เคว้งคว้าง

*คำเดียวสั้น ๆ แต่ได้ใจสุด ๆ “โมนิก้า” คงต้องพูดว่า “เคว้งคว้าง” เกินจะบรรยาย หลังตัวแปรที่จะทำให้สถานการณ์โดยรวมดีขึ้นเป็นลำดับ มันหาไม่ได้เลยจริง ๆ จนทำให้นักเล่นทิ้งหุ้นอุตลุดตลอดทั้งวัน แต่โชคดีที่มีแรงช้อนเข้ามารับหุ้นเป็นระยะ ดัชนีเลยยืนปิดที่ระดับ 1,609.47 จุด ลบไป 5.67 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.88 หมื่นล้านบาท กลายเป็นช็อตของความเหี่ยวเฉาอย่างแท้จริงนะจะบอกให้

หลุดแนวรับ..ไหลลงต่อ

*แรงขายที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวานนี้ทำให้สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยตกอยู่ในภาวะลำบากมากขึ้นกว่าเดิม เพราะดันทำให้ดัชนีไหลลงมาต่ำกว่าเส้นแนวรับ 75 วัน และ 200 วัน ซึ่งในทางสัญญาณเทคนิคเหมือนเป็นการบอกให้รู้ว่า หากวันนี้ไม่เด้งกลับขึ้นไปปิดเหนือเส้นแนวรับดังกล่าว ดัชนีมีสิทธิไหลลงไปหาแนวรับแรกที่บริเวณ 1,600 จุด ก่อนจะทะลุลงไปหาฐานเก่าที่บริเวณ 1,580 จุด นะจะบอกให้

ไร้ทิศทาง

*จริง ๆ “โมนิก้า” ไม่อยากจั่วหัวแบบนี้หรอก! แต่เป็นเพราะสถานการณ์ของบริษัทนอกตลาดหุ้นปิดตัวลงเรื่อย ๆ ทำให้เดี๊ยนมองเห็นความอ่อนด้อยของผู้มีอำนาจในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยชัดเจนขึ้นไปอีก โดยเฉพาะในส่วนของการแก้ปัญหาเงินบาทแข็งค่า ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของธปท.อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ถือว่าเหลวเป๋วยิ่งกว่า..ขี้ แบบนี้กระมัง! ผู้คนในวงการตลาดหุ้นถึงก่นด่าคุณชายวิรไท ไม่มีชิ้นดี..อิอิอิ

ก.ล.ต. สายชิล ?

*เดิมที “โมนิก้า” ตั้งใจจะเจาะประเด็นการทำหน้าที่ของหน่วยงานกำกับตลาดหุ้นอย่าง ก.ล.ต. กับ ตลท. หลังบรรดาแมงเม้าท์สาธยายถึงบทบาทในช่วงหลัง ๆ ไม่ค่อยมีอะไรสร้างสรรค์แบบยั่งยืน เพราะเท่าที่เห็นเป็นเพียงแค่การสร้างวาทกรรมไปวัน ๆ ไม่มีอะไรจับต้องได้เหมือนกับที่โม้เลยสักอย่าง จึงเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน จนกลายเป็นว่า ไปไหน..มาไหน มีแต่คนบ่นเต็มบ้านเต็มเมืองพะยะค่ะ

ตัวแรงทั้งนั้น

*ประเด็นของการลงทุนเที่ยวนี้ไม่มีอะไรต้องคิดมาก เพราะแค่ตัวนักลงทุนรู้ว่า สตอรี่เป็นแรงขับเคลื่อน ขาใหญ่เป็นคนคอยผลักดัน เมื่อทั้งสองอย่างมารวมกัน ความมันถึงอุบัติขึ้นมาอีกครั้ง “โมนิก้า” ถึงเห็นหุ้นน้อยใหญ่ขยับขึ้นกันอย่างหวือหวา ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ทำให้รู้ว่า การขึ้นลงของหุ้นยังมีเหตุผลรองรับอยู่บ้าง ส่วนราคาหุ้นจะออกอาการโอเวอร์รีแอ็กต์ขนาดไหน ? ล้วนเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันเอาเองนะคะ

สงครามการค้ายุติ ?

*ก่อนอื่น “โมนิก้า” ขอตั้งคำถามเกี่ยวกับการเด้งขึ้นของดัชนีขึ้นมาปิดที่ 1,640.88 จุด บวกไป 16.89 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.91 หมื่นล้านบาท มันเกิดจากปัจจัยพื้นฐานที่ดีขึ้น หรือเกิดจากเรื่องจิตวิทยาในการลงทุนกันแน่! เพราะเมื่อเหลือบดูตัวแปรต่าง ๆ ที่ปรากฏให้เห็นเต็มสองลูกตา มันไม่มีเรื่องไหนเลยที่ทำให้เชื่อว่า ตลาดหุ้นไทยจะแรลลี่ยาว และวิ่งเกินกรอบ 1,650 จุด นะจะบอกให้

งบไม่สวย!

*ข้อมูลที่ “โมนิก้า” นำมาใช้เป็นประจำทุกครั้งในช่วงที่บริษัทจดทะเบียนทยอยประกาศงบออกมาเรื่อย ๆ ล้วนพุ่งเป้าไปยังเรื่องกำไรที่โชว์ล่าสุดเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ไหม ? หรือแม้กระทั่งผลขาดทุนที่ออกมาสะท้อนถึงจุดต่ำสุดของการทำธุรกิจแล้วใช่ไหม ? ซึ่งเป็นตัวแปรที่บอกให้รู้ว่า ราคาหุ้นควรอยู่บริเวณไหน ? และตลาดหุ้นไทยพร้อมจะเดินหน้าขนาดไหน ? เดี๊ยนถึงอยากให้นักเล่นเข้าใจกิมมิกตรงนี้ด้วยนะจ๊ะ

ขยะใต้พรม ?

*วานนี้เป็นอีกครั้งที่ดันไปสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะในจังหวะที่กำลังเดินชมนกชมไม้อย่างเพลิดเพลินเจริญใจ ดันไปได้ยิน เสียงตุ๊กแก..อุ๊ย..เสียงจิ้งจก ร้องทักเป็นระยะว่า ดีลหลายดีลมีอะไรลึก ๆ ซ่อนใต้พรมเป็นจำนวนมาก จึงอยากให้แฟนคลับทำความเข้าใจเรื่องข่าวลือที่เกิดขึ้นด้วยใจที่เป็นกลาง เพื่อเป็นการเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ที่กำลังจะเข้ามาในช่วงสิ้นปีไงล่ะคะ

ดันแรง (อย่าเหลิง)

*หลังจาก “โมนิก้า” ลองนั่งประเมินสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยในรอบสัปดาห์พบว่า ตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในภาวะผันผวน และมีความเป็นไปได้ที่ดัชนีจะ “กระชากขึ้นแรง” และ “กระชากลงแรง” เพราะตัวแปรที่ทำให้ดัชนีมีอาการเป๋ไปเป๋มา ล้วนมาจากอิทธิพลของตลาดหุ้นต่างประเทศแทบทั้งสิ้น ผนวกกับนักลงทุนกลุ่มต่าง ๆ หันมาใช้กลยุทธ์เข้าทำเร็ว เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สิน จึงต้องดูการเล่นแบบวันต่อวันเจ้าค่ะ

ทุบหนัก!

*หากมองตามหน้าเสื่อของตลาดหุ้นไทยจะเห็นว่า สถานการณ์โดยรวมยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แรงขายของฝรั่งตาน้ำข้าวยังไหลออกมาเป็นระยะ ส่วนกองทุนตัวจี๊ดยังซื้อหุ้นแบบกะปริบกะปรอย ดัชนีถึงออกลูกตุปัดตุเป๋ตลอดทั้งวัน ก่อนจะปิดไปที่ระดับ 1,592.52 จุด ลบไป 8.97 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.84 หมื่นล้านบาท เดี๊ยนยังมองเป็นเรื่องปกติของตลาดหุ้นไทยนะจะบอกให้

1 2 3 95