เล่นรอบใหม่

 *สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยเป็นเหมือนกับที่ “โมนิก้า” เกริ่นนำไว้เมื่อปลายสัปดาห์ก่อนไม่ผิดเพี้ยน (ขอโม้สักนิดหนึ่ง) จึงไม่หนักใจกับการอ่อนตัวของดัชนีลงมาอยู่ที่ 1,689.28 จุด ลบไป 13.75 จุด ด้วยมูลค่า 5.71 หมื่นล้านบาท เพราะรูปแบบการเคลื่อนตัวก็เป็นเหมือนกับที่คาดการณ์ไว้ จึงเชื่อเหลือเกินว่า ดัชนีจะพยายามไต่ระดับขึ้นไปหาเป้า 1,700 จุดอีกครั้งในไม่ช้าเจ้าค่ะ

สตรีวัยทอง

*สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยผันผวนเหมือนสตรีวัยทอง พอเผลอแป๊บเดียวอารมณ์พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที เห็นได้จากการซื้อขายภาคเช้าวานนี้รีบาวด์ได้อย่างสดใสซาบซ่าตามที่วาดวิมานเมฆเอาไว้ แต่หากฟ้าฝนไม่เป็นใจทำบุญแค่ไหนก็ไม่ขึ้นถึงได้เห็นแรงเทขายกระหน่ำในภาคบ่ายจนดัชนีต้องกลับมานอนแน่นิ่งที่ 1,683.43 จุดอีกครั้ง ด้วยการปรับตัวลดลง 24.10 จุด หรือ 1.41% ด้วยมูลค่าซื้อขาย  7.97 หมื่นล้านบาทน่ะสิ!

กลัวขาสั่น?

    *สถานการณ์ของตลาดหุ้นในช่วงเข้าสู่ครึ่งปีหลังยังเป็นเรื่องที่นักเล่นต้องคิดหนัก เพราะยังมองไม่เห็นปัจจัยใหม่ๆ เข้ามากระตุ้นความเชื่อมั่น ส่งผลให้นักเล่นเพลาการซื้อขายหุ้น เพื่อรอดูสถานการณ์ต่างๆ ให้แน่ใจเสียก่อน ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนค่อนข้างเงียบเหงา “โมนิก้า” ถือเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีสำหรับการลงทุนต่อจากนี้ เพราะเห็นได้ชัดว่า แรงซื้อหดหายไปมากพอสมควรนะจ๊ะ

สงครามโบรกเกอร์

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไม่มีอะไรต้องวิตกกังวล เพราะตามท้องเรื่องที่เล่นกันในเที่ยวนี้พุ่งเป้าไปยัง window dressing  โดยในที่นี้มีการตีความ พร้อมกับถอดรหัสไว้เสร็จสรรพว่า หากมีการทำราคาหุ้นเพื่อปิดบัญชีจริง ดัชนีจะวิ่งขึ้นไปแถว 1,600 จุด หากไม่มีปรากฏการณ์ดังกล่าว ดัชนีก็ม้วนตัวลงมาตั้งฐานที่บริเวณ 1,560 จุด ซึ่งเป็นเรื่องที่พอเห็นเลาๆ ว่า เหตุการณ์กำลังโน้มเอียงไปทางไหนเจ้าค่ะ

เกาไม่ถูกที่คัน

  *ประเด็นเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหุ้นไม่มีอะไรต้องกังวล หรือต้องคิดอะไรให้เสียเวลาเคาะขวาแบบสุดซอย เพราะการเล่นเที่ยวนี้เป็นเวทีของคนที่มีลักษณะ กล้าก็ลุย..กลัวก็ถอย ประกอบกับแพทเทิร์นของดัชนีอยู่ในลักษณะ sideway up จึงเป็นจังหวะที่นักลงทุนสามารถโหนกระแสได้ทันที “โมนิก้า” ถึงมองรอบการเล่นในสัปดาห์นี้สามารถคาดหวังเป้าหมายที่บริเวณ 1,600 จุดได้นะจ๊ะ

เล่นต้องไว..กลัวต้องถอย

   *หากติดตามสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยอย่างกระชั้นชิดจะรู้ว่า ลักษณะการเล่นของพวกนักลงทุนสถาบันจะเป็นแบบ “เข้าทำ รีบชิ่ง” ออกทันที พร้อมกับมีการอารัมภบทไปเรื่อยเปื่อย ขณะที่แมงเม่าพันธุ์อึดกลับใช้ยุทธวิธี “ลงซื้อ ขึ้นขาย” กันอย่างแพร่หลายนั้น “โมนิก้า” ถือเป็นเรื่องของสูตรใครสูตรมัน ไม่มีอะไรตายตัวเหมือนในตำรา เพราะสิ่งที่ทุกคนต้องยึดถือเป็นสรณะคือ “กำไร” นะจะบอกให้

เก่าไป..ใหม่มา

   *สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ ต่อเนื่องถึงสัปดาห์หน้า คงไม่มีอะไรแปลกใหม่ เพราะรูปแบบการเล่นยังอิงกับความคาดหวังกำไรไตรมาส 2  เป็นหลัก จึงไม่มีใครกล้าทุ่มหมดหน้าตักเหมือนเช่นที่ผ่านมา ประกอบกับข่าวสารที่แพร่สะพัดในตลาดหุ้นมีแต่เรื่องโฆษณาชวนเชื่อ ส่งผลให้หุ้นที่มีการไล่ราคาในเที่ยวนี้เป็นเพียงกระแสบที่วูบวาบ ต่อจากนั้นก็หายเข้ากลีบเมฆไปตามระเบียบนะคะ

ลุ้นไม่ขึ้น

   *อาการแกว่งไปแกว่งมาของดัชนีในยามนี้ทำให้รู้ว่า ทุกอย่างยังไม่นิ่ง นักเล่นยังไม่พร้อม สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง แถมแรงซื้อหดหายไปเป็นจำนวนมาก ดัชนีถึงทรุดตัวลงมาปิดที่ 1,566.65 จุด ลบไป 3.63 จุด ด้วยมูลค่า 4.50 หมื่นล้านบาท “โมนิก้า” ถือเป็นช็อตที่ทำให้นักเล่นต้องคิดหนักพอสมควร เพราะองค์ประกอบหลายอย่างไม่เป็นเหมือนกับที่ประเมินไว้ตั้งแต่ต้นน่ะสิ

ดันไม่ขึ้น

*เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้มีประเด็นให้ติดตามเยอะแยะไปหมด จนบางครั้งนำไปสู่เหตุการณ์สับขาหลอก “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่นักเล่นรู้ว่าเสี่ยง แต่อยากจะลอง ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะหากนับระยะเวลาตั้งแต่ต้นปี 60 จนถึงทุกวันนี้ กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนียังอยู่ในระดับ 1,530-1,580 จุด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากมีพวกนกรู้เทขายหุ้นตรงจุดนี้เป็นจำนวนมากนะคะ

นอยด์นิดๆ

*วานนี้เป็นอีกครั้งที่ “โมนิก้า” ต้องนั่งเฝ้าหน้าจอตลอดทั้งวันเพื่อสังเกตอาการของดัชนี หลังจากต้องเผชิญกับปัจจัยลบที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็พบว่า นักเล่นส่วนใหญ่พยายามระบายของออกจากพอร์ตมากกว่าช้อนเก็บของเข้าในพอร์ต ส่งผลให้การเคลื่อนตัวของดัชนีออกไปในทางไซด์เวย์ เพื่อเลือกทางเดินระหว่าง “ขึ้น” กับ “ลง” นะจะบอกให้

1 2 3