ไอพีโอ ‘เค-ป็อป’ ร้อนแรงสุด ๆ

ในขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกสามวันดีสี่วันไข้ แต่ในเกาหลีใต้ กำลังเกิดปรากฏการณ์ฟีเวอร์ “ไอพีโอ” บริษัทต้นสังกัดวงบอยแบนด์ “บีทีเอส” กันอย่างล้นหลามและกำลังร้อนแรงสุด ๆ

หุ้นลงต่อ ก่อนดีขึ้น

ตลาดหุ้นได้เกิดความกังวลขึ้นมาใหม่เกี่ยวกับไวรัสโคโรนาและเศรษฐกิจ หลังจากที่มีรายงานว่าอังกฤษและหลายประเทศในยุโรป เตรียมจะชัตดาวน์อีกรอบเนื่องจากวิกฤติไวรัสโคโรนายังรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการมีข้อมูลรั่วออกมาว่า สถาบันการเงินทั่วโลกได้ช่วยฟอกเงินเป็นเงินจำนวนมาก ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา จึงกดดันหุ้นกลุ่มการเงินและธนาคารอย่างหนัก แรงเทขายที่สั่นคลอนทางเทคนิคอยู่แล้ว จึงมีแนวโน้มที่จะรุนแรงเพิ่มขึ้นอีก

‘ช่วงเวลาดีสุด’ ของหุ้นเอเชีย

แม้ว่าภาวะตลาดหุ้นทั่วโลกในยามนี้มีความผันผวนและมีความไม่แน่นอนสูงมาก แต่ในช่วงนี้มีความเห็นจากสถาบันการเงินดัง ๆ ในทางบวกค่อนข้างมากจนน่าแปลกใจ

อิทธิพล ‘เงินหยวน’

นับตั้งแต่จีนเปิดประเทศและปฏิรูปเศรษฐกิจ ในปี 2521 อิทธิพลของจีนก็แผ่ขยายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนชาติตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐฯ เริ่มกลัว จึงได้พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อควบคุมอิทธิพลของจีนจนลุกลามบานปลายกลายเป็นสงครามการค้าและสงครามเทคโนโลยีอยู่ในขณะนี้ แต่ดูเหมือนว่า นั่นก็ยังไม่ได้ทำให้จีนละความพยายาม และยังคงเดินหน้าทำตามแผนปฏิรูปและพัฒนาต่อไป และหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของจีนก็คือ ความพยายามที่จะส่งเสริมให้มีการใช้ “เงินหยวน” ในระดับสากล

สูตรแห่งความหายนะ

เข้าเดือนสุดท้ายของไตรมาสสามแล้ว แต่สถานการณ์เกี่ยวกับไวรัสโคโรนายังไม่มีวี่แววว่าจะจบลง ข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกิ้นส์เมื่อวันจันทร์ทั่วโลกยังคงมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 25.2 ล้านคน  มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 847,100 คน โดยสหรัฐฯ ยังคงมีผู้ติดเชื้อสูงสุดมากกว่า 6 ล้านคน เสียชีวิตอย่างน้อย 183,200 คน ส่วนบ้านเราข้อมูลล่าสุดจนถึงเมื่อวานนี้ มีผู้ติดเชื้อใหม่ 5 คน ติดเชื้อสะสม 3,417 คน และเสียชีวิตสะสม 58 คน

เลือกตั้งสหรัฐกับตลาดหุ้น

การเลือกตั้งประธานาธิบดีในสหรัฐฯ กำลังเข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากที่พรรคเดโมแครตเสนอชื่อ โจ ไบเดน ลงแข่งขัน และพรรครีพับลิกันสนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ลงเลือกตั้งอีกสมัย แน่นอนว่าความสงสัยที่มีอยู่ในใจทุกคนคือ ใครจะชนะ และผลการเลือกตั้งจะมีความหมายต่อตลาดหุ้นอย่างไร

ใหญ่และอันตรายเกินไป

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สภาคองเกรสสหรัฐฯ ได้เรียกผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ 4 ราย คือ เฟซบุ๊ก อเมซอน กูเกิล และแอปเปิลมาซัก หลังจากที่กระแสสังคมเริ่มมีความรู้สึกว่า  บริษัทเหล่านี้กำลังมีอิทธิพลมากเกินไป

‘ทรัมป์’ ยังเป็นตัวเลือกดีสุดสำหรับจีน

หลังจากที่จีนและสหรัฐฯ ได้สั่งปิดสถานกงสุลตอบโต้กันไปเรียบร้อยแล้ว พัฒนาการที่เกิดขึ้น หลายคนอาจจะมองว่า ความสัมพันธ์อาจเข้าขั้นวิกฤติที่ทั้งสองฝ่ายไม่น่าจะเผาผีกันได้แล้ว แต่ในมุมของนักวิเคราะห์กลยุทธ์ ยังคงเชื่อว่า จีนยังอยากจะเห็นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกสมัยหนึ่ง

‘ไม่มีทางเลือก’ รัฐต้องช่วยอุ้มต่อ

การระบาดของไวรัสโคโรนาได้ทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวมากขึ้น และดูเหมือนว่ารัฐบาลทั่วโลก “ไม่มีทางเลือก”นอกจากต้องเพิ่มการใช้จ่ายเพื่ออุดหนุนธุรกิจและครัวเรือนไปจนถึงปีหน้า

‘กำไร’ ไม่สำคัญเท่า ‘แนวโน้ม’

การแถลงผลประกอบการไตรมาสสองกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว  ซึ่งแน่นอนว่า โควิด-19 คงจะพ่นพิษต่อผลกำไรของบริษัทกันถ้วนหน้า  ด้วยการรับรู้เช่นนี้ มีความเป็นไปได้มากว่า ตลาดหุ้นอาจจะไม่ได้คาดหวังต่อกำไรบริษัทมาก และในขณะที่ข่าวร้ายเกี่ยวกับโควิด-19 ยังไม่สร่างซาลง สิ่งที่ตลาดอยากจะได้ยินน่าจะเป็นการส่งสัญญาณถึงการฟื้นตัวมากกว่า

1 2 3