งบดี หุ้นสวย

*ข้อมูลหลักที่ทำให้ “โมนิก้า” สนใจมากเป็นพิเศษในช่วงนี้ คงเป็นเรื่องของมุมมองของกองทุนต่างชาติที่ให้น้ำหนักตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นตัวแปรที่ทำให้ทุกคนรู้สึกฮึกเหิมว่าตลาดหุ้นไทยน่าจะไปต่อแบบชิว ๆ แต่หลงลืมกันไปว่า บ้านเรายังมีกับดักเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่า รวมทั้งการเคลื่อนตัวที่ไม่ไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศ จึงเหมือนเป็นตัวฉุดรั้งการไต่เพดานขึ้นอย่างมีนัยสำคัญไงล่ะคะ

ลงให้ซื้อ

*หากมองสถานการณ์ของข่าวสารที่แพร่กระจายทั่วห้องค้าในช่วงตลาดหุ้นผันผวน “โมนิก้า” ก็ต้องยอมรับโดยดุษฎีบัณฑิตว่า ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัวทั้งนั้น เลยทำให้บรรดาแมงเม่าเกิดอาการวิตกจริตกันยกใหญ่ พร้อมกับหันมาใช้วิธีชะลอลงทุนเพื่อรอดูเรื่องราวต่าง ๆ ให้นิ่งเสียก่อนนั้น เดี๊ยนถือเป็นเรื่องที่นักเล่นประเมินสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำนะจะบอกให้

รอช้อนหุ้น

*ในเมื่อแรงซื้อหุ้นเริ่มหดหาย แถมผู้เล่นแสดงอาการแทงกั๊ก “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่เห็นดัชนีแกว่งตัวไป ๆ มา ๆ ก่อนจะทรุดตัวลงมาปิดที่ 1,718.85 จุด ลบไป 9.13 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.26 หมื่นล้านบาท เพราะมันเป็นไฟต์บังคับที่นักเล่นต้องชิงขายเพื่อลดความเสี่ยงออกมาก่อน จึงมีความเป็นไปได้ที่ดัชนีจะอ่อนตัวลงมายังเส้นแนวรับ 25 บริเวณ 1,715 จุด ซึ่งเป็นจุดที่ดัชนีเคยเด้งกลับให้เห็นมาแล้วหลายครั้งนะจ๊ะ

เริ่มตื้อ

*อาการเหวี่ยงตัวไปมาของดัชนีในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา บอกให้รู้ว่าโอกาสที่ดัชนีจะวิ่งต่อแบบสวย ๆ คงไม่ง่ายอีกต่อไป เพราะนักเล่นส่วนใหญ่ตั้งป้อมขายเมื่อดัชนีวิ่งเข้าใกล้แนวต้านบริเวณ 1,750 จุด ส่งผลให้ดัชนีออกอาการ sideway ต่อไปแบบไม่มีกำหนด ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยที่เป็นตัวชี้ขาดไม่เด็ดสะระตี่เหมือนที่พยายามประโคมข่าวผ่านบรรดาแมงลือในตลาดหุ้นพะยะค่ะ

กองทุนฉายเดี่ยว

*การแกว่งตัวสวิงสวายไปมา ของดัชนีท้ายสัปดาห์ อาจทำให้นักเล่นเกิดอาการหายใจไม่ทั่วท้องเป็นพัก ๆ แต่อย่างน้อยก็ทำให้ได้เรียนรู้กระบวนการลงทุนในเที่ยวนี้ดูดีกว่ารอบที่ผ่านมา ซึ่งทำให้สถานการณ์หลายอย่างดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้มากเลยทีเดียว “โมนิก้า” อยากให้แฟนคลับจับตาดูแนวรับสำคัญบริเวณ 1,730 จุดอีกครั้งหลังหุ้นไหลผ่าน 1,740 จุดลงมา เพราะถือว่าเป็นจุดที่แสดงให้เห็นว่าหุ้นจะไปต่อหรือพอแค่นี้

บลูชิพไม่ฟื้น

*เมื่อเห็นตลาดหุ้นขึ้นมายืนเหนือจุดที่ “โมนิก้า” เกริ่นเอาไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้มีความมั่นใจกว่าเดิมว่าการเล่นหุ้นเที่ยวนี้จะมีโพสิชั่นที่ดีขึ้น ถึงได้เห็นนักเล่นหลายกลุ่มแสดงอาการดีใจออกนอกหน้า ด้านหุ้นบลูชิพออกอาการกระดี๊กระด๊าได้เพียงชั่วครู่ชั่วคราวก็กลายมาเป็นหุ้นที่กดดัชนีอีกครั้งถึงยังไม่เห็นการฟื้นแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะการที่ดัชนียังยืนแดนบวกได้ มาจากแรงซื้อหุ้นเล็กล้วน ๆ เจ้าค่ะ

ขึ้นแล้วต้องขึ้นให้สุด!

*บรรยากาศการลงทุนยังมีหลากเรื่อง หลายรสชาติ ผสมปนเปกันเล็ก ๆ น้อย ๆ เมื่อเห็นทีท่าของตลาดช่วงนี้แล้ว “โมนิก้า” คงต้องบอกว่าเป็นของถนัดของนักลงทุนที่ถนัดเล่นแบบ “เข้าเร็วทำเร็ว” เพราะการเคลื่อนตัวรอบนี้ต้องทันเกม ! พวกอ่อนต่อโลกอาจไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น แต่คนที่เข้าใจเรื่องเกมการเงิน ย่อมเข้าใจถึงรูปแบบของการลงทุนในเที่ยวนี้อย่างถ่องแท้ เพราะเมื่อหุ้นปรับตัวขึ้นแรงต้องรีบออกของไปก่อนเจ้าค่ะ

1,720 จุด เอาอยู่ ?

*วันนี้ “โมนิก้า” ขอเปิดด้วยการย้ำหัวหมุดตามที่เคยเกริ่นไปอีกครั้งว่า ตอนนี้หมดเวลาของหุ้นใหญ่ และถึงคราวของหุ้นเล็กที่จะได้ออกมาวาดฝีไม้ลายมือแทน เลยไม่มีความจำเป็นต้องเม้าท์แตกอะไรมากมาย เพราะการทิ้งตัวลงมาในแดนลบบาง ๆ เกือบทั้งวัน ก่อนจะมาลงเอยที่ระดับ 1,721.48 จุด ลบไป 9.55 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.53 หมื่นล้านบาท หุ้นในกลุ่ม SET50-SET100 กอดคอร่วงระนาวมันสะท้อนให้เห็นว่านักเล่นได้เบือนหน้าหนีหลังจากเข้าใจดีว่าหุ้นใหญ่หลังจากไม่มีปัจจัยบวกให้เล่น แถมหุ้นหลาย ๆ ตัวยังเข้าเขตซื้อมากเกินไปได้เป็นอย่างดียังไงล่ะคะ

หุ้นเล็กมาแรง

*อาการกวัดแกว่งไปมาของดัชนีตลอดทั้งวันทำให้รู้ว่า ผู้เล่นแกนหลักยังไม่กล้าเล่นสุดตัว และทำได้แค่การเคาะเปาะ ๆ แปะ ๆ ฆ่าเวลาไปพลาง ๆ ก่อนจะโหมลุยแบบสุดซอยอีกครั้งนั้น “โมนิก้า” ถือเป็นสถานการณ์ที่สร้างความอึดอัดใจให้กับผู้เล่นเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้นักเล่นบางส่วนหนีไปลงทุนในหุ้นขนาดกลาง ขนาดเล็กกันเป็นจำนวนมากในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาไงละคะ

ตั้งเกมใหม่

*ถ้าประเมินสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยอย่างเป็นระบบ ก็จะเห็นภาพชุดเดิมวนเวียนไปมาติดต่อกันร่วมเดือน “โมนิก้า” ถึงกล้าฟันธงแบบไม่กลัวด้ามธงหักทันทีว่า มันเป็นภาพที่สุดแสนจะเบื่อหน่ายก็จริง แต่ผู้เล่นต้องอยู่กับสิ่งเหล่านี้ให้ได้ เพราะเมื่อส่องกล้องมองไปข้างหน้าประมาณ 2 สัปดาห์ จะเห็นว่าทุกอย่างยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญนะคะ

1 2 3 56