พาราสาวะถี

การท่องคาถาประเทศเดินหน้า บ้านเมืองสงบ นักการเมืองต้องสามัคคี ใช้ได้เฉพาะยามที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีหัวโขนเป็นหัวหน้าคสช. ที่ถืออำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดพ่วงมาตรา 44 เท่านั้น แต่พลันที่มีการผ่องถ่ายอำนาจจากเผด็จการไปเป็นประชาธิปไตย ด้วยเป้าหมายฟอกขาวชุบตัวจากผู้นำติดหนวดมาเป็นนายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้ง ความขลังของคำสั่งจึงลดน้อยถอยลงไป แม้จะถือมาตรายาวิเศษไปจนกว่าจะมีผู้นำประเทศคนใหม่ก็ตาม

พาราสาวะถี

สถานการณ์งวดเข้ามาทุกขณะ ด้วยเหตุที่ว่า 25 พฤษภาคมนี้ หลังรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร อันถือเป็นด่านแรกที่จะเป็นบทพิสูจน์ว่า การจับขั้วการเมืองเพื่อตั้งรัฐบาลนั้น ผลออกมาในทางใด พลังประชารัฐพา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สืบทอดอำนาจสำเร็จตามแผน หรือ เพื่อไทยที่เล่นเกมเทหมดหน้าตัก ยอมสละทุกอย่าง สามารถต้านการสืบทอดอำนาจได้

พาราสาวะถี

ไม่ว่าจะฟอกขาว ลอกคราบมาอย่างไร แต่ความเป็นเผด็จการมันย่อมผุดขี้นตามสัญชาตญาณของคนที่ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยโดยเนื้อแท้ จึงอย่าได้แปลกใจที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีสืบทอดอำนาจ ซึ่งความจริงต้องบอกว่าพร้อมมาตั้งแต่เมื่อ 5 ปีที่แล้วก็ว่าได้ สิ่งแรกที่จะทำคือ ทำให้สภาสงบ ซึ่งตรงนี้ไม่แน่ใจว่า เป็นความตั้งใจในฐานะเผด็จการหรือเป็นความอ่อนหัดของนักการเมืองหน้าใหม่

พาราสาวะถี

เสร็จสิ้นเรียบร้อยไม่มีอะไรเหนือความคาดหมาย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ชื่อ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และเลขาธิการพรรคคือ เฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่เป็นเชนคัมแบ็คกลับมารับตำแหน่งแม่บ้านพรรคเก่าแก่อีกรอบ หลังจากเคยปฏิบัติหน้าที่นี้มาแล้วเมื่อคราว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าหลังจากพ้นวาระความเป็นคณะรัฐบาลที่ไปตั้งกันในค่ายทหาร การกลับมาหนนี้มีภาระกิจที่สำคัญรออยู่หลายประการ โดยเฉพาะการกู้ซากปรักหักพังจากผลแห่งการเลือกตั้งที่ผ่านมา

พาราสาวะถี

น่าจะเป็นเพราะอารามดีใจจากการที่เห็น 11 พรรคจิ๋วลงนามสัตยาบัน สนับสนุนพลังประชารัฐเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พร้อมชู พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกกระทอกกระมัง จึงทำให้ผู้นำเผด็จการอารมณ์ดี ยิ้มหน้าบาน พูดจ๊ะจ๋ากับนักข่าวพร้อมกับตอบคำถามเรื่องการระดมเสียงของการสืบทอดอำนาจเป็นครั้งแรกว่า กำลังทำกันอยู่ เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณกลาย ๆ ผู้นำประเทศคนต่อไปต้องบิ๊กตู่เท่านั้น

พาราสาวะถี

ไม่น่าเชื่อว่า ขนาดรัฐธรรมนูญดีไซน์มาเพื่อพวกเรา ขนาดป่าวประกาศ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เหนือกว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากทุกพรรคการเมืองด้วยมี 250 เสียงส.ว.ลากตั้งอยู่ในมือ แต่จนป่านนี้ พรรคพลังประชารัฐก็ยังไม่สามารถปิดเกมการตั้งรัฐบาลได้ ทำได้แค่ให้กระบอกเสียงและแกนนำบางรายออกมาป่าวประกาศผ่านสื่อ แสดงความมั่นใจเป็นแกนนำดันผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจสำเร็จอย่างแน่นอน

พาราสาวะถี

โจทย์ยากขึ้นไปเรื่อยๆสำหรับพรรคสืบทอดอำนาจ ในการประสานพรรคการเมืองจับมือตั้งรัฐบาล เคลียร์ปมไม่เอา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จบก็ต่อด้วยเรื่องเก้าอี้กระทรวงเกรดเอ โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจ จากเดิมทีแข็งขันไม่ยอมยกให้ใคร ขอเก็บไว้ดูแลทั้งหมด เหตุผลสำคัญคงอยู่ที่ถ้ายกให้พรรคอื่นก็แสดงให้เห็นว่าตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลคสช.บ่มีไก๊ แต่สุดท้ายก็ยอมถอยพร้อมที่จะทำตามข้อเสนอ

พาราสาวะถี

การประกาศส.ส.บัญชีรายชื่อของกกต.ที่ใช้สูตรกรธ.ทำให้มีถึง 26 พรรคการเมืองได้ส.ส. ไม่นับรวมเพื่อไทย เท่ากับว่าในสภาผู้แทนราษฎรหนนี้จะมีพรรคการเมืองทั้งสิ้น 27 พรรค ถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นของขบวนการสืบทอดอำนาจ เท่ากับว่าจำนวนส.ส.ที่ถูกเฉลี่ยผ่านการคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ที่ยังเกิดข้อกังขานั้น ส่งผลให้พรรคพลังประชารัฐสามารถที่จะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำได้ทันที

พาราสาวะถี

ปลดล็อกหรือเปล่าไม่ทราบ แต่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินว่า มาตรา 128 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 91 บางฝ่ายมองว่าเป็นแนวทางที่จะให้กกต.ได้ดำเนินการคำนวณส.ส.แบบบัญชีรายชื่อได้อย่างมั่นใจและสบายใจขึ้น แต่ก็มีเสียงเตือนดัง ๆ มาจากหลายด้าน โดยเฉพาะจาก สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.ที่บอกว่าระวังถ้าตีความผิด มีพรรคจองกฐินเล่นงานกกต.อีกเพียบ

พาราสาวะถี

ไม่รู้จะเงื้อง่าราคาแพงมาทำไมถึงวันนี้ สุดท้ายที่ประชุมกกต.ก็เคาะรับรองส.ส.เขต 349 คน ยกเว้น สุรพล เกียรติไชยากร ของพรรคเพื่อไทยที่เขต 8 เชียงใหม่ ซึ่งได้ใบส้มไปก่อนหน้า ในเมื่อรู้กันอยู่แล้วว่าตัวเองมีอำนาจที่จะตามสอยทีหลังในกรอบเวลา 1 ปีหลังการรับรอง จึงมองไม่เห็นความจำเป็นที่ผู้มีอำนาจเต็มในการบริหารจัดการการเลือกตั้งต้องรีรอมากันขนาดนี้ หรือว่าทำเพียงเพื่อเป็นพิธีกรรมให้เห็นว่าโปร่งใส ยุติธรรม เพราะความจริงการชักช้าที่เกิดขึ้นมันได้ทำลายสิ่งเหล่านั้นไปไม่น้อยหรือแทบจะไม่เหลือทีเดียว

1 2 3 4 5 52