พาราสาวะถี

ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่สอง..ดูไม่ค่อยดุเดือดเลือดพล่านเท่าไหร่นัก.! “สุทิน คลังแสง” ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายอัด “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นผู้สร้างวิกฤตเศรษฐกิจ เหตุส่งเสริมให้มีการล่าอาณานิคมภาย ในประเทศ ในไม่ช้าจะเกิดปัญหาการแย่งชิงทรัพยากร คนจะตกงานเพิ่มขึ้น คนหมดหนทางทำมาหากิน การแพร่ระบาดของปัญหายาเสพติดรุนแรง กลายเป็นวิกฤตสังคม “นโยบายของรัฐบาลทำให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำมากขึ้น คนจนก็ไม่มีโอ กาสรวย คนรวยก็ไม่มีโอกาสจน” นโยบายชิม ช้อป ใช้ กระตุ้นเศรษฐกิจไปก็ไม่เกิดประโยชน์ เพราะกำลังซื้อไม่มี ผลผลิตทางการเกษตรก็ขายไม่ได้ราคา!!..สิ่งที่ปลดเปลื้องเรื่องดังกล่าวได้เมื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” ต้องลาออกจากนายกรัฐมนตรี

พาราสาวะถี

ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เริ่มต้นด้วย “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน เปิดญัตติอภิปราย ด้วยการมุ่งไปที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องการใช้อำนาจโดยมิชอบ ก่อให้เกิดความล้มเหลว 5 ประการต่อประเทศ นั่นคือ 1)ความล้มเหลวต่อการสร้างความเชื่อมั่นการเมืองในระบอบประชาธิปไตย 2)ความล้มเหลวในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ 3)ความล้มเหลวการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ 4)ล้มเหลวปราบปรามการทุจริต 5)ล้มเหลวในภาวะความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรี

พาราสาวะถี

ภารกิจปลิดชีพ “พรรคอนาคตใหม่” เสร็จสิ้นไปแล้ว จากปมกู้เงิน 191 ล้านบาท ทำเอา “สลิ่มกองแช่ง” ได้สะใจกันไปถ้วนหน้า แต่เรื่องนี้ประเทศไทยเสียโอกาสจริง ๆ เพราะช่วงที่เราเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีจากยุค 4G ไปสู่ 5G หลายคนก็อยากเห็นการเมืองยุคใหม่ จากบรรดานักการเมืองรุ่นใหม่บ้าง

พาราสาวะถี

บ่ายสามโมง วันนี้ ได้รู้กันศาลรัฐูธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยต่อกรณียุบพรรคอนาคตใหม่จากปมกู้เงิน 191 ล้านบาท จาก ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ผลออกมาจะเป็นอย่างไร กองแช่งจะสมหวังหรือกองเชียร์จะได้เฮ คำชี้ขาดที่เกิดขึ้นจะถือเป็นตัวบ่งชี้ทิศทางทางการเมืองอันว่าด้วยความเคลื่อนไหวของนักการเมืองและมวลชนที่สนับสนุน หากยุบก็ต้องจับตาส.ส.ทั้งหมดที่มีอยู่ยังเป็นเนื้อเดียวกัน ร่วมหัวจมท้ายกันเหมือนเดิมหรือเป็นผึ้งแตกรัง

พาราสาวะถี

ยังคงเน้นย้ำเรื่องให้ฝ่ายค้านฟังคำตอบในสิ่งที่อภิปรายไม่ไว้วางใจตัวเองด้วยสำหรับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ล่าสุดก็สั่ง วิษณุ เครืองาม และ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวยาวเหยียดแจกแจงทุกซอกทุกมุมของปัญหาข้อพิพาททางด่วนระหว่าง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM พร้อมให้อัดเทปทุกถ้อยคำส่งให้สื่อทุกสำนัก ด้วยกลัวว่าจะถูกฝ่ายค้านบิดเบือนในช่วงของการซักฟอก

พาราสาวะถี

สนับสนุนและสุมหัวกับเผด็จการสืบทอดอำนาจจนเคยตัวหรืออย่างไรไม่ทราบ วันก่อน วิรัช รัตนเศรษฐ์ ประธานวิปรัฐบาลถึงได้ประกาศิต ถ้าฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐมนตรีร่วมคณะอีก 5 คนในสัดส่วนที่พูดถึงคสช.แค่ 20 เปอร์เซ็นต์ฝ่ายรัฐบาลก็รับกันได้ ไม่ประท้วงให้วุ่นวาย แต่หากมากไปกว่านั้นคงไม่ยอมปล่อยผ่าน เพิ่งรู้ว่าเดี๋ยวนี้มาตรฐานของสภาผู้แทนราษฎรคือให้ฝ่ายพรรคแกนนำเสียงข้างมากวินิจฉัยกันเสร็จสรรพไม่ต้องรอประธานสภาฯ ชี้ขาด

พาราสาวะถี

เมื่อมีฝ่ายค้านย่อมมีฝ่ายหนุนเป็นธรรมดา กรณีการตัดสินคดียุบพรรคอนาคตใหม่ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ วันวานพูดถึงแคมเปญและการล่ารายชื่อรณรงค์คัดค้านการยุบพรรคอนาคตใหม่ผ่านเว็บไซต์ Change.org คล้อยหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงก็มีกลุ่มออกมาล่ารายชื่อหนุนการยุบพรรคอนาคตใหม่ผ่านเว็บไซต์เดียวกัน ซึ่งคงต้องไปดูที่เหตุผลว่าเพราะอะไร แต่หลายคนที่เห็นถ้อยคำที่ใช้แล้วอาจจะคุ้น ๆ และคาดเดาพวกริเริ่มได้ไม่ยาก

พาราสาวะถี

สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ยังคงต้องเฝ้าระวังกันเข้มข้นต่อไป ตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตที่จีนเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายยังมีความกังวล ขณะที่ประเทศไทย ล่าสุด ก็พบผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันเพิ่มอีก 1 ราย ที่สร้างความตระหนกตกใจให้กับประชาชนก็คือบุคคลที่รับเชื้อคนดังกล่าวเป็นบุคลากรทางการแพทย์ แม้กระทรวงสาธารณสุขจะไม่ได้ระบุว่าเป็นหมอหรือพยาบาล แต่ทางการข่าวยืนยันว่าเป็นแพทย์หญิง ที่ใกล้ชิดผู้ป่วยโดยไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัย

พาราสาวะถี

ไร้ปัญหาถ้าส.ส.รัฐบาลมีวินัย ว่าแล้วการโหวตร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในวาระ 2 และ 3 ของสภาผู้แทนราษฎรก็ไร้ปัญหา ในเมื่อส.ส.ฝ่ายค้านแสดงสปิริตมาร่วมลงชื่อให้องค์ประชุมครบ จากนั้นก็วอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุม ปล่อยให้ส.ส.รัฐบาลได้ดำเนินการลงมติกันรายมาตราในวาระ 2 อย่างสบายใจ ก็ลุ้นกันใจหายใจคว่ำกับเสียงที่มี 250 เสียง ผ่านเกณฑ์ครึ่งหนึ่ง 249 เสียงกันแบบเฉียดฉิว นี่แหละ ผลของรัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจและการได้รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำพร้อมส.ส.เอื้ออาทร

พาราสาวะถี

บ่ายวันนี้สภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2563 ในวาระ 2 และ 3 ใหม่ ตามคำชี้แนะของศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันจากฝ่ายค้านไม่ร่วมสังฆกรรมกับการพิจารณาในรอบนี้ เหตุปัญหาที่เกิดมาจากความมักง่ายของส.ส.ในซีกรัฐบาลเอง ดังนั้น ก็ต้องแก้กันเอาเอง ไม่ใช่เรื่องการตีรวน แต่นี่จะเป็นบทพิสูจน์ความมีวินัยของส.ส.ฝ่ายถือครองอำนาจ โดยเฉพาะในวาระสองที่ต้องโหวตกันเป็นรายมาตรา

1 2 3 104