เอาอะไรมาขึ้น!

*จริง ๆ “โมนิก้า” มีมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยเป็น “บวก” เสมอมา แต่เหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานทำให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าแทบไม่มีความเป็นไปได้ที่หุ้นไทยจะสวนชาวโลกแบบบูรณาการ ในเมื่อเห็นกันทนโท่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นบั่นทอนเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ เดี๊ยนเลยไม่รู้สึกแปลกใจเลยสักนิดกับการที่ดัชนีพยายามทะยานขึ้นในแดนบวก ทั้งที่ตลาดหุ้นทั่วโลกแดงแป๊ด..แป๊ด และถูกกระชากอารมณ์ด้วยการหัวทิ่มกลับลงมาปิดในแดนลบ

ซื้อสวนไม่ไหว

*หากประเมินอารมณ์ของนักเล่นกลุ่มต่าง ๆ ในช่วงนี้จะเห็นว่า ทุกคนอยู่ในจังหวะ “ซึมเศร้า เหงาหงอย” จนไม่อยากเคาะขวารัว ๆ เมื่อเห็นหุ้นตกลงมาหนัก เพราะความวิตกกังวลเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อมรณะโคโรน่ายังฟุ้งกระจายไปทั่ว จนผู้คนมากมายจินตนาการไปถึง ขั้นนั้น..ขั้นนี้ ไม่หยุดหย่อน ผสมปนเปกับข่าวลือมากมายก่ายกองเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละชั่วโมง สภาพตลาดหุ้นทั่วโลกถึงได้เละเป็นโจ๊กไงล่ะคะ

เป๋ไปเป๋มา

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยที่ย่ำแย่มาหลายวันได้มีโอกาสเด้งดึ๋งช่วงสั้น ๆ ก่อนจะถูกแรงเทขายออกมาจนทำให้ลงมาปิดที่ระดับ 1,569.55 จุด ลบไป 4.15 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.75 หมื่นล้านบาท ถือเป็นเรื่องปกติที่มักเจอกันทั่วไปในช่วงเทศกาลที่ตลาดหุ้นจะเงียบเหงา โดยเฉพาะหากในประเทศยังคงมีแต่ปัจจัยลบกดดันหลาย ๆ ด้าน ยิ่งทำให้ตลาดหุ้นไม่น่าลงทุนเอาเสียเลย

กองทุนเบี้ยล่างทุนใหญ่

*ดูเหมือนสตอรี่เกี่ยวกับตลาดหุ้นไทยจะหดหายลงไปเรื่อย ๆ ทำให้การขยับตัวขึ้นของหุ้นแต่ละตัวเต็มไปด้วยความยากลำบาก พร้อมกับมีการตั้งคำถามในเชิงเปรียบเทียบว่า หากผ่านพ้นช่วงประกาศงบการเงินไปแล้ว นักเล่นจะเอาข่าวไหนมาบิลต์อารมณ์เพื่อเคาะขวารัว ๆ “โมนิก้า” ตอบได้ทันทีว่า คงต้องเอาเรื่องเศรษฐกิจเป็นธงนำในการเล่น เพราะเป็นเรื่องเดียวที่พอจะทำให้นักเล่นคำนวณการสะพัดของเม็ดเงินเป็นไปตามที่เฮีย “สมคิด” ทำการฝอยไว้เยอะหรือเปล่า?..มันเป็นเรื่องที่ต้องลุ้นระทึกจริง ๆ นะคะ

ดันไม่ไหว

*หากมองสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยไปทีละสเต็ป จะเห็นว่ายังไม่มีตัวแปรใหม่ ๆ เข้ามาบิลต์อารมณ์นักเล่นให้เกิดอาการฮึกเหิมจนกระโจนเข้าไล่ราคาหุ้นกันอย่างเมามันแบบนี้ “โมนิก้า” ถือเป็นเกมยากสำหรับนักเล่นกลุ่มต่าง ๆ เพราะมันกลายเป็นเกมที่เน้น “เล่นสั้น” มากกว่า “เล่นยาว” วันนี้ถึงเห็นหุ้นหลายตัวดิ่งลงแบบไม่มีเบรก และมีความเป็นไปได้ที่จะไม่เด้งกลับได้ในเร็ววันพะยะค่ะ

หุ้นใหญ่โรครุมเร้า

*เดิมที “โมนิก้า” ตั้งใจเม้าท์เรื่องดี ๆ ก่อนเทศกาลตรุษจีน เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยในการลงทุน แต่เผอิญเรื่องราวที่เกิดขึ้นเที่ยวนี้เต็มไปด้วยข่าวร้าย จึงเกิดอาการห่อเหี่ยวก่อนเวลาอันควร มันเป็นสถานการณ์ที่บีบคั้นนักเล่นสถาบันอย่างเห็นได้ชัด เดี๊ยนเลยไม่แปลกใจที่ตลาดหุ้นไทยเริ่มอ่อนปวกเปียกเป็นมะเขือเผา เพราะมันไม่มีประเด็นจูงใจให้นักเล่นเข้ามาไล่หุ้นกันอย่างเมามันไงล่ะคะ

แบงก์ทำพิษ

*ทุกครั้งที่ตลาดหุ้นไทยเริ่มมีความหวังอย่างเป็นรูปธรรมทีไร “โมนิก้า” มักเห็นปรากฏการณ์เหนือความคาดหมายตามหลังมาเป็นประจำด้วยเช่นกัน จึงพยายามให้นักเล่นอ่านเกมไปทีละสเต็ป เพื่อทำให้การเคาะขวาเป็นไปอย่างราบรื่น แถมเที่ยวนี้เป็นเรื่องสงครามความเชื่อนำหน้า ก็ควรเผื่อใจเรื่องต่าง ๆ นานาไว้ตั้งแต่เริ่มต้น เพราะการมารู้ตัวทีหลังไม่มีประโยชน์อะไรทั้งสิ้นพะยะค่ะ

ฟีลลิ่งมาเต็ม

*หากมองตามรูปการณ์ของหุ้นใหญ่ที่มาแบบจัดเต็มเพื่อไม่ให้เสียของ “โมนิก้า” ย่อมไม่มีอะไรต้องวอร์รี่อีกต่อไป เพราะการเคาะขวารัว ๆ ที่เกิดขึ้นมันหมายถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อระบบเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวขึ้นเป็นลำดับ หลังจากปัญหาหลายอย่างที่คาราคาซังถูกปลดออกไปเสียที ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนช่วงนี้ชื่นมื่นสุด ๆ เพราะมองไปทางไหน ด้านไหน ก็มีแต่สีเขียวละลานตาไปหมดไงล่ะคะ

สองคนยลตามช่อง

*ปิดท้ายสัปดาห์นี้ “โมนิก้า” ขอทำตัวเป็นคนเจ้าสำบัดสำนวนสักนิดหนึ่ง เพราะต้องการชี้ให้ทุกคนเห็นว่า ใครชอบหุ้นแบบไหน..ก็เล่นหุ้นแบบนั้น แต่ต้องมีความยืดหยุ่นในการโยกย้ายสลับตัวเล่น เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หลังผู้คนมากมายกำลังหลงดีใจกับการลงนามเพื่อยุติสงครามการค้าเฟส 1 แถมยังมีอีกหลากหลายประเด็นที่นักลงทุนต้องเก็บไปคิดเป็นการบ้านก่อนเคาะขวาแบบสุดซอยแบบนี้..บรรดาญาติโยมน่าจะใจเย็น ๆ ก่อนดีไหมจ๊ะ

ใหญ่ไม่มา..เล็กมาแทน

*วันนี้ “โมนิก้า” จำเป็นต้องออกมาไล่จวกรูปแบบของเกมแมวไล่ขย้ำหนูกันสักนิดหนึ่ง หลังได้เห็นความจริงอีกด้านของประเทศมหาอำนาจอย่าง “พญาอินทรี” ไม่ได้ทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นอย่างที่ปากพร่ำบอก เพราะสุดท้ายก็เป็นแค่การกอบโกยผลประโยชน์จากประเทศต่าง ๆ ให้ได้มากสุด ส่งผลให้หลายประเทศออกมาแฉวิธีเตะตัดขาคู่แข่งกันมากขึ้นเรื่อย ๆ นะจะบอกให้

1 2 3 69