พาราสาวะถี

กลายเป็นนกแก้วนกขุนทองที่ท่องจำหรือไม่ก็เพราะมีทีมงานเขียนสคริปต์ให้ได้เท่านี้ ไม่ว่าเวทีใดเราก็จะได้เห็นผู้นำประเทศ ทั้งออกมาปฏิเสธ ขอความร่วมมือและอวดอ้างผลงานสารพัด ซึ่งก็มีแต่เรื่องเดิม ๆ เหมือนล่าสุดไปขึ้นเวทีเปิดการประชุม “CLMVT FORUM 2018” นอกเหนือจากเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับงานแล้ว พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ยังย้ำในสิ่งที่พูดทุก ๆ เวที

พาราสาวะถี

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งประธานกกต.และกกต. ประกอบด้วย นายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธานกกต. นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี และ นายปกรณ์ มหรรณพ เป็นกกต. ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 12 สิงหาคม 2561

พาราสาวะถี

ประกาศกับนักข่าวว่าไม่เคยลืมสิ่งที่ตัวเองพูดว่าเดือนกันยายนจะมีความชัดเจนต่อทิศทางทางการเมืองของตัวเอง สำหรับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เหตุที่นักข่าวถามไม่ได้กลัวว่าจะลืม แต่เกรงว่าจะไม่ทำตามสัญญา เพราะการเลื่อนเลือกตั้งมาครั้งแล้วครั้งเล่า และหนนี้ที่ยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะก็เริ่มก่อกระแสเจอโรคเลื่อนอีกแล้ว เช่นนี้จะทำให้เชื่อมั่นได้อย่างไร

พาราสาวะถี

ทำหน้าที่ “นายหน้า” ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องสำหรับ ภิรมย์ พลวิเศษ เลขากลุ่มสามมิตร ที่ล่าสุดออกมาท้าชนกับพรรคเพื่อไทยให้แข่งกันทำความดีและคลอดนโยบายให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินพร้อมส่งสารไปยัง ทักษิณ ชินวัตร อย่าตื่นเต้นกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มตัวเองและถ้ามั่นใจว่าประชาชนจะเลือกก็ไม่ต้องหวั่นไหวเรื่องจะมีส.ส.ย้ายออกจากพรรคนายใหญ่ 200-300 คน

พาราสาวะถี

ต้องยอมรับว่าอีกหน้าที่สำหรับสื่อคือการกลายเป็นกระโถนท้องพระโรง ไม่ว่าจะนักการเมืองที่มาด้วยวิธีการใด หากมีอะไรไม่ถูกใจก็จะโยนมาที่สื่อทั้งหมด ยิ่งในยุคเผด็จการคสช. ท่าทีของท่านผู้นำต่อสื่อมวลชนนั้น เรียกได้ว่าอยู่ในภาวะ “สามวันดีสี่วันร้าย” อารมณ์แบบนี้จะบอกว่าอยู่ในช่วงวัยทองทางการเมืองก็คงไม่ผิดนัก

พาราสาวะถี

ขึ้นชื่อว่านักการเมืองย่อมมีใจเปิดกว้างที่พร้อมจะรับฟังความเห็นของทุกคนทุกฝ่าย แต่ที่กลายเป็นที่จับตาของสังคมคือ การวิพากษ์วิจารณ์การก้าวไปรับตำแหน่งหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทยหรือรปช.ของ “หม่อมเต่า” หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล ของผู้ที่เป็นลูกนามว่า “หม่อมเต่านา” หม่อมหลวงมิ่งมงคล โสณกุล แน่นอนว่าพ่อลูกคู่นี้มีจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

พาราสาวะถี

บอกแล้วว่าการจัดระเบียบสื่อของตำรวจสันติบาลนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่คิดเองเออเองหรือกระทำโดยพลการ ท่าทีของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อการตอบคำถามนักข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเป็นภาพสะท้อนบางสิ่งบางอย่างได้เป็นอย่างดี ปมโค้งคำนับก่อนและหลังถ่ายภาพท่านผู้นำบอกว่า “จะไม่คำนับเป็นเรื่องของสื่อ” ก่อนจะบอกว่าเป็นเรื่องของการให้เกียรติซึ่งกันและกัน

พาราสาวะถี

ปากก็บอกว่าไม่พูดเรื่องการเมือง แต่ทุกเวลาที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปเป็นประธานเปิดงาน พูดเรื่องการเมืองล้วน ๆ โดยส่วนใหญ่ไม่ได้มีเนื้อหาสาระเกี่ยวข้องกับงานเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่ต้นปีหน้า ถ้าไม่มีการตีกันเสียก่อน ประชาธิปไตยแค่เปลือกเอาแต่จ้องจะเลือกตั้ง ก่อนที่จะตบท้ายด้วยการโชว์ผลงานของรัฐบาลนี้ทั้งประชารัฐและไทยนิยมยั่งยืน

พาราสาวะถี

ไม่มีอะไรซับซ้อน ฟังถ้อยแถลงของ “หม่อมเต่า” หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล หลังได้รับเลือกให้นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย ยืนยันอนาคตจะได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลและไม่แน่ใจว่าหลังเลือกตั้งยังจะมีพรรคเพื่อไทยอยู่หรือไม่ ในเมื่อขบวนการล้มระบอบทักษิณที่วันนี้แยกตัวกันไปตามแนวทางที่ถนัด ก็เปิดหน้ากันชัดคนรู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองว่าไผเป็นไผ

พาราสาวะถี

อย่างนี้จะไม่ให้คนคิดได้อย่างไรว่าเลือกตั้งมันมีโอกาสที่จะเลื่อนได้ตลอดเวลา เมื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลั่นวาจาแบบมีเงื่อนไข ยืนยันว่าจะเลือกตั้งต้นปีหน้าแน่นอน แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องไม่ตีกันเหมือนก่อนที่ตัวเองจะทำการรัฐประหาร คำถามก็คือ คนที่ถืออำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด สยบทุกองคาพยพให้อยู่ภายใต้อุ้งเท้าท็อปบู๊ตยังจะมีใครหน้าไหนกล้าหืออีกหรือ

1 2 3 67