พาราสาวะถี

การได้รับปล่อยตัวโดยคำสั่งศาลอุทธรณ์ของ 8 แกนนำกปปส. ไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมาย ระยะเวลาในการคุมขังในเรือนจำที่ไม่ถึง 48 ชั่วโมง ไม่ใช่ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ หากแต่มีคำถามเกิดขึ้นกับบรรดาแกนนำม็อบมีเส้นว่า เหตุใดจึงไม่ถูกจับตัดผมสั้นทรงนักโทษเหมือนที่ผู้ต้องขังคดีการเมืองคนอื่น ๆ ถูกดำเนินการก่อนหน้านี้ ฟังคำชี้แจงจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์แล้วอยู่เฉย ๆ เสียยังดีกว่า ยิ่งอธิบายยังไงมันก็เป็นการแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้น

พาราสาวะถี

ใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมงในการอ่านคำพิพากษา ที่สุดศาลอาญาได้ตัดสินคดีกบฏกปปส.ชุดใหญ่ โดยแกนนำสำคัญ 8 คนถูกตัดสินจำคุกโดยไม่รอลงอาญา สุเทพ เทือกสุบรรณ จำคุก 5 ปี ที่สำคัญคือ 3 รัฐมนตรีในรัฐบาล พุฒิพงษ์ ปุณณกัณต์ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และ ถาวร เสนเนียม ที่มีผลให้ต้องหลุดจากตำแหน่งทันที เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 ระบุถึงหนึ่งในคุณสมบัติรัฐมนตรีตามมาตรา 160 (7) ต้องไม่เป็นผู้ต้องคําพิพากษาให้จําคุกแม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุด หรือมีการรอการลงโทษ เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทําโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท เป็นอันว่าต้องปรับครม.กันโดยปริยาย

พาราสาวะถี

แอ็กชั่นตามคุณรายงานข่าวจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคสืบทอดอำนาจที่ว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เบรกแตกโมโหสุดขีด ถึงขั้นออกปากไล่ 6 ส.ส.ดาวฤกษ์และ สมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยองของพรรคที่โหวตสวนมติวิปรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้ออกไปพ้นพรรค จนกรรมการบริหารพรรคหลายคนต้องแตะเบรกให้ใจเย็น สุดท้ายจบด้วยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบข้อเท็จจริงตามสูตร มี ไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธาน

พาราสาวะถี

แม้จะจบลงไปด้วยความสบายใจของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจและ 9 รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ที่ยังไม่จบคือตัวเลขของเสียงโหวตที่มีต่อรัฐมนตรีผู้ถูกซักฟอก ในรายของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่พบว่า 6 ส.ส.ดาวฤกษ์ของพรรคสืบทอดอำนาจ “งดออกเสียง” ไม่เป็นไปตามที่วิปรัฐบาลตกลงกันไว้ เท่ากับเป็นการตบหน้ากันฉาดใหญ่ โดยที่พี่ชายของเสี่ยโอ๋อย่าง เนวิน ชิดชอบ ถึงขั้นมองว่านี่เป็นการหักหลังกันทางการเมือง

พาราสาวะถี

ผ่านพ้นไปเรียบร้อยสำหรับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่สามารถใช้คำว่า “ขอแค่ได้ซักฟอก” ได้อย่างเต็มปากเต็มคำสำหรับพรรคฝ่ายค้าน หลักฐานประเภทโป้งเดียวจอดหรือมวยคู่เอกที่คุยโม้โอ้อวดก่อนหน้านั้นไม่มีให้เห็น เป็นได้แค่คู่มวยก่อนเวลาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผลจากการอภิปรายที่เกิดโดยเสียงยกมือโหวตไว้วางใจกับไม่ไว้วางใจนั้น ทำให้มองเห็นรอยปริแยกระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ปัญหาภายในพรรคเดียวกันเอง และเห็นแนวโน้มของคนจากซีกฝ่ายค้านที่น่าจะเปลี่ยนสีเสื้อ

พาราสาวะถี

อ่านสัญญาณจากการให้สัมภาษณ์ของ ชวน หลีกภัย แนวโน้มการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะไม่จบในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้มีความเป็นไปได้มากทีเดียว ไม่ใช่เหตุผลเพราะฝ่ายค้านยังใช้เวลาไม่ครบตามที่ได้กำหนดกันไว้คือ 42 ชั่วโมง แต่เป็นเพราะมีการประท้วงกันโดยใช้เวลาพอสมควร ขณะที่รัฐมนตรีผู้ตอบคำถามก็ใช้เวลากันไปไม่น้อย ดังนั้น กรอบเวลาที่กำหนดไว้ 4 วันจึงไม่น่าจะเพียงพอ ประกอบกับในวันที่นัดลงมติคือเสาร์นี้ ก็มีการนัดชุมนุมของกลุ่มราษฎรด้วย

พาราสาวะถี

การอภิปรายไม่ไว้วางใจได้เห็นลีลาของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจตอบโต้ฝ่ายค้านแล้ว ต้องยอมรับว่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา การไม่แสดงอารมณ์โกรธ พยายามตอบให้อยู่ในประเด็น มีพาดพิง ตอกกลับฝ่ายตรงข้ามบ้างถือเป็นสีสันปกติของศึกซักฟอกทุกยุคทุกสมัย หากสถานการณ์การอภิปรายดำเนินไปเหมือนในวันแรกจนครบทั้งสี่วัน ฝ่ายค้านต้องยอมรับชะตากรรมว่าเป็นการเตะหมูเข้าปากหมา จากการซักฟอกกลายเป็นฝ่ายรัฐบาลได้ฟอกขาวตัวเองไปเสียฉิบ

พาราสาวะถี

ผ่านพ้นวันแรกไปแล้วกับศึกซักฟอกรัฐบาล ไม่ได้มีอะไรอยู่เหนือความคาดหมาย หลัง สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายเปิดญัตติซักฟอก ทันทีที่มีการกล่าวหาผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจใช้สถาบันมาเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเอง องครักษ์พิทักษ์เจ้านายก็ทำหน้าที่ทันที ทั้ง ไพบูลย์ นิติตะวัน สิระ เจนจาคะ และ ปารีณา ไกรคุปต์ ดีที่ว่า ชวน หลีกภัย ยืนยันหนักแน่นในหลักการเมื่อผู้นำฝ่ายค้านอ่านญัตติตามตัวอักษรที่ได้ผ่านการวินิจฉัยถือว่าทุกอย่างถูกต้อง

พาราสาวะถี

วันแรกของศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจเริ่มแล้ววันนี้ ประเด็นที่ต้องจับตามองตั้งแต่เริ่มต้นก็คือ ในการแถลงเปิดญัตติซักฟอกของ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อถึงประเด็นการใช้สถาบันมาเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเองของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจ บรรดาลิ่วล้อทั้งหลายที่ตั้งท่าไว้ก่อนหน้าจะพากันลุกขึ้นมาประท้วง จนท้ายที่สุดนำไปสู่ความโกลาหลจนไม่สามารถอภิปรายกันได้หรือไม่ อย่าลืมเป็นอันขาดว่าฝ่ายอำนาจสืบทอดมีญัตติของ ไพบูลย์ นิติตะวัน ที่ยื่นคาไว้ขู่อยู่แล้ว

พาราสาวะถี

เหลือเวลาอีกไม่ถึง 24 ชั่วโมง การอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรีที่มีหัวขบวนคือผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจจะเริ่มขึ้น โดยที่ฝ่ายรัฐบาลก็ได้ใช้โรงแรมหรูกลางกรุงติวเข้มให้กับรัฐมนตรีที่จะถูกซักฟอกไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวันเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมา ความจริงไม่ต้องมีการดำเนินการอะไรที่ให้เอิกเกริกกันขนาดนั้น เพราะการถูกฝ่ายค้านตรวจสอบในเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบของรัฐมนตรีแต่ละราย คนที่ทำงานจริงและเชื่อมั่นในความสุจริต โปร่งใส ไม่จำเป็นที่จะต้องมาซักซ้อม เตรียมตัวอะไรให้มากความ

1 2 3 89