พาราสาวะถี

จูบปากกันเรียบร้อยแต่ราบรื่นหรือไม่ให้วันเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ หลัง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ บินไปปิดสัมมนาส.ส.พรรคพลังประชารัฐ พร้อมยอมรับว่าตัวเองเป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญ ก่อนจะขอให้ทุกคนสามัคคีกัน เลิกแบ่งก๊วน แยกมุ้ง เชื่อว่าจะสามารถทำให้รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำอยู่ไปจนครบวาระ 4 ปีได้อย่างแน่นอน ขณะที่ สมศักดิ์ เทพสุทิน ก็ขานรับด้วยวลีสวย ๆ คนพรรคสืบทอดอำนาจเหมือนแก้วที่หลอมแล้วสวยงาม จะไม่กลับไปเป็นเศษดินเศษทรายอีก

พาราสาวะถี

ความจริงมันไม่มีอะไรจะต้องมาเหนียมหรือเล่นเกมทำเป็นไปตรวจงานแล้วแวะไปร่วมการสัมมนาของพรรคพลังประชารัฐที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมาแต่อย่างใด สำหรับ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพราะไม่ว่าจะเป็นบิ๊กป้อมหรือท่านผู้นำสืบทอดอำนาจ โดยพฤตินัยต่างก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าคือตัวจริงเสียงจริงของพรรคการเมืองนี้ และชัดเจนเมื่อบิ๊กป้อมประกาศชัดว่าคือผู้สนับสนุนพรรคสืบทอดอำนาจ

พาราสาวะถี

อ่อนโยน ใจเย็น เป็นคนตลก คือมุกใหม่ของผู้นำเผด็จการและพี่รองบูรพาพยัคฆ์ที่งัดออกมาหยอดเมื่อต้องทำงานร่วมกับรัฐมนตรีที่มาจากพรรคการเมือง โดยที่เวลานี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมตัวเพื่อแถลงนโยบายของรัฐบาลประยุทธ์ 2/1 ต่อที่ประชุมรัฐสภาระหว่างวันที่ 25-26 กรกฎาคมนี้ เรียกได้ว่าเตรียมพร้อมทั้งความแม่นและแน่นในเนื้อหา รวมทั้งเตรียมตัวตอบโต้พรรคฝ่ายค้านกรณีที่จะอภิปรายเรื่องคุณสมบัติตัวเองด้วย

พาราสาวะถี

เป็นผู้นำที่มากับสโลแกนความสุขจริง ๆ สำหรับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตลอดระยะเวลากว่า 5 ปีที่ใช้อำนาจเผด็จการคสช.ก็ท่องคาถา “คืนความสุขให้กับประชาชน” คืนได้หรือไม่ ปัญหาปากท้องที่กำลังเผชิญกันอยู่เป็นคำตอบได้อย่างดี ล่าสุด หลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก็ประกาศพร้อมแสดงสีหน้าท่าทางว่า “มีความสุขที่สุด” โดยไม่ต้องไปสนใจว่าที่มาแห่งความสุขนั้นได้ด้วยวิธีใด เพียงแค่ขอให้สลัดคราบไคลเผด็จการมาเป็นผู้นำที่ (อ้าง) มาจากประชาชนได้แค่นั้นก็พอ

พาราสาวะถี

"ขอให้มีกำลังใจที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ได้ตามคำถวายสัตย์ปฏิญาณ ทั้งนี้เพื่อความสุขและความมั่นคงของประเทศชาติและประชาชน งานใด ๆ ก็ต้องมีอุปสรรค งานใด ๆ ก็ต้องมีปัญหา เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องแก้ปัญหาและเข้าหางาน เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามสถานการณ์ โดยแก้ไขให้ตรงเป้า ตรงจุดและมีความเข้มแข็งอดทน ก็ขอให้คณะรัฐมนตรีและรัฐบาลมีกำลังใจ มีพลังที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยดีด้วยความถูกต้องต่อไป"

พาราสาวะถี

วันนี้ยังเป็นวันหยุดราชการต่อเนื่อง ดังนั้น ทำให้รัฐมนตรีของรัฐบาลประยุทธ์ 2/1 จึงจะเข้าทำงานกันหลังเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนในวันพรุ่งนี้เป็นวันแรกส่วนใหญ่ มีเพียงบางรายเท่านั้นที่ถือเรื่องฤกษ์ผานาที จะเข้ากระทรวงกันในวันศุกร์ อย่างที่ทราบกัน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา โชว์ฟิตเรียกประชุมครม.นัดแรกทันทีหลังจากเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน แต่ประเด็นสำคัญที่หารือเป็นเรื่องของการรับทราบนโยบายและการแต่งตั้งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเท่านั้น

พาราสาวะถี

วันพรุ่งนี้ (16 กรกฎาคม) เวลา 18 นาฬิกา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ทั้งนี้ ได้มีการนัดหมายให้ครม.ทั้งคณะไปถึงทำเนียบรัฐบาล ณ ตึกภักดีบดินทร์ ก่อนเวลา 16.30 น. โดยการเดินทางไปเข้าเฝ้าฯ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจัดรถตู้เพื่อให้รัฐมนตรีเดินทางไปเป็นคณะ โดยจะออกจากทำเนียบรัฐบาลเวลาห้าโมงเย็นและเดินทางกลับพร้อมกันเมื่อเสร็จพิธี

พาราสาวะถี

เห็นโฉมหน้าครม.ประยุทธ์ 2/1 กันแล้ว ยังไม่ต้องถามเรื่องว่า “ยี้” หรือ “ว้าว” แต่ไปดูเหตุผลก่อนว่าทำไมแกนนำกลุ่มสามมิตรถึงได้ออกอาการโวกวายกันสุดฤทธิ์ก่อนที่จะถูกขู่และยอมสยบไปแบบจำใจ ก็เพราะคนสำคัญในสายกปปส.พรรคเดียวกันที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาได้ดิบได้ดีทั้ง 2 ราย ณัฐพล ทีปสุวรรณ นั่งว่าการศึกษาธิการ ขณะที่ พุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ ขึ้นลิฟต์ไปว่าการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นี่ยังไม่นับรวม “หม่อมเต่า” หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล จากรวมพลังประชาชาติไทยที่ได้ว่าการแรงงาน

พาราสาวะถี

ประกาศความพร้อม โชว์ความฟิต ด้วยการนัดประชุมครม.ประยุทธ์ 2 ทันที หลังจากเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนแล้ว แต่ดูเหมือนว่าผู้นำเผด็จการยังคงอาลัยอาวรณ์หรือสลัดคราบความเป็นหัวหน้าคสช.ไม่หมด เมื่อแถลงหลังประชุมครม.นัดสุดท้ายเมื่อวันอังคารดักคอฝ่ายค้านว่า อย่าใช้สภาล้มรัฐบาล อย่าตีรวนในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยอ้างเหตุผลว่า ประชาชนทุกคนรออยู่ และรัฐบาลก็จะจัดสรรงบให้ทุกจังหวัดอย่างเป็นธรรม

พาราสาวะถี

ความจริงเรื่องการคุ้มครองพยานหรือดูแลบุคคลที่อยู่ในข่ายได้รับอันตรายจากพวกใจอำมหิต ลงมือทำร้ายร่างกายผู้บริสุทธิ์ท่ามกลางผู้คนในที่สาธารณะโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ต้องเป็นหน้าที่ของฝ่ายที่มีอำนาจไม่ว่าจะตำรวจหรือทหารโดยปราศจากเงื่อนไข แต่รายของ “จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ กลับถูกยื่นข้อเสนอถ้าจะให้ดูแลต้องรับปากว่าจะหยุดเคลื่อนไหวทางการเมือง ตรงนี้สะท้อนให้เห็นถึงอาการปากกล้าขาสั่นของผู้เป็นเผด็จการได้อย่างดี

1 2 3 89