รีบาลานซ์

*วันนี้ “โมนิก้า” ขออนุญาตกระแดะใช้ภาษาอังกฤษจั่วหัว เพื่อให้แฟนคลับได้เข้าใจมูฟเมนต์ตลาดหุ้นไทยลึกซึ้งกว่าเดิม หลังดัชนีกวัดแกว่งแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนมือใหม่หัดเคาะเริ่มระแวงการขึ้นเที่ยวนี้จะนานแค่ไหน ? ล้วนเป็นมุมมองที่ทุกคนมีสิทธิ์จะคิดได้ แต่การคิดดังกล่าวอาจบั่นทอนกำลังใจโดยใช่เหตุ จึงอยากให้นักเล่นทำตัวให้ยืดหยุ่นมากกว่าเดิม เพื่อเปิดโอกาสในการเล่นรอบไงละคะ

ปากพาซวย..หุ้นพารวย

*วันนี้เป็นอีกครั้งที่ “โมนิก้า” ต้องเปิดเรื่องด้วยการเมืองแบบเจ็บ ๆ แสบ ๆ คัน ๆ เพื่อชี้ให้เห็นว่า น้อง ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ ที่ไปร่วมม็อบเด็กเลวควรกลับเข้าห้องเรียนเพื่อไปหาความรู้ให้ตัวเองเถอะลูก ! เพราะการดีเบตเมื่อวันก่อนได้เปรยตัวตนของคนที่เป็นผู้นำม็อบอย่างแท้ทรู จึงไม่ต้องอธิบายอะไรมากมายไปกว่านี้ เพราะอาจเป็นการซ้ำเติมเด็ก ๆ ให้บอบช้ำหนักขึ้นไงละคะ

กองทุนหนุน

*บรรยากาศการลงทุนเมื่อวันศุกร์อาจไม่ได้เร้าใจเท่ากับวันที่ผ่าน ๆ มา เนื่องจากได้มีการไล่ซื้อหุ้นกันมาระยะหนึ่ง ย่อมมีการขายทำกำไรกันออกมาบ้าง แต่เมื่อเหลือบดูรายละเอียดของแรงซื้อที่ไหลเข้ามายังคงเป็นกองทุนที่รับหน้าที่ดันหุ้น และหุ้นที่ดีดตัวขึ้นแรงกลับกลายเป็นหุ้นกลาง-เล็กสลับหน้ากันไต่ระดับขึ้นมาแทนหุ้นบลูชิพ ที่เริ่มลดความร้อนแรงลงมาบ้าง “โมนิก้า” ถึงพยายามให้นักเล่นยึดหลักยืดหยุ่นเพื่อความคล่องตัวของพอร์ตลงทุน เพราะหุ้นสลับกันวิ่งตลอดเวลานะจะบอกให้

เคาะเรื่อย ๆ..เหนื่อยก็พัก

*ทันทีที่ “โมนิก้า” เม้าท์ถึงรีเสิร์ชต่างชาติขึ้นมาอธิบายปรากฏการณ์ของตลาดหุ้นไทย (ปีหน้า 1,700 จุด) กลายเป็นประเด็นที่ทำให้ผู้คนมากมายพูดถึงความเป็นไปได้มีมากขนาดไหน ? เพราะตัวแปรหลายอย่างยังออกลูกแทงกั๊กตลอดเวลา รวมทั้งท่าทีของกองทุนในประเทศก็เกิดอาการป๊อดขึ้นมากะทันหัน เลยไม่เชื่อว่า การให้ข้อมูลเมื่อวันก่อนจะเป็นจริงเหมือนที่ได้นำเสนอนะซี

เป้าใหม่ 1,700 จุด ?

*ก่อนจะเข้าสู่โหมดของการลงทุนเต็มตัว “โมนิก้า” ขอเม้าท์ถึงการสับขาหลอกของม็อบเด็กขายของ เพื่อชี้ให้เห็นความเอือมระอาของผู้คนเริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะการปล่อยข่าวจะไปหยาบคายที่โน่นที่นี่ (แต่สุดท้ายเปลี่ยนเป้าหมาย) มันทำให้ชีวิตประจำวันของใครหลายคนกลายเป็นเรื่องยากลำบากในทันที แถมข้อเรียกร้องบางอย่างก็เลยขอบเขตไปเยอะมาก ส่งผลให้กระแสไม่เอาด้วยขยายวงกว้างมากขึ้น ซึ่งจะทำให้การหาทางลงของม็อบเด็กไม่ง่ายเหมือนที่ตั้งธงกันไว้นะเด็กน้อย !

3 สัปดาห์ 200 จุด

*แม้ตลาดหุ้นไทยจะเผชิญกับแรงขายทำกำไรอย่างดุเดือดเผ็ดมัน แต่ในขณะเดียวกันก็มีแรงซื้อเข้ามารับหุ้น และดันหุ้นเป็นระยะ ไม่ได้ทำให้เดี๊ยนรู้สึกตื่นตระหนกกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่เคยเกริ่นให้ฟังหลายครั้งว่า ตลาดหุ้นจำเป็นต้องผ่านกระบวนการทดสอบกำลังใจ เพื่อทำให้ฐานใหม่ที่สูงขึ้นกว่าเดิมแกร่งดังภูผา จึงอยากให้แฟนคลับขาลุยเข้าใจโมเมนตัมของตลาดหุ้นไทยตรงนี้ด้วยนะจ๊ะ

ฝรั่งจัดชุดใหญ่!

*ก่อนอื่น “โมนิก้า” ขออารัมภบทความในใจเพื่อให้แฟนคลับได้เห็นความปลาบปลื้มใจที่ได้เห็นดัชนีวิ่งขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 1,420.43 จุด บวกไป 31.09 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.05 แสนล้านบาทเป็นลำดับแรก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเที่ยวนี้เหมือนเป็นการลบล้างความคับข้องใจที่มีต่อตลาดหุ้นไทยจนหมดเกลี้ยง พร้อมกับเปิดโลกทัศน์ใบใหม่ให้กับแมงเม่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งส่งผลให้ปัญหาการเมืองในประเทศกลายเป็นเรื่องสิว ๆ ในทันทีพะยะค่ะ

1,380 จุดครั้งที่ 3

*ในที่สุด “โมนิก้า” ต้องเอาสถิติเก่ามาพูดอีกครั้ง เพราะรูปแบบการเคลื่อนตัวมีลักษณะโอนอ่อนไปทางนั้นมากเหลือเกิน และที่ผ่านมาก็เคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ทางอ้อม ๆ มาแล้วหลายครั้งเหมือนกัน แต่ที่พูดชัดเจนฉะฉานคงเป็นการฟันธงการเคลื่อนตัวแบบ V-Shape  W-Shape และ J-Shape ขณะเดียวกันต้องเข้าใจคอนเซ็ปต์การยกฐานขึ้นไปสร้างแนวรับใหม่ที่สูงกว่าเดิมต้องผ่านการทดสอบแรงขายเสียก่อนเจ้าค่ะ

รอจังหวะ ?

*ถ้าให้ “โมนิก้า” วิเคราะห์ข้อมูลแบบ “ล้วงลับตับแตก” ความคิดของนักวิเคราะห์ซีกหัวอนุรักษนิยมจะพบว่า ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ทำกำไร หลังจากนั้นให้รอจังหวะเข้าซื้อรอบใหม่ เพราะการซื้อหุ้นเก็งกำไรในระดับราคานี้ “ผลตอบแทนไม่คุ้มกับความเสี่ยง”  และเหตุผลดังกล่าวก็นำไปสู่ความคิดที่ว่า หนทางที่ดีที่สุดในการลงทุนระยะกลางก็คือ “ถือเงินสด 30%” พะยะค่ะ

เริ่มหมดมุก

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในห้วงเวลาของการปรับสมดุล มักมีอาการตื้อ ๆ ตัน ๆ เหมือนจะไปต่อไม่ไหวนั้น “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องปกติสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้น เพราะไม่มีประเด็นใหม่ ๆ ช่วยบิลต์อารมณ์ ซึ่งจะทำให้ดัชนีกวัดแกว่งถี่ขึ้นไปอีก จึงควรเตรียมพร้อมสำหรับการโยกหุ้นไปมาของนักลงทุนสถาบัน และไม่ควรหลงเข้าไปเล่นเกมของคนอื่น หากไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเรื่องราวทั้งหมดนะคะ

1 2 3 120