พาราสาวะถี

      คงเก็บภาพการเดินทางกลับบ้านเกิด ซึ่งความจริงต้องบอกว่าค่ายเกิดมากกว่า เพราะ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตอนแรกคลอดนั้นเกิดภายในค่ายทหารที่จังหวัดนครราชสีมา การลงพื้นที่ประชุมครม.นอกสถานที่หนนี้ คงทำให้นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.มีความกระปรี้กระเปร่าและคึกคักขึ้นมาไม่ใช่น้อย เพราะได้แรงใจมาแบบเต็มๆ

พาราสาวะถี

โบราณท่านว่าไว้ช้างเหยียบนาพระยาเหยียบเมือง จะมีความรุ่งเรืองไปสู่ท้องถิ่นนั้น วันนี้รัฐบาลคสช.นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พาทัวร์รัฐนาวาไปประชุมนอกสถานที่ที่โคราช ท่ามกลางความคาดหวังว่า จะมีอะไรใหม่ๆไปช่วยกระตุ้นให้ประตูสู่อีสานแห่งนี้มีความคึกคักและเป็นต้นแบบของการพัฒนาภายใต้ร่มเงาของครม.คณะรัฐประหาร

พาราสาวะถี

หงุดหงิดหัวใจอะไรขนาดนั้น ถึงขั้นประกาศ”อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องตามสัมภาษณ์ผมอีกต่อไป ผมจะพูดของผม” เป็นคำพูดของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านรายการเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เป็นการแสดงความไม่พอใจต่อท่าทีของสื่อต่อการที่โฆษกไก่อู สรรเสริญ แก้วกำเนิด ใช้สถานะอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือสื่อฟรีทีวีและดิจิตอลให้ติดตามทำข่าวรัฐมนตรีรายตัวในการลงพื้นที่ประชุมครม.สัญจรที่โคราชในวันที่ 21-22 สิงหาค

พาราสาวะถี

คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 11 คณะหากจะวิจารณ์กันอย่างรุนแรงก็ดูจะไม่เป็นธรรมเท่าไหร่เพราะยังไม่ได้เริ่มทำงาน แต่หลายเสียงก็อ่านเกมออกเมื่อเห็นรายชื่อของแต่ละรายว่าแนวโน้ม ทิศทางของคณะกรรมการแต่ละคณะนั้นจะเดินไปในทิศทางใด แต่ในบรรดาเสียงทักท้วงทั้งหลายนั้น ความเห็นของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช.ถือว่าน่าสนใจอยู่ไม่น้อย

พาราสาวะถี

เห็นรายชื่อกับแล้วสำหรับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศทั้ง 11 คณะ 120 คน ตามพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ซึ่งที่ประชุมครม.เห็นชอบไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นคนหน้าเดิม ไม่ได้นอกเหนือความคาดหมาย ขาประจำที่ได้ตำแหน่งจากการแต่งตั้งมาเมื่อคราวคมช. ก็ยังคงเหนียวแน่นกันต่อในยุคคสช. ไม่ว่าจะแปรสภาพมาในรูปแบบใดก็ตาม

พาราสาวะถี

ไม่รู้ว่าเป็นชุดข้อมูลเดียวกันหรือไม่ แต่ถือเป็นไปในแนวทางเดียวกันทั้งในส่วนที่ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร จากพรรคเพื่อไทยออกมาปูดและยื่นหนังสือไปยังหน่วยงานต่างๆ กับที่ วัชระ เพชรทอง จากค่ายประชาธิปัตย์ไปยื่นร้องต่อนายกรัฐมนตรี ปมโครงการระบายข้าวในสต็อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและสัตว์ของรัฐบาลที่พบว่าไม่มีความโปร่งใส

พาราสาวะถี

มีข้อทักท้วงไปก็เท่านั้น เกิดเป็นคนไทยในยุคมาตรา 44 ครองเมือง ต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงให้ได้ ดังนั้น เรื่องที่กระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา อนุมัติการขายขีปนาวุธฮาร์พูน บล็อค ทูว์ รุ่น RGM-84L มูลค่า 828 ล้านบาทให้กับกองทัพเรือของไทยแลนด์ จึงไม่ได้เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย และไม่จำเป็นต้องอธิบายใดๆ ก็ขนาดเรือดำน้ำมูลค่ามหาศาลยังไม่ยี่หระแล้วแค่ขีปนาวุธราคาจิ๊บจิ๊บเท่านี้จะต้องไปใยดีอะไร

พาราสาวะถี

วันนี้ขอต่อกันในประเด็นจากการเฟซบุ๊คไลฟ์ของ ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติราษฎร์เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2560 จากที่เมื่อวานนี้ว่ากันถึงเรื่องรัฐธรรมนูญคู่ จบที่มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ 2560 ทุกประเด็น คำถามก็คือใหญ่กว่าอย่างไร

พาราสาวะถี

กลายเป็นของแสลงหรือจะเรียกว่าไม้เบื่อไม้เมากันเลยก็ว่าได้ เพราะเมื่อนักข่าวถามถึงประเด็นการตั้งข้อสังเกตของ สมชัย ศรีสุทธิยากร ต่อการที่กรธ.กำหนดให้มีการแยกเบอร์ผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขต มีชัย ฤชุพันธุ์ ก็มีคำตอบเพียงว่าขอบคุณ แล้วก็รีบเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไปในทันที ท่าทีเช่นนี้มันสะท้อนถึงอาการไม่ลงรอยได้อย่างชัดเจน

พาราสาวะถี

ถ้าไม่ใช่เรื่องจริงคงไม่นำมาพูดต่อหน้าธารกำนัล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกกับชาวอยุธยาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า วันนี้ต่างชาติยังค้าขายกับประเทศไทยเหมือนเดิม เพียงแต่ไม่ให้ตนเดินทางไปเยือนเพียงคนเดียว เพราะตนเป็นหัวหน้าคณะคสช. แม้ ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีต่างประเทศจะมาแก้ต่างไล่หลัง ก็ไม่น่าจะมีผลต่อความน่าเชื่อถือในข้อมูล

1 47 48 49 50 51 58