAC-CPN-TMB-CHG-RPC-KTB-SCC-BH-CPALL-BDMS และ MBAX

 

บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ (3 มี.ค.) ว่า การขึ้น XD ของ PTT 4 บาทวันนี้ มีผลต่อ SET เพียง 1.25 จุดเท่านั้น ขณะที่การ Breakout แนวต้านสำคัญที่ 1,350 จุด เมื่อวานนี้ด้วยปริมาณการซื้อขายหนาแน่นเป็นสัญญาณ “บวก” ต่อเนื่องระยะสัปดาห์ ประกอบกับปัจจัยบวกจาก 1) Fed ไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย 2) คาด ECB และ BOJ จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มกลางเดือนนี้  และ 3) ราคาน้ำมันฟื้นตัวต่อเนื่อง ประเมินเป้าหมายระยะสัปดาห์ที่ 1,372/1,385/1,400 จุด

หุ้นใหญ่เป็น “กลุ่มนำ” ตลาดต่อเนื่อง และแนะนำ “ซื้อ” AOT PTT SCB KTB ADVANC และ INTUCH ขณะที่หุ้นขนาดกลางที่ราคาหุ้นยัง Laggard ตลาด และมีจังหวะ Outperform ตลาด ได้แก่

1) รับเหมาฯ “ซื้อ” UNIQ CK คาดประมูลรถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง มูลค่า 1.1 แสนล้านบาท กลางปีนี้ในรูปแบบ PPP

2) หุ้น Laggard Plays “ซื้อ” DTAC (ราคาหุ้น Laggard กลุ่มสื่อสาร) CPN TMB CHG

 

บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (3 มี.ค.) ว่า ดัชนี SET ที่พุ่งขึ้นมาในกรอบ 1360-1370 จุด จากแรงหนุนของปัจจัยในต่างประเทศ น่าจะเริ่มมีกรอบในการขึ้นน้อยลง เนื่องจากดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรมหลักๆ ทั้ง ธนาคารพาณิชย์ สื่อสารและพลังงาน ขึ้นมามากกว่า 10% ตั้งแต่ต้นปี และมีแนวโน้มสูงที่หุ้นเหล่านี้จะพักตัวหรือเผชิญกับแรงขายทำกำไร

ส่วนกลุ่มที่ยังพอมีแรงหนุนที่ยังตามได้ในช่วงสั้นๆ นี้ คือ รับเหมาเล็กอย่าง UNIQ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์สร้างบ้าน LH ปิโตรเคมีอย่าง IVL และธนาคารเล็ก KKP วันนี้มองดัชนี SET เปิดขึ้นมาจะดีดตัวขึ้นต่อ แต่จะเริ่มมีแรงขายหุ้นสลับออกมา ส่งผลให้ดัชนี SET แกว่งตัวทั้งแดนบวกและลบ โดยมีแนวต้านที่ 1,370-1,375 จุด ส่วนแนวรับที่ 1,358-1,354 จุด

Themes play: CPALL

 

บล.แอพเพิล เวลธ์ ระบุในบทวิเคราะห์ (3 มี.ค.) ว่า การซื้อขายวานนี้เม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่มใหญ่ใน SET50 สะท้อนปัจจัยบวกจากมาตรการผ่อนคลายนโยบายการเงินของ ECB, BOJ และคาด Fed จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม เป็นปัจจัยช่วยหนุนให้ Fund Flows เริ่มไหลกลับสู่ตลาดหุ้นเกิดใหม่

กลยุทธ์การลงทุน วางเป้าหมายดัชนีที่ระดับ 1,380-1,400 จุด แนะนำซื้อหุ้นกลุ่ม Big Cap เช่น KTB, SCC, BH และ BDMS

 

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (3 มี.ค.) ว่า ได้เวลาทำกำไร หลังวานนี้ดัชนีทะยานผ่านแนวต้าน 1,360 ขึ้นมาด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่น ไม่หวั่นแม้ภาวะ Overbought จากเครื่องมือทั้งในกราฟรายวันและ Intradayอย่างไรก็ตามภาพแท่งเทียนตอนท้ายเป็น Bearish พร้อมเครื่องมือปรับค่าลงทำให้ภาพระยะสั้นเริ่มดูไม่ดี

แนะนำทยอยทำกำไรและรอรับเมื่อเกิดการปรับฐานอีกครั้ง โดยให้แนวรับที่ 1,360-1,355 จุด แนวต้าน 1,370-1,375 จุด

 

บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ (3 มี.ค.) คาดการณ์มุมมองทางเทคนิค กราฟล่าสุดแสดงภาพการ breakout เหนือแนวเส้น MA10 ยังให้ภาพแบบ breakout ด้วยวอลุ่มที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า ภาพ SET ที่ปรับขึ้นเมื่อวานยังไม่สูงมากนัก มีโอกาสขึ้นต่อ แนวโน้มของตลาดจะเคลื่อนไหวที่กรอบ 1,355-1,375 จุด

หุ้นที่เลือกวันนี้มีโอกาสปรับขึ้น แนะนำซื้อเก็งกำไร RPC และ MBAX