“ศูนย์วิจัยกสิกรฯ” คาด “กนง.” คงดอกเบี้ย 0.5% รอดูตัวเลข GDP ไตรมาส 2-ผลมาตรการรัฐ

“ศูนย์วิจัยกสิกรฯ” คาดประชุม “กนง.” พรุ่งนี้ (5 ส.ค.63) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% รอดูตัวเลข GDP ไตรมาส 2 จากสภาพัฒน์-ผลมาตรการรัฐ

“กนง.” จับตา ศก.ไทย หลังวิกฤต “โควิด” หดตัวต่ำกว่าคาด เจอปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า

“คณะกรรมการนโยบายการเงิน” จับตาเศรษฐกิจไทย หลังวิกฤต “โควิด” คาดหดตัวกว่าที่ประเมิน เจอปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า

ด่วน! “กนง.” มติเอกฉันท์ คงดอกเบี้ย 0.50% ตามคาด-หั่นคาดการณ์ GDP ปี 63 เหลือ -8.1%

ด่วน! “กนง.” มติเอกฉันท์ คงดอกเบี้ย 0.50% ตามคาด พร้อมหั่นเป้าส่งออกทั้งปี ติดลบ 10.3% - GDP -8.1% หนักกว่าวิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 40

หุ้นเด่น! รับ กนง.ลดดอกเบี้ยนโยบาย

เส้นทางนักลงทุน วานนี้ (5 ก.พ. 2563) ทางคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.00% โดยเห็นว่าเสถียรภาพระบบการเงินเปราะบางเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องประสานมาตรการทั้งทางการเงินและการคลัง เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยอาจขยายตัวต่ำกว่าประมาณการเดิม นอกจากนี้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินจะช่วยลดผลกระทบจากปัจจัยลบต่าง ๆ ทั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ภาวะภัยแล้ง และความล่าช้าของ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 สำหรับนโยบายผ่อนคลายทางการเงินด้วยการลดดอกเบี้ย 0.25% ของ กนง. เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์กันไว้ก่อนหน้า… ดังนั้นเมื่อมีการลดดอกเบี้ยเกิดขึ้นตามคาดการณ์!…เชื่อว่าจะมีกลุ่มหุ้นที่อาจได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ อย่างน้อย 4 กลุ่ม อาทิ กลุ่มเช่าซื้อ-ลีสซิ่ง, กลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก, กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มหุ้นปันผลสูง เป็นต้น แล้วทั้ง 4 กลุ่มจะได้รับประโยชน์อย่างไร ??? กลุ่มเช่าซื้อ-ลีสซิ่ง  เนื่องจากบริษัทในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีโครงสร้างสินเชื่อที่เป็นอัตราคงที่สูง (ยกเว้น IFS) ขณะที่ต้นทุนการกู้ของกลุ่มส่วนใหญ่เป็นหุ้นกู้หรือเงินกู้ยืมจากแบงก์พาณิชย์ ดังนั้นเมื่อดอกเบี้ยลดลง ก็จะทำให้ต้นทุนของกลุ่มถูกลงนั่นเอง ทั้งนี้หุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ อาทิ   บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) […]

แบงก์ดี๊ด๊า!รับ กนง.ขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประชุมนัดสุดท้ายของปี 2561 มีมติ 5 ต่อ 2 ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 1.50% มาที่ 1.75% ซึ่งมีผลทันที....เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงิน รวมทั้งเพื่อสร้างขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงินสำหรับอนาคต