ทุบหุ้นใหญ่

* หลังจาก “โมนิก้า” ไล่เรียงประเด็นสำคัญที่มีผลโดยตรงกับการทรุดตัวของดัชนีไปเมื่อวันก่อน วันนี้ก็ถึงคิวของการลงรายละเอียดทั้งหมด เพื่อทำให้แฟนคลับเข้าใจถึงท่าทีของนักลงทุนสถาบันมากขึ้น เพราะการทรุดตัวของตลาดหุ้นทั่วโลกเกี่ยวพันโดยตรงกับ เงินเฟ้อของประเทศอเมริกาที่ขึ้นไปแตะระดับ 3% ซึ่งอาจทำให้เฟดต้องเลือกใช้วิธีขึ้นดอกเบี้ย เพื่อสกัดกั้นสถานการณ์ไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้นะจ๊ะ

กำไรโตยืนหนึ่ง

* หลังจาก “โมนิก้า” ใช้เวลานั่งพิเคราะห์งบของบริษัทต่าง ๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วนก็พบว่า สถานการณ์โดยรวมของบริษัทจดทะเบียนยังอยู่ในเกณฑ์พอใช้ และอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะเริ่มมีการปรับเป้าของหุ้นที่ทำผลงานดี จึงกลายเป็นจังหวะของการโฟกัสไปยังหุ้นรายตัวที่มีสตอรี่เกี่ยวกับกำไรเด่น เดี๊ยนจึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้เม้าท์ถึงปัจจัยพื้นฐานของหุ้นที่อยู่ “ในกระแส” และ “นอกกระแส” มากสักหน่อยจ้า!

หุ้นงบสวย

* ท่าทางแฟนคลับขาลุยคงต้อง “นั่งลุ้น นอนลุ้น” อีกสักพักหนึ่งกว่าดัชนีจะวิ่งทะลุแนวต้าน 1,600 จุด อย่างเป็นทางการ จึงขอยกยอดประเด็นนี้ไปเป็นเรื่องรอง ๆ ที่จะเม้าท์ถึง และขอโฟกัสไปที่ประเด็นหุ้นงบสวยเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ที่เป็นอยู่สักหน่อย หลังนักลงทุนกำลังมองหาตัวเลือกใหม่สำหรับการลงทุน เพราะการมาของโควิด-19 ในช่วงเดือน มี.ค. ทำให้หลายบริษัทพลาดเป้าไปเล็กน้อยน่ะสิ

ลุ้น 1,600 รอบที่ 4

* หากมองการขยับตัวของดัชนีโดยอิงกับปัจจัยภายนอก และปัจจัยภายใน พร้อมกับประเมินท่าทีของฝรั่งหัวทองที่เน้น “เคาะสั้น ขยันซอย” ย่อมเป็นเกมหุ้นที่สร้างความอึดอัดใจให้กับกองเชียร์ขาลุยไม่มากก็น้อย เพราะหลายคนมีความเชื่อส่วนตัวลึก ๆ ว่า หุ้นไทยควรขึ้นไปสร้างฐานบริเวณ 1,600 จุดเสียทีนั้น กลายเป็นประเด็นหลักที่น้องโมต้องเม้าท์ถึงเรื่องนี้มากหน่อยเจ้าค่ะ

กล้าได้..กลัวอด

* ดูเหมือนดราม่า “ความเป็นอยู่” และ “การลงทุน” ที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยจะทำให้สังคมแตกแยกมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะแต่ละคนเอาที่ตั้งของตนเองเป็นใหญ่ จนหลงลืมประโยชน์ของสังคมส่วนรวมคืออะไร? “โมนิก้า” ถึงต้องออกมาดับอารมณ์ร้อน ๆ ที่ปะทุขึ้นมาเป็นดอกเห็ด จึงอยากให้ทุกคนมองเกมที่เกิดขึ้นไปทีละช็อต เพื่อจะได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแค่การพูดความจริงครึ่งเดียวไงล่ะคะ

ลงเพื่อซื้อ ?

* ดูเหมือนประเด็น Sell in May จะกลายเป็น “ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์” ที่นักลงทุนเม้าท์ถึงมากพอ ๆ กับเรื่องของ “วัคซีน” จึงขอทำความเข้าใจเรื่องราวที่ได้เกริ่นนำเมื่อวานนี้สักหน่อย ต่อจากนั้นค่อยลงรายละเอียดที่เกี่ยวกับการจั่วหัว เพื่อทำให้ทุกคนเห็นภาพการลงทุนได้ทะลุปรุโปร่งมากขึ้น เพราะเรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่เกิดขึ้นมันเป็นลักษณะของการเล่นเกมชักเย่อไงล่ะคะ

ทริปเปิ้ลท็อป..มีเฮ

* ในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยมีวันหยุดยาวเข้ามาคั่นการซื้อขายทีไร “โมนิก้า” มักหยิบเรื่องสัญญาณเทคนิคขึ้นมาพูดเป็นประจำ เพราะเป็นไกด์ไลน์ที่บอกให้แฟนคลับได้รู้ถึง “แรงซื้อ แรงขาย” เดินมาถึงจุดไหนของเรื่องราวที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นการเตือนสติไม่ให้หลงระเริงไปกับข่าวเม้าท์ที่กำลังลือกันให้แซ่ดอีกด้วย จึงอยากให้เข้าใจในความหวังดีที่มีให้กับทุกคนพะยะค่ะ

TIDLOR ไม่ได้หลอกเม่า ?

* หากมองสตอรี่ที่เกี่ยวกับการอัดฉีดเงินผ่านเรื่องราวของ QE จะเห็นว่า เรื่องดังกล่าวมีผลโดยตรงกับท่าทีของ “กองทุน” กับ “ฝรั่ง” อย่างมีนัยสำคัญ และประเด็นนี้ก็เชื่อมโยงโดยตรงกับเรื่องเมื่อวันก่อนที่ “โมนิก้า” ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า นักเล่นทั้งสองกลุ่มได้กลับลำซื้อหุ้นไทยแบบจัดหนัก และเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ดัชนีขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญ 1,600 จุดเป็นครั้งที่ 3 ไงล่ะคะ

‘ฝรั่ง’ ผนึก ‘กองทุน’ กลับลำซื้อ

* หลังจาก “โมนิก้า” เสียเวลาพูดถึงท่าทีของรัฐบาล “ลุงเฉื่อย” เกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการโควิด-19 มาระยะหนึ่ง ในที่สุดก็ได้เห็นความร่วมใจของคนจากภาค “เอกชน” มากกว่าภาค “รัฐ” ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้สถานการณ์ต่าง ๆ ทุเลาลงอย่างเห็นได้ชัด จนหลายคนมองไปในทางเดียวกันว่า หากตีวงการแพร่ระบาดให้อยู่ในกรอบจำกัดสำเร็จ ก็ควรเปิดให้โรงพยาบาลนำเข้าวัคซีนทางเลือกมาฉีดเสียทีเถอะพ่อคุณ!

IPO ฟีเว่อร์

* ก่อนจะเข้าสู่เรื่องที่จั่วหัวอย่างเป็นทางการ “โมนิก้า” ขอเม้าท์ถึงดราม่าเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้ชาวบ้านรู้สึกแปลกในชีวิตกันสักหน่อย โดยเฉพาะเรื่องค่าปรับจากการไม่ใส่แมสก์ มันเป็นเรื่องที่ลักลั่นแบบพิกลพิการอย่างไรก็ไม่รู้? โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ “ลุงตู่” ไม่ใส่หน้ากากเข้าประชุม จนนำไปสู่ปาหี่เสียค่าปรับกันแบบนี้..มันเป็นเรื่องที่สังคมรับไม่ได้จริง ๆ เพราะคนต้นทางไม่ได้เป็นแบบอย่างที่ดีเลยพับผ่าซิ!..แล้วอิฉันจะหวังอะไรได้ล่ะคะ

1 2 3 100