กองทุนฉายเดี่ยว

*การแกว่งตัวสวิงสวายไปมา ของดัชนีท้ายสัปดาห์ อาจทำให้นักเล่นเกิดอาการหายใจไม่ทั่วท้องเป็นพัก ๆ แต่อย่างน้อยก็ทำให้ได้เรียนรู้กระบวนการลงทุนในเที่ยวนี้ดูดีกว่ารอบที่ผ่านมา ซึ่งทำให้สถานการณ์หลายอย่างดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้มากเลยทีเดียว “โมนิก้า” อยากให้แฟนคลับจับตาดูแนวรับสำคัญบริเวณ 1,730 จุดอีกครั้งหลังหุ้นไหลผ่าน 1,740 จุดลงมา เพราะถือว่าเป็นจุดที่แสดงให้เห็นว่าหุ้นจะไปต่อหรือพอแค่นี้

บลูชิพไม่ฟื้น

*เมื่อเห็นตลาดหุ้นขึ้นมายืนเหนือจุดที่ “โมนิก้า” เกริ่นเอาไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้มีความมั่นใจกว่าเดิมว่าการเล่นหุ้นเที่ยวนี้จะมีโพสิชั่นที่ดีขึ้น ถึงได้เห็นนักเล่นหลายกลุ่มแสดงอาการดีใจออกนอกหน้า ด้านหุ้นบลูชิพออกอาการกระดี๊กระด๊าได้เพียงชั่วครู่ชั่วคราวก็กลายมาเป็นหุ้นที่กดดัชนีอีกครั้งถึงยังไม่เห็นการฟื้นแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะการที่ดัชนียังยืนแดนบวกได้ มาจากแรงซื้อหุ้นเล็กล้วน ๆ เจ้าค่ะ

ขึ้นแล้วต้องขึ้นให้สุด!

*บรรยากาศการลงทุนยังมีหลากเรื่อง หลายรสชาติ ผสมปนเปกันเล็ก ๆ น้อย ๆ เมื่อเห็นทีท่าของตลาดช่วงนี้แล้ว “โมนิก้า” คงต้องบอกว่าเป็นของถนัดของนักลงทุนที่ถนัดเล่นแบบ “เข้าเร็วทำเร็ว” เพราะการเคลื่อนตัวรอบนี้ต้องทันเกม ! พวกอ่อนต่อโลกอาจไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น แต่คนที่เข้าใจเรื่องเกมการเงิน ย่อมเข้าใจถึงรูปแบบของการลงทุนในเที่ยวนี้อย่างถ่องแท้ เพราะเมื่อหุ้นปรับตัวขึ้นแรงต้องรีบออกของไปก่อนเจ้าค่ะ

1,720 จุด เอาอยู่ ?

*วันนี้ “โมนิก้า” ขอเปิดด้วยการย้ำหัวหมุดตามที่เคยเกริ่นไปอีกครั้งว่า ตอนนี้หมดเวลาของหุ้นใหญ่ และถึงคราวของหุ้นเล็กที่จะได้ออกมาวาดฝีไม้ลายมือแทน เลยไม่มีความจำเป็นต้องเม้าท์แตกอะไรมากมาย เพราะการทิ้งตัวลงมาในแดนลบบาง ๆ เกือบทั้งวัน ก่อนจะมาลงเอยที่ระดับ 1,721.48 จุด ลบไป 9.55 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.53 หมื่นล้านบาท หุ้นในกลุ่ม SET50-SET100 กอดคอร่วงระนาวมันสะท้อนให้เห็นว่านักเล่นได้เบือนหน้าหนีหลังจากเข้าใจดีว่าหุ้นใหญ่หลังจากไม่มีปัจจัยบวกให้เล่น แถมหุ้นหลาย ๆ ตัวยังเข้าเขตซื้อมากเกินไปได้เป็นอย่างดียังไงล่ะคะ

หุ้นเล็กมาแรง

*อาการกวัดแกว่งไปมาของดัชนีตลอดทั้งวันทำให้รู้ว่า ผู้เล่นแกนหลักยังไม่กล้าเล่นสุดตัว และทำได้แค่การเคาะเปาะ ๆ แปะ ๆ ฆ่าเวลาไปพลาง ๆ ก่อนจะโหมลุยแบบสุดซอยอีกครั้งนั้น “โมนิก้า” ถือเป็นสถานการณ์ที่สร้างความอึดอัดใจให้กับผู้เล่นเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้นักเล่นบางส่วนหนีไปลงทุนในหุ้นขนาดกลาง ขนาดเล็กกันเป็นจำนวนมากในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาไงละคะ

ตั้งเกมใหม่

*ถ้าประเมินสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยอย่างเป็นระบบ ก็จะเห็นภาพชุดเดิมวนเวียนไปมาติดต่อกันร่วมเดือน “โมนิก้า” ถึงกล้าฟันธงแบบไม่กลัวด้ามธงหักทันทีว่า มันเป็นภาพที่สุดแสนจะเบื่อหน่ายก็จริง แต่ผู้เล่นต้องอยู่กับสิ่งเหล่านี้ให้ได้ เพราะเมื่อส่องกล้องมองไปข้างหน้าประมาณ 2 สัปดาห์ จะเห็นว่าทุกอย่างยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญนะคะ

เลิกกลัว

* บางครั้งการลงทุนในตลาดหุ้นไทยก็ไม่เมกเซนส์เอาเสียเลย “โมนิก้า” ถึงเห็นนักเล่นมีลักษณะกระต่ายตื่นตูมเป็นประจำเมื่อมีข่าวบางอย่างเข้ามากระทบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาเข้ามาช่วยเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นทุกครั้ง จึงอยากให้นักเล่นเข้าใจอาการเหวี่ยงตัวไปมาของดัชนีที่เกิดขึ้นในยามนี้ว่า มันต้องมีเรื่องราวบางอย่างที่ไม่พึงประสงค์เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญเสมอนะจะบอกให้

หุ้นใหญ่ถ่วง

*วานนี้ตลาดหุ้นไทยดีดกลับขึ้นมาอยู่ในแดนบวกได้อีกครั้ง หากแต่การปรับขึ้นรอบนี้ยังเป็นรูปแบบของการ “ขึ้นที่ยังน้อยกว่าลง” ถึงแม้ว่าภาพรวมของตลาดจะดูดีขึ้นเป็นลำดับ ส่วนสาเหตุที่ทำให้หุ้นยังไม่ฟื้นตัวแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยมาจากสถานการณ์รอบด้านทั้งเรื่องของเงินบาท รวมถึงสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรปส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่อยู่ในแดนลบและทำให้หุ้นไทยเริ่มมี Valuation ที่จำกัด

ขอเวลาพัก(เหนื่อย)

*ทุกครั้งที่นักเล่นรู้สึกมีความหวังขึ้นมาทีไร “โมนิก้า” ก็มักเห็นตลาดหุ้นไทยอ่อนแรงเป็นประจำนั้น เดี๊ยนถือเป็นเรื่องที่สุดวิสัยจริง ๆ และไม่อยากให้แฟนคลับรู้สึกท้อแท้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียดจะเห็นว่า ดัชนีควรหยุดพักเอาแรง เพื่อเดินหน้าขึ้นไปใหม่อีกรอบ ซึ่งเป็นไซเคิลเดิม ๆ ที่นักเล่นเห็นกันมาแล้ว 1 รอบนะจะบอกให้

จุดสร้างฐาน

*ช่วงนี้อารมณ์ของนักลงทุนกลุ่มต่าง ๆ ค่อนข้างเบิกบานแจ่มใสกันอย่างถ้วนหน้า เพราะตัวแปรที่เป็นอุปสรรคสำหรับการทำธุรกิจในหลากหลายมิติได้ถูกทำลายลงไปอย่างราบคาบ และเหลือทิ้งไว้เพียงแค่ “ฟ้าหลังฝน” ซึ่งเต็มไปด้วยท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพระยิบระยับ (ฟังแล้วคลาสสิกดีไหม ?) “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่ผู้เล่นหลักพากันตบเกียร์ห้า เดินหน้าซื้อหุ้นแบบสุดซอยกันไปเลยพะยะค่ะ

1 2 3 86