พาราสาวะถี

เป็นไปตามคาดม็อบอยากเลือกตั้งที่วางเป้าหมายจะบุกทำเนียบรัฐบาล สุดท้ายกลุ่มใหญ่ก็ถูกบล็อกไว้ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ก่อนที่แกนนำทั้ง “จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ และ รังสิมันต์ โรม จะประกาศยุติการชุมนุมและเข้ามอบตัวถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวไปสอบปากคำที่สน.ชนะสงคราม ส่วนกลุ่มดาวกระจายที่นำโดย ณัฐฐา มหัทธนา ชลธิชา แจ้งเร็ว อานนท์ นำภา และ เอกชัย หงส์กังวาน ก็ไปได้ใกล้สุดแค่หน้าที่ทำการองค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็น บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์

พาราสาวะถี

สูตรสำเร็จเผด็จการไม่ว่ายุคไหนสมัยใด ประการหนึ่งคือคิดเรื่องการสืบทอดอำนาจ ประการหนึ่งคือทำลายความชอบธรรมฝ่ายต่อต้าน เหมือนอย่างคณะเผด็จการคสช.ที่แรกเริ่มเดิมทีตั้งต้นด้วยเหตุผลเข้ามาเพื่อให้บ้านเมืองสงบ ทำตัวเป็นกรรมการ ยุติความขัดแย้งของพวกเสื้อสี แต่อยู่มาครบ 4 ปี กลับกระโดดเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง

พาราสาวะถี

โหมโรงกันมาตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาสำหรับกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โดย “จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นำทีมไปแจกพัด “ยุทธนอคคิโอ” ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศก เชิญชวนให้คนไปทวงเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีตำรวจตามประกบพยายามห้ามและให้ยุติการแจก แต่กลุ่มดังกล่าวก็เดินแจกพัดที่เตรียมมาจนหมด

พาราสาวะถี

คงต้องทำความเข้าใจกันเสียใหม่กระมังสำหรับองคาพยพว่าด้วยการปฏิรูปของรัฐบาลเผด็จการ เพราะพลันที่ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ โยนเผือกร้อนตั้งปุจฉาว่า ปฏิรูปประเทศกันมา 4 ปีไม่มีอะไรคืบหน้าและถ้าตั้งเป้าว่าจะต้องปฏิรูปกันทั้งชาติคงไม่ได้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ออกมากระตุกคนที่เตือนว่าให้ระวังคำพูด พร้อมสะกิดต่อมความจำว่าหากทำงานร่วมกันต้องเข้าใจกัน

พาราสาวะถี

ไม่ว่าจะถูกมองและค่อนขอดเป็นเนติบริกรที่คอยตามรับใช้เผด็จการอย่างไร แต่อย่างน้อยในมุมมองความเป็นนักวิชาการของ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ก็ยังถือว่าน่านับถือในความตรงไปตรงมา ตั้งแต่คราวที่หลุดประโยคเด็ดเข้าใจการถูกคว่ำร่างรัฐธรรมนูญในชั้นของสปช.เพราะ “เขาอยากอยู่ยาว” มาจนกระทั่งล่าสุดก็วิพากษ์วิจารณ์การปฏิรูปได้อย่างถึงกึ๋นและตรงใจคนจำนวนมาก

พาราสาวะถี

สะกิดไว้ก่อนหน้า อย่าบอกว่าบรรดาทหารบูรพาพยัคฆ์ไม่รู้จักมักคุ้นกับนักการเมืองในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรีและใกล้เคียง เพราะธรรมเนียมปฏิบัติของการรับตำแหน่งสำหรับข้าราชการในพื้นที่ทุกครั้งเราจะได้เห็นการเข้าไปพบปะ แลกเปลี่ยนกับนักการเมืองอาวุโสของพื้นที่นั้น ๆ โดยเฉพาะคนที่เคยเป็นอดีตรัฐมนตรี เพื่อสร้างความร่วมมือกันในหลาย ๆ เรื่อง

พาราสาวะถี

ลงทุนแต่งกลอน ออดอ้อนพ่อยกแม่ยกทั้งประเทศ ผ่านรายการของตัวเอง แต่ปัญหามันก็คือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้ยอมรับที่มาของตัวเองแห่งการขึ้นสู่อำนาจบริหารประเทศว่าไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชน ดังนั้น พอมีบทพรรณนาถึงประชาธิปไตยมันจึงไม่เนียน ยิ่งปิดท้ายด้วยไทยนิยมยั่งยืน จึงเป็นได้แค่เพียงการโฆษณาชวนเชื่อของพวกเผด็จการ

พาราสาวะถี

ถ้าเป็นภาษาวัยรุ่นคงต้องบอกว่าเพราะความเว่อร์วังอลังการกระมัง ถึงทำให้การลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ถูกพูดถึงไม่หยุด โดยเฉพาะการโต้ตอบกันไปมาระหว่างพรรคคนคุ้นเคยอย่าง ภูมิใจไทย กับ ประชาธิปัตย์ คงเป็นเพราะต่างก็รู้ทางกันดี ยิ่ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ น่าจะซาบซึ้งถึงอ้อมกอดของ เนวิน ชิดชอบ ได้เป็นอย่างดี

พาราสาวะถี

เป็นธรรมดาของอำนาจเผด็จการ ย่อมหวั่นไหวและหวาดกลัวต่อทุกสรรพเสียงที่เห็นต่าง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่วันนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะประสานเสียง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ สั่งการไปยังฝ่ายความมั่นคง ไปสืบค้นหาหลักฐานมาให้ได้ ใครอยู่เบื้องหลังกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง พุ่งเป้าดิสเครดิตกันเห็น ๆ ทั้งกลุ่มเคลื่อนไหวและหวังเชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองหรือกลุ่มการเมืองที่พอจะเดากันได้ว่าเป็นพวกไหน

พาราสาวะถี

บรรยากาศการประชุมครม.สัญจรที่บุรีรัมย์ประทับใจ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ขนาดไหนคงไม่ต้องบอก เรื่องระดมพลเกณฑ์คนคืองานถนัดของ เนวิน ชิดชอบ หลัก 3 หมื่นคนแค่จิ๊บ ๆ แต่ภาพที่เห็นอย่างรีบฝันหวานไปถึงการเลือกตั้งครั้งใหม่ว่า จะสามารถกวาดคะแนนเสียงได้ถล่มทลาย เพราะแฟนบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คนถูกเกณฑ์และฐานเสียงทางการเมือง คนละเรื่องกัน

1 2 3 61