ได้เวลาทบทวน Minsky Moment (จบ)

มายาภาพชั่วคราวของการวิ่งขึ้นของตลาดหุ้นที่สวนทางกับการปรับลดอัตราเติบโตของเศรษฐกิจประเทศต่าง ๆ ที่เป็นผลพวงของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ชี้ให้เห็นว่า กำลังจะเกิดการเคลื่อนย้ายทุนครั้งใหญ่ สะท้อนว่า “มือที่มองเห็น” จากเฟด รัฐสภาอเมริกัน โดนัลด์ ทรัมป์ รัฐสภายุโรป และ ECB (เชื่อแน่นอนได้เลยว่าอีกไม่นานจะมีมาตรการทำนองเดียวกันจาก BOJ ตามมาเป็นชุดแบบจัดหนัก) คือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่กลบเกลื่อนข้อเท็จจริงที่ว่า เศรษฐกิจโลกหลังโควิด-19 ย่างเข้าสู่ภาวะซ้ำเดิมของ “กับดักสภาพคล่อง” และเงินฝืด ที่ร้ายกว่ายุคหลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ค.ศ. 2008 เมื่อ 12 ปีก่อน

ได้เวลาทบทวน Minsky Moment

คงต้องพูดเตือนย้ำกันไว้ว่า การขึ้นของหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา และอาจจะรวมถึงวานนี้ในบางตลาดหุ้น เป็นแค่ปรากฏการณ์เฉพาะหน้า ที่เกิดจากการรีบาวด์ทางเทคนิค และการทำวินโดว์เดรสซิ่งในท้ายไตรมาสตามปกติของนักลงทุนสถาบัน แต่ยิ่งเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าว ยิ่งตอกย้ำว่า เศรษฐกิจและตลาดทุนใหญ่ของโลกกำลังย่างเข้าสู่ช่วงเวลาที่เรียกกันว่า Minsky Moment ระยะที่สี่ระยะสุดท้าย อันสุดแสนอันตรายยิ่ง

โรงกลั่นเข้าขั้นวิกฤติ.!

สถานการณ์ “ราคาน้ำมันดิบโลก” กำลังเผชิญปัจจัยลบ ทั้งเรื่องสงครามราคาน้ำมัน (Price War) และวิกฤติโควิด-19 (Covid-19 Crisis) ที่มาตอกย้ำบาดแผลจากสงครามน้ำมันมากขึ้นอีก แม้สงครามครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากซาอุดีอาระเบียกับรัสเซีย หลังจากไม่สามารถตกลงเงื่อนไข การปรับลดกำลังผลิตน้ำมันตามที่ซาอุดีอาระเบีย เมื่อช่วงต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา

ไก่ได้พลอย และ กับดักสภาพคล่อง

ภาวะขึ้นแบบรีบาวด์แรงของตลาดหุ้นทั่วโลกในระยะ 2 วันอังคารและพุธที่ผ่านมา มีคนเปรียบเปรยเอาไว้ว่าสะท้อนความหวั่นไหวทางอารมณ์ของนักลงทุนสถาบันและ “ขาใหญ่” ทั่วโลก ที่แสดงออกแบบ “ไก่ได้พลอย” หรือ “ลิงได้แหวน” ที่มองเห็นปรากฏการณ์แก้ปัญหาแบบ “แก้ผ้าเอาหน้ารอด” ที่สร้างปัญหาในระยะยาว

สิ้นสุดยุคสัมปทานทีวี

ปิดฉากอวสานสัมปทานโทรทัศน์ของไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นับตั้งแต่เที่ยงคืน (25 มี.ค.) ที่ผ่านมา หลังจากสัญ ญาระหว่างบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT ในฐานะเจ้าของสัมปทานกับสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ผู้รับสัมปทานในนามบริษัท บางกอก เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ได้ครบกำหนดอายุ 50 ปี และสิ้นสุดลงวันที่ 25 มี.ค. 63 ถือเป็นการปิดฉากโทรทัศน์ระบบอะนาล็อกภาคพื้นดินช่องสุดท้ายของไทยโดยสมบูรณ์แบบ

‘ทิป’ รับมือโควิด-19

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้สร้างผลกระทบหลายด้าน และในขณะนี้ทุกคนพยายามดิ้นรนเพื่อลดผลกระทบให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  มีผลสำรวจผู้นำทางธุรกิจและผู้นำทางการแพทย์ ที่น่าจะช่วยแนะวิธีรับมือกับวิกฤตในครั้งนี้ได้ไม่มากก็น้อย

อย่าปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ

บ่ายวานนี้ ตอนหลังจากปิดตลาดหุ้นไปแล้ว ที่มีค่าดัชนีติดลบกว่า 102 จุดหรือเกือบ 10% มีเอกสารที่เป็นทางการส่งจากสำนักงานประชาสัมพันธ์ ก.ล.ต. ส่งไปยังสื่อมวลชน แต่ใช้ชื่อผู้เขียนว่านายพลภัทร วินัยบดี ฝ่ายวิจัยสํานักงาน ก.ล.ต. พร้อมกับมีหมายเหตุแบบ disclaimer (เพื่อ “ยักท่า”) ไว้ว่า เป็นความเห็นส่วนบุคคลไม่ใช่ความเห็นของ ก.ล.ต.

โควิด..ขวิดเศรษฐกิจ.!

ผลพวงผลกระทบไวรัสโควิด-19 ปรากฏเด่นชัด จากการแทรกซึมสู่จำนวนผู้ติดเชื้อมากขึ้นและระบาดเข้าสู่เศรษฐกิจไทย (COVID Crisis) สะท้อนเป็นภาพเด่นชัด จากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ที่มีแนวโน้มหดตัวและถดถอยอย่างเห็นได้ชัด เพราะทุกตัวเลขที่นำมาสู่สูตรการคำนวณ GDP มีการเปลี่ยนแปลงเชิงลบแทบทั้งสิ้น

การรีบาวด์อันเปราะบาง

ท่ามกลางมาตรการ “วัวหาย ค่อยล้อมคอก” ของรัฐบาลชาติต่าง ๆ ที่ออกมา เพื่อรับมือการแพร่ระบาดครั้งร้ายแรงของเชื้อไวรัสโคโรนา มีคำถามว่าตลาดหุ้น กับเศรษฐกิจไทยจะ “พ้นพงหนาม” ได้เมื่อใด

ปรากฏการณ์ ‘หงส์ดำ 2 ตัว’

เกิด 2 ปรากฏการณ์ “เขย่าขวัญวิกฤติเศรษฐกิจโลก” อย่างหนักอยู่ขณะนี้ ปรากฏการณ์แรกการแพร่ระบาดของไว รัสโควิด-19 จนองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคระบาดใหญ่ทั่วโลก (Pandemic) หลังจากการระบาดของ H1N1 เมื่อปี 2552 แต่มีความรุนแรงและอาจก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

1 2 3 105