พาราสาวะถี

รับลูกกันดีเหลือเกินเริ่มตั้งแต่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้สัมภาษณ์นักข่าวปม ทักษิณ ชินวัตร เคลื่อนไหวในต่างประเทศและมีอดีตส.ส.เพื่อไทยเดินทางไปพบ เข้าข่ายครอบงำและจะนำไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นไปตามสูตรรองนายกฯด้านความมั่นคงโยนให้เป็นเรื่องของกกต. แค่ข้ามวัน พันตำรวจเอกจรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต.ก็รับไม้ต่อพร้อมขู่ฟ่อด ๆ เรื่องการยุบพรรคนายใหญ่ทันที

พาราสาวะถี

ถูกต้องและไม่มีใครไปกล่าวหาหรือต่อว่าแน่นอน จากกรณี พันตำรวจเอกจรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต.ชี้แจงถึงกรณีที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้สื่อโซเชียลประชาสัมพันธ์ตัวเอง ในขณะที่คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2561 ห้ามไม่ให้พรรคการเมืองหาเสียงผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ว่า กกต.มีหน้าที่ดูแลเฉพาะพรรคการเมือง แต่หัวหน้าเผด็จการไม่ใช่พรรคการเมืองจึงไม่ได้อยู่ภายใต้คำสั่งนี้

พาราสาวะถี

ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรเลยกับคำพูดของ “บิ๊กแดง” พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกที่ว่า “ถ้าการเมืองไม่เป็นต้นเหตุแห่งการจลาจลก็ไม่มีรัฐประหาร หวังใจเป็นอย่างยิ่งเหตุการณ์รุนแรงในบ้านเมืองเช่นนี้คงไม่เกิดขึ้นอีก” เพราะนี่เป็นสูตรสำเร็จของผู้นำเหล่าทัพที่จะต้องอ้างหลักการและเหตุผล แต่พึงจำไว้เสมอเรื่องทฤษฎีตรงข้าม อะไรก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

พาราสาวะถี

การเมืองช่วงจัดทัพจัดแถว พวกรู้แกวก็ดักคอกันทุกทาง อยู่ที่ว่าใครจะอย่างบางหรืออย่างหนา แต่ถ้าดูวิธีการที่ทำของฝ่ายยึดกุมอำนาจน่าจะเป็นพวกอย่างหลังเสียมากกว่า เพราะไม่สนใจเสียงวิจารณ์หรือความเห็นต่างอาจจะถือว่ามีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอยู่ในมือเสียอย่างใครก็ทำอะไรไม่ได้ ขนาดที่ใช้กฎหมายในการดูแลนักการเมืองและพรรคการเมืองแท้ ๆ ยังออกอาการหงอ

พาราสาวะถี

ถือเป็นบุคคลที่น่ายกย่องเป็นอย่างยิ่งต่อการปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว หรือเป็นเพราะจะก้าวเท้าไปเป็นนักการเมืองเต็มตัว เราจึงได้เห็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความสุขกับการถูกด่าผ่านโซเซียลมีเดียที่ตัวเองเปิดรับฟังความเห็นของประชาชนทุกช่องทาง ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นไม่กี่เดือนผู้นำเผด็จการยังตั้งข้อรังเกียจสังคมโซเชียลอยู่เลย

พาราสาวะถี

คงอ่านทางกันไม่ยากการเปิดช่องทางสื่อออนไลน์ที่เป็นทางการทั้งเว็บไซต์ เพจเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรมส่วนตัวใช้ชื่อว่า ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ของท่านผู้นำเผด็จการคสช. เป้าหมายคือต่อยอดความสนใจทางการเมืองที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ ขณะที่บางส่วนก็มองว่านี่เป็นการหาเสียงล่วงหน้าและเตรียมที่จะเปิดตัวทางการเมืองอย่างเป็นทางการ

พาราสาวะถี

เป็นสูตรสำเร็จสำหรับเผด็จการที่อ้างข้อกฎหมายอยู่เป็นนิจ เพราะตัวเองไม่จำเป็นต้องรับผิดใด ๆ ในข้อกฎหมายอันเนื่องมาจากมีการนิรโทษกรรมให้กับทุกการกระทำทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตไว้แล้ว และไม่แปลกสำหรับการที่จะปัดเรื่องอันเกี่ยวเนื่องกับนักการเมืองและพรรคการเมืองให้เป็นเรื่องของกกต. เพื่อจะไม่ได้ถูกมองภาพว่ากรรมการที่เปลี่ยนตัวเองเป็นผู้เล่น จะใช้อำนาจที่มีอยู่เอาเปรียบคู่แข่ง

พาราสาวะถี

ไปประกาศคำมั่นสัญญากับ ชินโสะ อาเบะ ผู้นำญี่ปุ่นอีกแล้ว แต่ครั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา คงหมดหนทางที่จะเลื่อนการเลือกตั้งอีกแล้ว ไม่เหมือนเมื่อคราวไปเยือนในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2558 ที่บอกว่าประเทศไทยจะมีหย่อนบัตรในต้นปี 2559 แต่ก็หาเหตุยืดเยื้อมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะหนนี้ทั้งกฎหมายพร้อม ทั้งพรรคของตัวเองก็เป็นรูปเป็นร่าง ทุกอย่างลงตัวคงไม่ทำตัวเป็นโมฆะบุรุษอีก

พาราสาวะถี

เอาที่ท่านสบายใจเลยละกัน พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ยืนยันหนักแน่นเสียงโห่ในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันที่เดินทางไปเป็นประธานเปิดและปิดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกหรือโมโตจีพี ไม่ใช่โห่ไล่แต่เป็นโห่ต้อนรับ ถ้าเป็นการแสดงความไม่พอใจต้องมีการขว้างปาสิ่งของตามมาด้วย

พาราสาวะถี

น่าสนใจต่อการโพสต์จดหมายเปิดผนึกขอโทษ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในคดีว.5โฟร์ซีซั่นของ “3 เกลอสายล่อฟ้า” ผ่านเฟซบุ๊กของ ศิริโชค โสภา โดยเนื้อหาในหนังสือมีเพื่อนร่วมก๊วนอีก 2 รายอย่าง ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต และ เทพไท เสนพงศ์ เซ็นรับรองต่อการประกาศขออภัยดังกล่าวด้วยความมีน้ำใจของอดีตนายกฯหญิงที่ยอมถอนฎีกา เหตุผลคือ คดีนี้ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 19 ตุลาคมนี้

1 2 3 71