ตาถึง..ก็เจอของดี!

*หากมองโมเมนตัมของตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหวี่ยงไปเหวี่ยงมาจนเลือกระหว่าง “เคาะซ้าย” กับ “เคาะขวา” ไม่ถูกนั้น “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องของ “อารมณ์” มาก่อน “เหตุผล” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปกติที่พบเห็นได้เป็นประจำในยามที่ตลาดหุ้นกำลังรอคอยข่าวดี จึงอยากให้แฟนคลับเพิ่มความละเอียดในการเลือกหุ้นเก็บไว้ในพอร์ต เพราะจังหวะนี้เป็นช่วงเวลาของการใช้ “ความไว” ผสมผสานกับ “กึ๋น” ของนักเล่นพะยะค่ะ

ดับฝัน (เร็วเกิน)

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในยามนี้ที่ทำให้แฟนคลับบางรายถึงกับช็อกซีเนม่า เพราะช่วงเช้าบวกขึ้นไปเกือบ 20 จุด พอถึงช่วงเวลาบ่ายแก่ ๆ กลับออกอ่อนยวบลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปิดไปที่ระดับ 1,373.22 จุด บวก 0.95 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.18 หมื่นล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นการดับฝันอารมณ์ของนักเล่นลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแสดงอาการทอดถอนหายใจอีกครั้งแบบนี้..เซ็งเบย!

ความหวังลุกโชน!

*บรรยากาศการลงทุนที่กลับมาสุกสกาวสดใสเที่ยวนี้ทำให้ “โมนิก้า” รับรู้ถึงอารมณ์ของผู้เล่นกลุ่มต่าง ๆ กำลังเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังอย่างหาที่เปรียบมิได้ จึงกระโจนใส่หุ้นแบบไม่มีอาการลังเลใจ เพราะเริ่มเห็นหนทางฟื้นตัวแบบร่ำไรในเบื้องหน้า ถึงแม้จะเป็นแสงสว่างที่ค่อนข้างริบหรี่ แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้ผู้คนเริ่มรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นกว่าเดิมไงล่ะจ๊ะ

รับต่ำ..ดันสูง

*ทุกครั้งเมื่อถึงวันศุกร์ทีไร “โมนิก้า” มักเห็นนักเล่นกลุ่มต่าง ๆ ใช้ยุทธวิธีขายทำกำไรเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในช่วงวันหยุดยาวเป็นประจำ เดี๊ยนเลยอยากให้แฟนคลับตระหนักถึงสถานการณ์ตรงนี้มากขึ้น เพราะเป็นช่วงที่ทุกคนกำลังรอข่าวดีในช่วงครึ่งปีหลังจะมีอะไรออกมาบ้าง ? รวมทั้งมาตรการเยียวยาต่าง ๆ ที่จัดแพ็กเกจชุดใหญ่จะสัมฤทธิผลขนาดไหน ? ล้วนเป็นเรื่องที่ใช้ชี้วัดการเดินหน้าของดัชนีนะจะบอกให้

ควานหาฐานต่อไป!

*หากดูรูปแบบการเคลื่อนตัวของดัชนีในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาจะเห็นว่าดัชนีพยายามเกาะฐานแนวรับ 1,300 จุดไว้ให้นานสุด จึงทำให้ดัชนีแกว่งตัวไปมาในกรอบ 1,310-1,350 จุดที่เหลือ พร้อมกับมีการตั้งคำถามจากผู้คนมากมายว่าดัชนีจะประคองตัวที่บริเวณนี้ได้นานแค่ไหน ? เพราะตัวแปรหลายอย่างที่ถาโถมเข้ามาในเวลานี้ ล้วนมีแต่เรื่องที่ทำให้นักเล่นไม่สบายใจเลยพับผ่าซิ!

เงินกำลังจะหมุนไป

*หากมองเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับดัชนีดาวโจนส์เป็นที่ตั้งหลัก “โมนิก้า” บอกได้ทันทีว่ารูปแบบการขึ้นลงของดัชนีดังกล่าวอ้างอิงกับตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของอเมริกาทั้งนั้น จึงทำให้ดัชนีพุ่งจากระดับ 19,000 จุดเมื่อปลายเดือน มี.ค. ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ระดับ 28,000 จุดในช่วงกลางเดือน มิ.ย. ก่อนจะย่อตัวลงมาแกว่งตัวที่บริเวณ 25,000 จุดพักใหญ่ ๆ มันเป็นสถานการณ์ที่ทำให้รู้ว่านักลงทุนมีความคาดหวังต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูงนะคะ

ดรีมทีมโคตรยี้

*ความไม่เป็นตะบักตะบวยของทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามาวัดรอยเท้าทีมชุดเก่าในเที่ยวนี้ กลายเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้คนมากมายต่างร้องยี้กันเป็นทิวแถว เพราะมันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงที่สามารถจับต้องเป็นรูปธรรมเลยสักอย่าง แถมเมื่อวัดกึ๋นของคนที่นั่งอยู่ก่อนหน้านี้ กับคนที่กำลังเข้ามาใหม่ “โมนิก้า” มองไม่เห็นสิ่งแตกต่างระหว่างคำว่า “หลังเท้า” กับ “หน้ามือ” มันเป็นอย่างไร..อิอิอิ

ตื่นเถิดชาวหุ้น!

*วันนี้ “โมนิก้า” ขอมาในแนวปลุกใจเพื่อทำให้ชาวหุ้นรู้สึกถึงสถานการณ์ต่าง ๆ กำลังดีขึ้นอย่างช้า ๆ จนบางคนอาจไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แต่สำหรับพวกพ้องที่อยู่ในแวดวงตลาดหุ้นกลับเริ่มรับรู้ถึงปรากฏการณ์วันละเล็กวันละน้อย จึงอยากให้ทุกคนมีความหวังในการประคองเศรษฐกิจไปถึงสิ้นปี 63 และทุกอย่างน่าจะคลี่คลายชัดเจนในช่วงไตรมาส 1 ปี 64 นะจะบอกให้

ลุ้นเด้งกลับ

*ในเมื่อตลาดหุ้นทั่วโลกต้องเผชิญกับข่าวร้ายสารพัดเรื่องราว “โมนิก้า” เลยไม่มีความจำเป็นต้องหลับหูหลับตาสวนกระแส และพยายามทำตัวโอนอ่อนตามกระแสที่เกิดขึ้นมากกว่า เพราะของมันเห็นกันมาตั้งแต่ต้นว่าดัชนีขึ้นมาด้วยความเชื่อล้วน ๆ โดยมีจุดเหมาะสมสำหรับการลงทุนหลายจุดด้วยกัน ไล่เรียงตั้งแต่บริเวณ 1,200-1,250 จุด ขยับขึ้นมาเป็น 1,300 จุด ต่อเนื่องจนมาถึงระดับ 1,330 จุดก็มีเหมือนกันเจ้าค่ะ

วนเล่นตัวเดิม

*บรรยากาศของตลาดหุ้นไทยยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายความหวังเต็มอุรา จึงมีแรงซื้อเข้ามาเป็นระยะในหุ้นบางตัวตลอดทั้งวัน ส่งผลให้ดัชนีแกว่งตัวลุ่ม ๆ ดอน ๆ ต่อไปไม่มีกำหนด เพราะอารมณ์ของนักเล่นแต่ละกลุ่มโอนอ่อนไปตามกระแสเสียเหลือเกินนั้น “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องปกติของนักลงทุนที่กำลังเงี่ยหูฟังข่าวดีใหม่ ๆ เข้ามาเสริมสร้างความมั่นใจในการเคาะขวารอบถัดไปไงล่ะคะ

1 2 3 80