ไฮโซตอแหล

*จริง ๆ “โมนิก้า” ไม่อยากเข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่อง “บ้า ๆ บอ ๆ” ของคนในตระกูลดังจอมหักหลัง เพราะมันไม่ช่วยจรรโลงจิตใจของผู้คนให้ดีขึ้น แต่กลับมีเสียงเรียกร้องให้ช่วยแฉความตอแหลของคนที่สังคมยกให้เป็นไฮโซ เพื่อป้องกันคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ตกเป็นเหยื่อ เนื่องจากคารมของอาตี๋หน้าหยกมันชวนให้เคลิบเคลิ้มเสียเหลือเกิน เดี๊ยนถึงต้องออกโรงเตือน มหันตภัยกำลังคืบคลานเข้ามาเรื่อย ๆ นะซี

ยืนไม่ได้ ก็ซึมลง (อีก)

*หนทางเดียวที่จะทำให้ตลาดหุ้นไทยหลุดพ้นจากวงรอบไซด์เวย์ดาวน์มีเพียงทางเดียวคือ ดัชนีต้องขึ้นมายืนเหนือเส้น 10 วัน เส้น 25 วัน และเส้น 75 วัน ซึ่งอยู่ตรงบริเวณ 1,325 จุดให้ได้เร็วสุดเท่าที่จะทำได้ เพราะสิ่งที่เห็นตอนนี้คือโอกาสที่จะวิ่งผ่านเส้นแนวต้านระยะสั้น 10 วัน (1,295) อย่างแข็งแกร่งยังไม่เปิดกว้างเท่าที่ควร แถมเมื่อดูข้อมูลย้อนหลังยาว ๆ จะเห็นว่า 3 เดือนที่ผ่านยังไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือ 1,325 จุดได้นานสักที!..หนูเลยไม่สบายใจไงล่ะค่ะ

ข้างหน้าจะเจออะไร ?

*แรงซื้อที่ออกมาในลูกแทงกั๊กตั้งแต่เช้าทำให้สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยยังดูอึมครึมเหมือนเดิม ซึ่งเป็นผลมาจากปัญหามากมายที่เกิดขึ้นยังคงรบกวนจิตใจ ส่งผลให้พวกกองทุนเน้นเคาะขวาสั้น ๆ เพื่อความคล่องตัว “โมนิก้า” ถึงมองในเรื่องของข่าวสารที่เข้ามารายวันเป็นเรื่องที่มีอิทธิพลต่อการเล่นจริง ๆ เพราะคนส่วนใหญ่ยังมองไม่ออกว่า ในภายภาคหน้าจะเจออะไรบ้างนะซี

ทานกระแสไม่ไหว

*วันนี้เป็นอีกครั้งที่ “โมนิก้า” ได้เห็นข่าวร้ายหลากหลายเรื่องราวกระหน่ำตลาดหุ้นไทยแบบไม่ปรานี จนนักลงทุนสถาบันต้องตัดใจขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ดัชนีลอยละล่องลงมาปิดที่ระดับ 1,272.34 จุด ลบไป 7.62 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.04 หมื่นล้านบาทแบบเหงา ๆ คือสถานการณ์ที่ลดทอนกำลังใจผู้เล่นไปมากโข จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ดัชนีจะทรุดตัวลงไปหาแนวรับ 1,250 จุดพะยะค่ะ

เสียรังวัด!

*อาการหัวสั่นหัวคอนของดัชนีที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เพราะแสดงถึงความวิตกกังวลในหลายเรื่องเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง จึงทำให้นักลงทุนเร่งขายหุ้นเพื่อตัดขาดทุนออกมาอีกระลอก ส่งผลให้ดัชนีร่วงหล่นลงมาปิดที่ระดับ 1,279.96 จุด ลบไป 10.93 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.41 หมื่นล้านบาท มันทำให้ภาพรวมของหุ้นดูไม่จืดเลยล่ะค่ะ

ลงเพื่อขึ้น

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับความมั่นใจเป็นหลัก จึงขึ้นอยู่กับข่าวสารในแต่ละวันออกมาในโทนไหนเป็นสำคัญ ผนวกกับตลาดหุ้นไทยกำลังอยู่ในช่วงตั้งลำบริเวณ 1,290 จุด “โมนิก้า” ถึงได้เห็นอาการอ่อนเป็นมะเขือเผาบ่อยมากเหลือเกิน เพราะนักเล่นส่วนใหญ่กังวลภาวะเศรษฐกิจต่อจากนี้จะฟื้นไม่จริง ภาพของตลาดหุ้นถึงดู “ทรง ๆ ทรุด ๆ” ชอบกลไงล่ะค่ะ

เด้งสวยแล้ว..ก็ลุ้นเด้งต่อ

*แม้อาการของตลาดหุ้นไทยจะไม่เป็นเหมือนกับที่ “โมนิก้า” ได้เกริ่นนำให้ฟังแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่า ทุกอย่างยังเดินไปในทางที่ควรจะเป็น ! แถมแรงซื้อยังเข้ามารับหุ้นได้เวลาเหมาะเจาะ เดี๊ยนถึงแฮปปี้มาก ๆ ที่ดัชนีเด้งขึ้นจากจุดต่ำสุดของวันที่บริเวณ 1,276.38 จุด ก่อนจะลงเอยด้วยการยืนปิดที่ 1,293.40 จุด ลบไป 0.40 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.75 หมื่นล้านบาท เหมือนเป็นการย้ำหัวหมุดให้ทุกคนรู้ว่า มีคนรอช้อนหุ้นเพียบนะจะบอกให้

วันนี้เด้งกลับ

*หลายคนอาจคิดว่า เดี๊ยนมักมีนิสัยกินยาไม่เขย่าขวด เลยกล้าจั่วหัว “วันนี้เด้งกลับ” เพราะเมื่อดูองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการเคาะขวาเพื่อรักษาโมเมนตัมตลาดหุ้นไทย ก็มีความจำเป็นที่ดัชนีต้องเด้งกลับบริเวณนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในมุมของการทำ double bottom ที่บริเวณ 1,390 จุด เหมือนเป็นไฟต์บังคับที่บีบให้ดัชนีต้องยืนปิดบวกให้ได้ ไม่เช่นนั้นอาจทำให้โมเมนตัมกลายเป็นไซด์เวย์ดาวน์นะตัวเอง

เดี๋ยวดันใหม่

*ในที่สุดสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยก็เป็นเหมือนกับที่ “โมนิก้า” เม้าท์ให้ฟังตั้งแต่วันก่อนว่า W-Shape ยอดต่ำลง ซึ่งเป็นผลมาจากตลาดหุ้นไทยขาดปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามากระตุ้นความเชื่อมั่น รวมทั้งเป็นจังหวะที่ตลาดหุ้นไทยหยุดยาวหลายวัน ส่งผลให้นักเล่นเลือกใช้วิธีขายทำกำไรระยะสั้น ๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน จึงทำให้ภาพของตลาดหุ้นไทยดูอ่อนเปลี้ยชอบกลไงล่ะค่ะ

W-Shape ยอดต่ำลง

*ดูเหมือนรูปแบบการเคลื่อนตัวในลักษณะ W-Shape ยอดต่ำลงของตลาดหุ้นไทยจะเด่นชัดขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเมื่อนั่งดูกราฟการเคลื่อนไหวในช่วง 2 เดือนครึ่งก็ออกมาในลักษณะนี้ “โมนิก้า” ถึงอยากเม้าท์ประเด็นนี้เพื่อให้นักเล่นเตรียมตัวรับมือกับแรงกระแทกในรอบถัดไป เพราะไซเคิลนี้เกิดขึ้นให้เห็นมาแล้วทั้งหมด 4 ครั้ง และถ้ารวมสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในเที่ยวนี้เข้าไปอีก ก็จะเป็นปรากฏการณ์ครั้งที่ 5 นะจะบอกให้

1 2 3 115