ขายบอนด์..อุดหุ้น

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยช่วงนี้มีเรื่องราวให้ผู้คนมากมายต้องขบคิดตลอดเวลา ซึ่งมีทั้งเรื่องที่พูดกันไปเรื่อยเปื่อย จนกลายเป็นการใส่ไข่หลายฟอง พร้อมกับทำให้ขาเผือกเกิดอาการหูผึ่งอย่างออกหน้าออกตา เพราะนิสัยเดิมชอบจุ้นจ้านเรื่องชาวบ้านเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากจะกระโดดเข้ามาร่วมคณะเผือกอีกสักเรื่องสองเรื่อง ก็คงไม่เป็นการเสียมารยาทของชมรมแมงลือสักเท่าไหร่หรอกค่ะ

หงอยสุดของปี

*แม้นักลงทุนส่วนใหญ่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหุ้นมากแค่ไหนก็ตาม สุดท้ายมักจบลงด้วยการเลือกใช้วิธีอยู่เฉย ๆ เพราะเป็นหนทางเดียวที่ทำให้เงินในกระเป๋าของนักลงทุนยังอยู่ครบทุกบาททุกสตางค์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์เดียวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นไทยวานนี้ หลังดัชนีแกว่งตัวไปมาในแดนลบตลอดทั้งวัน ก่อนจะลงเอยด้วยการยืนปิดที่ระดับ 1,087.82 จุด ลบไป 11.94 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.12 หมื่นล้านบาทไงล่ะคะ

ความหวังครั้งใหม่

*แม้วันนี้ยังไม่สามารถเอาชนะไวรัสมรณะโควิด-19 ได้เสียที แต่ก็เห็นสิ่งดี ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ ได้เกิดขึ้นบ้างแล้ว ซึ่งเป็นการเสริมสร้างกำลังใจให้แก่กันในยามภัยมาเยือน “โมนิก้า” ถึงมองมาตรการที่ออกมาจากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน คือการร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ แม้จะมีพวกนักการเมืองปากพล่อยที่ชอบเอาดีเข้าตัวปะปนอยู่บ้าง และมีคนจำพวก “มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ” ผสมโรงเป็นประจำ แต่สุดท้ายก็โดนสังคมรุมประณามจนถอยกรูดไม่เป็นท่าทุกครั้งไปนะคะ

กองทุนสุดจริง!

*ก่อนอื่น “โมนิก้า” อยากทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทะยานขึ้นของดัชนีในช่วงเศรษฐกิจทั่วโลกอยู่ในช่วงขาลง ล้วนเป็นผลมาจากกองทุนในประเทศสวมบทป๋าดันอย่างเต็มตัว จนผู้เกี่ยวข้องต่างอุทานเป็นเสียงเดียวกันว่า “สุดจัด ปลัดบอก” หลังดัชนีทะยานจากจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,072.92 จุด ขึ้นไปทำจุดสูงสุดของภาคเช้าที่ระดับ 1,100.10 จุดอย่างไม่น่าเชื่อน่ะซี

อารมณ์พาไป!

*ดูเหมือนผู้คนจะมีกำลังใจมากขึ้นวันละนิดวันละหน่อย หลังจากสามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น และเข้าใจกลไกของการทำเพื่อส่วนรวม จึงพยายามไม่ทำให้ตัวเองตกอยู่ในความเสี่ยงในการนำพาเชื้อไวรัสมรณะ ผนวกกับทั่วโลกหันมาอัดฉีดเงินเพื่อประคองเศรษฐกิจอย่างเป็นล่ำเป็นสัน บรรดาผู้เล่นเลยมองไปในทางเดียวกันว่า รุ่งอรุณของความหวังครั้งใหม่กำลังอุบัติขึ้นแล้วนะจ๊ะ

ฝรั่งทิ้งแสนล้าน

*อาการสวิงสวายไปมาของดัชนีที่เกิดขึ้นเที่ยวนี้ ทำให้รู้ว่าแรงขายของฝรั่งยังไม่สะเด็ดน้ำ และแรงซื้อของกองทุนยังมาไม่เต็มสูบ ดัชนีถึงสะบัดตัวไปมาในระหว่างวันอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้สถานการณ์โดยรวมยังคลุมเครือ และมีแนวโน้มที่จะอ่อนตัวหลุดแนวรับ 1 พันจุดในไม่ช้า เพราะมันไม่มีแรงจูงใจที่ทำให้นักลงทุนต้องนอนกอดหุ้นต่อไปเรื่อย ๆ นะจะบอกให้

เจ๊งแล้ว..ต้องจบ

*วันนี้หากถามความรู้สึกของผู้คนที่อยู่ในวงการหุ้น และนอกวงการหุ้น ทุกคนต่างลงความเห็นไปในทางเดียวกันว่า “เจ๊งยับ” เพียงแต่ความชิบ..ที่เกิดขึ้นในเที่ยวนี้ต้องจบในเวลาที่รวดเร็ว เพื่อจะได้เซ็ตเกมธุรกิจกันใหม่อีกรอบ ซึ่งเป็นมุมมองที่สะท้อนให้เห็นสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งของผู้ประกอบการต่าง ๆ เดี๊ยนจึงขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่าน เพื่อฝ่าฟันวิกฤติไวรัสมรณะไปด้วยกันพะยะค่ะ

กองทุนพาเสียว!

*ทุกครั้งที่กองทุนตัวแสบ (กดซื้อไป 8 พันล้านบาท) กระโจนเข้ามาไล่หุ้นอย่างเมามันทีไร “โมนิก้า” มักมีอาการใจคอไม่ดีเป็นประจำ เพราะเหมือนเป็นเกมเล่นรอบ ซึ่งใช้กลยุทธ์ลากหุ้นไปออกของราคาสูง ส่งผลให้การวิ่งขึ้นมาปิดที่ 1,127.24 จุด บวกไป 83.05 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 9.30 หมื่นล้านบาท ยังมีภาพของการเด้งเพื่อลงค่อนข้างเยอะ จึงไม่ขอแสดงความคิดเห็นอะไรมากไปกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อป้องกันความสับสนของแฟนคลับไงล่ะคะ

ดันสู้เพื่อ..?

*ถ้าประเมินสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยตามข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับไวรัสโควิด-19 ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากขึ้นทุกวัน “โมนิก้า” ย่อมไม่เข้าใจเหตุผลที่ทำให้ดัชนีพยายามฝืนบวก ทั้งที่ตลาดหุ้นทั่วโลกแดงแป๊ด..ดด รวมทั้งผลงานของบริษัทจดทะเบียนก็ไม่ปัง จึงอยากให้นักเล่นพยายามประเมิน “ผลได้” กับ “ผลเสีย” อันไหนมีมากกว่ากัน เพื่อใช้ประกอบการเคาะขวาหุ้นไงล่ะคะ

ฝรั่งกระหน่ำ

*หลายครั้งที่ตลาดหุ้นไทยดีดกลับขึ้นมาหลังจากรูดไปหนัก ๆ มักจะทำให้ทุกคนมีอารมณ์ร่วมอยู่เสมอ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวสุดท้ายมักจบลงด้วยการฝันค้างกลางอากาศอยู่เป็นประจำจนหลายคนไม่อยากคาดหวังอะไรที่ไกลเกินตัวอีกแล้ว “โมนิก้า” ถือเป็นแนวคิดการลงทุนที่ใช้ได้ดีท่ามกลางบรรยากาศที่ยังขมุกขมัว เนื่องจากการเคลื่อนไหววานนี้ดัชนีพุ่งไปถึง 1,076.16 จุด แล้วลงมาป้วนเปี้ยนแถว ๆ 1,050 จุดอีกครั้ง สุดท้ายมาปิดที่ 1,048.15 จุด บวกได้เพียง 12.98 จุด แสดงให้เห็นว่าต้องปรับตัวให้ไว คอยรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันพะยะค่ะ

1 2 3 73