สงครามตลาดน้ำมัน..ไม่มีวันจบ.!?

แม้ว่า “ซาอุดีอาระเบีย” ประกาศว่าเริ่มกลับมาผลิตน้ำมันแล้ว 40% หลังต้องหยุดผลิตประมาณ 5.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากกำลังการผลิตทั้งหมด 9.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงทันที แต่เชื่อว่า “สงครามราคาน้ำมัน” ไม่น่าจบลงกันแบบง่าย ๆ แน่นอน

น้ำมันจะพุ่งแรงแค่ไหน?

ตลาดพลังงานเกิดความวุ่นวายอีกครั้งหลังจากสุดสัปดาห์ที่ผ่านมากบฏฮูตีในเยเมนใช้โดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันสองแห่งของบริษัทซาอุดี อารามโก จนทำให้ซัพพลายน้ำมันหายไปถึง 5.7 ล้านบาร์เรล สิ่งที่ทุกคนอยากรู้หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ คือราคาน้ำมันจะพุ่งรุนแรงขนาดไหน? และจะมีปฏิบัติการทางทหารหรือไม่?

ส้นเท้าอคิลลีสที่ซาอุ

ภาพยนตร์ฮอลลีวูดกลายเป็นต้นแบบนวัตกรรมสงครามยุคใหม่อีกครั้งหลังกลุ่มต่อสู้ในเยเมนที่รับการหนุนหลังจากอิหร่านใช้โดรนทางทหาร (เครื่องบินไร้คนขับบังคับจากรัศมีไกล) โจมตีแหล่งผลิตน้ำมันโรงกลั่นน้ำมันใหญ่ที่สุดในโลก Saudi Aramco มีผลทำให้น้ำมัน 5.7 ล้านบาร์เรลต่อวันคิดเป็น 5% ของผลผลิตน้ำมันของโลกกระทบอุปทานการผลิตน้ำมัน ethane and natural gas liquids ในซาอุดีอาระเบียประมาณ 50%

กับดักหุ้น IPO Saudi Aramco

จากกรณี “ซาอุดีอาระเบีย” มีคำสั่งให้ปิดบ่อน้ำมันของ Saudi Aramco ที่ถูกโจมตีทั้ง 2 แห่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 50% ของกำลังการผลิตทั้งหมด การโจมตีนี้ส่งผลให้กำลังผลิตน้ำมันของประเทศซาอุดีอาระเบียหายไปประมาณ 5.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากการผลิตทั้งหมด 9.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยมีการประเมินกันว่าต้องใช้เวลาประมาณ 1-3 สัปดาห์ ถึงจะกลับมาผลิตน้ำมันดิบได้ตามเดิม

บล็อกเทรดกับโรบอต

แม้จะมีคนเตือนไว้แล้วว่าขาขึ้นของดัชนี SET รอบล่าสุดแสนเปราะบางเพราะต่างชาติจ้องจะขายทิ้งหุ้นหันไปหากำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนแทนก็ไม่ค่อยมีใครใส่ใจ

FED-ECB กับทิศทางดอกเบี้ย

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประชุมสภาแห่งรัฐหรือคณะรัฐมนตรีจีน มีมติปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ทั้งแบบเป็นวงกว้างและแบบกำหนดเป้าหมายในช่วงเวลาเหมาะสม หลังสถานการณ์ในต่างประเทศ มีความซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้นและเศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญกับแรงกดดันช่วงขาลง โดยการปรับลด RRR เป็นแนวทางให้สถา บันการเงินสามารถปล่อยเงินกู้ได้มากขึ้น ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจที่แท้จริง (Real Economy)

‘จ้อ’ จนได้ ‘โล่’

ในยุคที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว ข่าวสารที่เราได้รับในทุกวันนี้ สังเกตเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวที่เกิดมาจากคอมเมนต์ต่างๆในโซเชียล มีเดีย ซึ่งหลายครั้งได้ทำให้เรื่องเล็กๆ ขยายวงเป็นเรื่องใหญ่ หรือจากเรื่องไม่เป็นเรื่องก็มีเรื่องจนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอมเมนต์ของคนมีชื่อเสียงแล้ว มักกลายเป็นกระแสสังคมทั้งในทางลบและทางบวกอย่างไม่ขาดสาย และหนึ่งในคนดังที่ชอบแสดงความเห็นผ่านโซเชียลมีเดียมากสุดในโลกคนหนึ่งก็คือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

มารจำแลงกับคุณตลาด

นักวิเคราะห์ผู้จัดการกองทุนในวอลล์สตรีทและนักลงทุนโลกสวยพากันแพร่ความเชื่อว่าภายในสัปดาห์นี้ดัชนีดาวโจนส์จะทำนิวไฮครั้งล่าสุดเพราะมีข่าวดีหลายด้านเสริมส่ง

สัญญาณเตือนภัยจาก Inverted Yield Curve

ช่วงนี้แวดวงตราสารหนี้ มีการหยิบยกเรื่อง “อัตราผลตอบแทนของพันธบัตร (Bond Yield)” ขึ้นมาพูดถึงกันอย่างแพร่หลายกับสภาวะที่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น “มากกว่า” อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว อาทิ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปีสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี หรือที่เรียกว่า “อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้น” หรือ Inverted Yield Curve นั่นเอง.!!

1 2 3 92