สัญญาณจาก ‘แจ็กสัน โฮล’

หลังจากที่ตลาดทั่วโลกผันผวนอย่างรุนแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมา สัปดาห์นี้ก็ไม่น่าจะวางใจได้มากนัก เนื่องจากจะมีหลายๆ เหตุการณ์ที่น่าจะเรียกความสนใจจากนักลงทุนได้มากโขอยู่โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประชุมผู้ว่าการธนาคารกลางทั่วโลกที่จะจัดขึ้นในแจ็กสัน โฮล ในวันศุกร์นี้และการเปิดเผยรายงานการประชุมเดือนกรกฎาคมของธนาคารกลางสหรัฐในวันพุธที่ 21 สิงหาคมนี้

‘Cry for Argentina’

โลกในช่วงนี้เข้าสุภาษิตที่ว่า ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก ในขณะที่เรื่องสงครามการค้าและการประท้วงในฮ่องกงยังไม่คลี่คลาย จู่ ๆ ก็มีเรื่อง “วิกฤติอาร์เจนตินา” โผล่มาให้นักลงทุนวิตกกันอีกครั้ง

สงครามการค้าถึงจุด No Return?

ธนาคารกลางจีนปล่อยให้เงินหยวนอ่อนตัวลงมากสุดในรอบกว่า 10 ปีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาและยังประกาศว่า บริษัทจีนได้หยุดซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐฯ แล้ว ในวันเดียวกันนั้น คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็ได้เพิ่มความตึงเครียดด้วยการตีตราจีนว่าปั่นค่าเงิน  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันจันทร์ เป็นผลมาจากการที่ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีสินค้าจีนอีก 300,000 ล้านดอลลาร์ในอัตรา 10% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

‘นกน้อยในกรงทอง’

คนฮ่องกงได้ออกมาประท้วงอย่างต่อเนื่องร่วม 2 เดือนแล้วและดูเหมือนว่าจะยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่าย ๆและมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ พัฒนาการที่เกิดขึ้นชวนให้สงสัยว่าเหตุใดฮ่องกงซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่เจริญและมั่นคงมานานแล้ว จึงยังมีประชาชนอออกมาประท้วงอีกในยุคนี้

สัมพันธ์สะบั้น ‘น้ำมัน-ตะวันออกลาง’

ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางมักส่งผลต่อราคาน้ำมันมาโดยตลอด  เมื่อใดที่เกิดวิกฤตหรือเหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันที่นั่น ราคาน้ำมันมักจะปรับตัวพุ่งขึ้นทันที

เดาทางได้ยากเหมือนเดิม

จีนและสหรัฐฯ ได้เริ่มเจรจาการค้ากันใหม่หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้ตกลงกันในการประชุมจี 20 เมื่อปลายเดือนมิถุนายน แต่นับจากวันนั้นจนถึงบัดนี้ มีสัญญาณหลาย ๆ อย่างที่ชี้ว่าอีกนานกว่าที่จะได้ข้อตกลง

ก้าวข้าม ‘อดีต’ ไม่ได้

ในช่วงไม่กี่วันมานี้ ได้เกิดความตึงเครียดมากขึ้นระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ และเมื่อสาวหาต้นตอที่มีส่วนทำให้ความสัมพันธ์ของสองประเทศนี้กลับมาร้าวฉานรุนแรงอีกครั้ง ก็พบว่าเป็นผลมาจากบาดแผลทางใจในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองซึ่งสองประเทศนี้ยังไม่สามารถก้าวผ่านไปได้

หนังม้วนเดียวกัน

ใครที่คิดว่าหลังจากจีนและสหรัฐฯ สงบศึกกันได้แล้ว ต่อไปเศรษฐกิจและการค้าโลกคงจะเป็นสีทองผ่องอำไพ คงต้องคิดทบทวนใหม่ และต้องลองฟังเสียงเตือนที่ลอยมาจากหลายทิศทาง

เพียงแค่เศษเสี้ยว “มหาธีร์”

การประชุมอาเซียนครั้งที่ 34 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพในวันที่ 22-23 มิถุนายนที่ผ่านมา ชวนให้ฉุกคิดว่า เราอยากมีผู้นำแบบไหน ?