เด้งแล้วเดี้ยง ?

*จริง ๆ “โมนิก้า” เป็นคนชอบมองการลงทุนในตลาดหุ้น “ด้านบวก” มากกว่า “ด้านลบ” และยังชอบมองการเคลื่อนตัวของดัชนีเมื่อผ่านแนวต้านแต่ละจุดมีนัยสำคัญไม่ใช่น้อย วันนี้เลยมีข้อสรุปในเบื้องต้นออกมาในโทน “เด้งแล้วลง” เพื่อทำให้นักเล่นได้มีเวลาเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น จึงอยากให้ทุกคนช่วยสละเวลาเงี่ยหูฟังกันสักนิดหน่อยนะจ๊ะ

ทะลุได้…ไปต่อ

*ดัชนีวานนี้ปรับตัวอยู่ในแดนบวกตลอดทั้งวันด้วยแรงซื้อแรงขายที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง การยืนเหนือ 1,580 จุดได้เป็นวันที่ 3 ถึงแม้จะยังไม่ทะลุ 1,590 จุด กลับทำให้ภาพการลงทุนดูดีขึ้นมาเป็นลำดับ เหล่ามิตรรักแฟนเพลงของ “โมนิก้า” ถึงเริ่มกลับมามีความหวังและลุยหุ้นมากขึ้น ส่งผลให้ดัชนีขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,588.38 จุด บวกไป 4.61 จุด หรือขึ้นไป 0.29% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.50 หมื่นล้านบาท

เผือกแต่พองาม !

*ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้คนมากมายร้อยท่อต่อสายตรงเล่าเรื่องลับ ๆ ล่อ ๆ ของผู้คนในตลาดหุ้นมากมาย จนกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้สึกเอือมระอากับพฤติกรรมจอมแฉที่ชอบพูดความจริงครึ่งเดียวนั้น “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องปกติของแวดวงตลาดหุ้นที่มักมีดาวรุ่งปากปีจอพูดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เพราะเป็นเรื่องเดียวที่ทำให้ผู้คนมากมายเกิดเมามันในอารมณ์ไปด้วยนะซี

ฝรั่งซื้อ 6 วันติด

*วันนี้เป็นอีกครั้งที่ทำให้ “โมนิก้า” ต้องหันมาพูดถึงท่าทีของฝรั่งตาน้ำข้าวที่กลับลำหันมาซื้อหุ้นไทย 6 วันติด พร้อมกับทำให้สถานการณ์ที่ดูเหมือนจะแย่ ๆ เริ่มดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม มันเป็นประเด็นหลักที่เดี๊ยนอยากให้แมงเม่ามองเรื่องนี้อย่างทะลุปรุโปร่ง เพื่อทำให้การเล่นในเที่ยวนี้คล่องตัวมากขึ้นกว่าเดิม เพราะวงจรขาขึ้นเที่ยวนี้ไม่น่าจะยาวนานสักเท่าไหร่หรอกนะจ๊ะ

หมดแรง..แต่ไม่หมดใจ

*ตลาดหุ้นไทยวานนี้ถือเป็นการตอกย้ำว่าการเคลื่อนไหวของดัชนีจะยังไม่ไปไหนไกลจากการเคลื่อนไหวในรูปแบบเดิม ๆ ที่ทำให้ “โมนิก้า” เสียอารมณ์คอยเฝ้าหน้าจอลุ้นให้ดัชนีวิ่งกลับขึ้นไปยืนเหนือ 1,580 จุด เพราะยิ่งลุ้นยิ่งดูเหมือนจะยากมากขึ้นทุกที ถือเป็นความท้าทายระยะสั้นที่จะต้องเปลี่ยนรูปแบบให้ได้ เพราะถ้าหากดัชนียังไม่สามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญได้อย่างมั่นคงจะเป็นการเคลื่อนไหวที่วนอยู่กับที่ยังไงล่ะคะ

บลูชิพโดนกด

*ก่อนอื่นต้องพูดกันตามตรงว่า สถานการณ์ของหุ้นบลูชิพวันนี้ไม่ค่อยดีเอาเสียเลย เพราะมีแรงเทขายสาดออกมาตลอดทั้งวัน จนมองไม่เห็นหนทางที่จะตีกลับขึ้นไปหากรอบด้านบนอย่างแข็งแกร่ง แถมแต่ละตัวที่โดนจัดหนักก็มีแต่เรื่องชวนปวดเศียรเวียนเกล้าเข้ามาซ้ำเติมเป็นระยะ บรรดาผู้เล่นทั้งน้อยใหญ่เลยเกิดอาการงงเป็นไก่ตาแตกกันทั้งกระบินะจะบอกให้

วนเวียนที่เดิม

*หากมองสูตรการลงทุนแบบเจาะลึกถึงแก่นแท้ของการเล่นรอบ “โมนิก้า” พูดได้ในทันทีว่า เหมือนพายเรือวนอยู่ในอ่างน้ำ ซึ่งไม่มีอะไรดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ และไม่มีอะไรเลวร้ายกว่าที่เห็นในทุกวันนี้ เดี๊ยนถึงไม่มีความจำเป็นต้องขวนขวายหาข่าวดีเข้ามากระตุ้นความเชื่อมั่นในการลงทุน เพราะตัวแปรหลักที่ทำให้นักเล่นทุกกลุ่มยังแทงกั๊กกันตลอดเวลา มันมาจากอิทธิพลของดัชนีดาวโจนส์นะคะ

1,580 จุดเด้ง

*ก่อนอื่นเดี๊ยนขอบอกไว้เลยว่า ยิ่งดัชนีมีอาการกวัดแกว่งมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งทำให้สัญญาณทางเทคนิคสำคัญมากขึ้นเท่านั้น เพราะเหมือนเป็นการตอกย้ำพฤติกรรมของนักลงทุนกลุ่มต่าง ๆ ยังปักหลักเทขายหุ้นเมื่อถึงแนวต้านสำคัญ และถอยลงไปรอช้อนหุ้นเมื่อถึงแนวรับสำคัญเช่นกัน ดัชนีถึงขยับเขยื้อนไปไหนได้ไม่ไกลสักที ซึ่งเป็นภาพที่เดี๊ยนเห็นจนชินตาไงล่ะคะ

สู้ไม่ไหว!

*บทสรุปในเบื้องต้นของตลาดหุ้นไทยเที่ยวนี้ทำให้รู้ว่า แรงซื้อไม่พอที่จะดันให้ดัชนีขึ้นไปยืนเหนือ 1,600 จุดเหมือนที่คาดไว้ ทำให้สถานการณ์หลายอย่างพลิกผันไปจากเดิมค่อนข้างเยอะ ผนวกกับบริเวณแนวต้านดังกล่าวกลายเป็นจุด take profit สำคัญของการเล่นหุ้นในหลายรอบที่ผ่านมา “โมนิก้า” ถึงรู้สึกเฉย ๆ กับอาการผิดหวังของแมงเม่าที่เกิดขึ้นในเที่ยวนี้นะจะบอกให้

ลุยหรือถอย

*วานนี้เป็นอีกครั้งที่ “โมนิก้า” ต้องมานั่งคิดทบทวนเกี่ยวกับโอกาสที่ดัชนีจะขึ้นมายืนเหนือ 1,600 จุดมีมากน้อยแค่ไหน ? เพราะตัวแปรรอบด้านหลายอย่างยังไม่นิ่งอย่างที่ควรจะเป็น รวมทั้งข้อมูลสถิติเก่า ๆ พูดเหมือนกันว่า ฐานแนวรับบริเวณนี้มักมีแรงเทขายทำกำไรออกมาเป็นประจำ จึงเป็นเรื่องที่นักลงทุนต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ไงล่ะคะ

1 2 3 75