รีบาวด์

   *สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยยามนี้มีเรื่องให้ติดตามตลอดเวลาก็จริง แต่ไม่ใช่เรื่องที่น่าหนักใจเหมือนก่อนหน้านี้สักเท่าไหร่ เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นมีลักษณะ “มาแล้วไป” ส่งผลให้อารมณ์นักเล่นอยู่ในห้วงของการปรับตัวให้ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า “โมนิก้า” ถึงพยายามให้แฟนคลับเข้าใจบริบทที่เกิดขึ้นเที่ยวนี้ไม่มีอะไรต้องมีรูปแบบตายตัวนะจะบอกให้

สู้กันต่อ!

  *นี่เป็นอีกครั้งที่ “โมนิก้า” ต้องพูดถึงเรื่องวอลุ่มหด!!..เพราะเป็นเรื่องเดียวที่พูดถึงทีไร ทำให้เดี๊ยนต้องมีอาการตื่นตัวตลอดเวลา และยังสื่อให้ทุกคนรับรู้ถึงพัฒนาการต่างๆ ที่กำลังเดินหน้าไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอนนั้น..เอาเข้าจริงมันดีเหมือนที่เม้าท์หรือเปล่า? จึงอยากให้นักลงทุนเข้าใจการแกว่งตัวขึ้นๆ ลงๆ ของตลาดหุ้นไทย ณ ตอนนี้ ล้วนเป็นผลมาจากสถานการณ์ของตลาดหุ้นต่างประเทศกลายเป็นตัวกดดันอย่างหนักเจ้าค่ะ

เล่นตามเกม

  *วันนี้ “โมนิก้า” คงไม่มีเวลาไปรื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ ให้เสียเวลาเคาะหุ้นอีกต่อไป เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเที่ยวนี้ทำให้รู้ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามเกมที่อ่านไว้ตั้งแต่ทีแรก พวกกองทุนตัวแสบยังชอบสาดหุ้นราคาสูง แล้วค่อยลงมารับหุ้นราคาต่ำ ส่วนปอบผีฟ้ายังคงเข้าๆ ออกๆ อย่างสนุกสนาน ขณะที่ฝรั่งตาน้ำข้าวยังคงรินหุ้นออกมาเรื่อยๆ ตามสไตล์ หรือแม้กระทั่งแมงเม่าก็ take profit เมื่อมีโอกาสเช่นกัน ซึ่งสะท้อนความเข้าใจเกมหุ้นมีมากขึ้นเจ้าค่ะ

ลุยพลังงาน

  *หากคนเล่นหุ้นสังเกตให้ดีๆ จะเห็นว่าช่วงที่ดัชนีทะยานขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่บริเวณ 1,830.68 จุด จังหวะดังกล่าวมีแรงซื้อหุ้นพลังงานไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนทำให้ 10 อันดับแรกของหุ้นบนกระดาน most active เต็มไปด้วยหุ้นกลุ่มพลังงาน 6 ตัว ที่เหลือเป็นบลูชิพดาวเด่นที่มีแฟนคลับขาประจำคอยเคาะขวาไปเรื่อยๆ ซึ่งทำให้ภาพของตลาดหุ้นไทยถูกชี้นำด้วยหุ้นกลุ่มดังกล่าวอย่างเต็มตัวนะจ๊ะ

เข้าโซนเหลือง

*วันนี้ “โมนิก้า” ค่อนข้างอารมณ์ดีเป็นพิเศษกว่าทุกวันที่ผ่านมา เพราะรูปแบบการลงทุนในตลาดหุ้นไทยไม่มีอะไรที่สลับซับซ้อน การเคาะหุ้นยังโฟกัสไปที่หุ้นขนาดใหญ่พื้นฐานดี ราคาต่ำกว่าเป้า ส่วนหุ้นขนาดกลางก็มีทั้งการเล่นตามน้ำ และเริ่มขายทำกำไร ขณะที่หุ้นขนาดเล็กก็ถูกหมุนเวียนขึ้นมาเล่นเรื่อยๆ จึงทำให้รู้ว่านักเล่นยังพร้อมที่จะสู้สุดตัวนะจะบอกให้

ถอยรับ

*รูปแบบการเล่นหุ้นในเที่ยวนี้มีแค่ “ขึ้นขาย” กับ “ลงซื้อ” ไม่มีอะไรต้องคิดมากมายอีกต่อไป เพราะผู้เล่นหลักยังคงสลับหน้าค่าตาเป็น “ผู้ซื้อ” กับ “ผู้ขาย” กันตลอดเวลา การเคลื่อนตัวของดัชนีถึงยังไปได้ไม่ไกลเสียที ขนาดน้องโมพยายามเชียร์ให้แรงซื้อไหลเข้ามาเยอะๆ แต่เอาเข้าจริงกลับไม่มีใครจริงใจกับสาวน้อยผู้น่ารักคนนี้เอาเสียเลย จึงรู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรงนะจะบอกให้

เน้นทำรอบ

*ข้อมูลการลงทุนชุดหนึ่งที่ทุกคนรับรู้กันเป็นอย่างดีก็คือ นักลงทุนสถาบันเป็นตัวการที่ทำให้ดัชนี “ขึ้นแรง ลงแรง” โดยอาศัยตลาดหุ้นต่างประเทศเป็นตัวชี้นำว่า วันนี้ควรขาย หรือวันนี้ควรซื้อ ส่งผลให้ภาพการเคลื่อนตัวของดัชนีนับตั้งแต่ต้นปี ผันผวนอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นชนวนเหตุที่ทำให้เดี๊ยนยังคงยืนกรานให้แมงเม่าปีกแข็งเน้นหนักไปที่เรื่อง “เน้นทำรอบ” พร้อมกับพยายามท่องให้ขึ้นใจว่า “กำไรน้อยๆ แต่นานๆ” นะจ๊ะ

บลูชิพนำเกม

*ตลาดหุ้นไทยกลับมาทะยานขึ้น 10 จุด มาที่ระดับ 1,711.74 จุด บวกไป 10.27 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขาย 5.35 หมื่นล้านบาท อัดแน่นด้วยแรงซื้อหุ้นบลูชิพ หลังจากสัปดาห์ก่อนมีแรงเทขายถล่มออกมาจนลงไปนอนหงายเก๋งกันหลายราย แรงซื้อในรอบนี้ “โมนิก้า” ถึงยังไม่ให้ความสำคัญอะไรมาก เพราะนอกจากจะไม่มีอะไรหวือหวาแล้วยังมองว่าเป็นเพียงแค่การเข้าไปเก็บของหลังราคาร่วงแรงยังไงล่ะเจ้าค่ะ

สตรีวัยทอง

*สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยผันผวนเหมือนสตรีวัยทอง พอเผลอแป๊บเดียวอารมณ์พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที เห็นได้จากการซื้อขายภาคเช้าวานนี้รีบาวด์ได้อย่างสดใสซาบซ่าตามที่วาดวิมานเมฆเอาไว้ แต่หากฟ้าฝนไม่เป็นใจทำบุญแค่ไหนก็ไม่ขึ้นถึงได้เห็นแรงเทขายกระหน่ำในภาคบ่ายจนดัชนีต้องกลับมานอนแน่นิ่งที่ 1,683.43 จุดอีกครั้ง ด้วยการปรับตัวลดลง 24.10 จุด หรือ 1.41% ด้วยมูลค่าซื้อขาย  7.97 หมื่นล้านบาทน่ะสิ!

สวิงจนน่ากลัว

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในยามนี้เป็นอะไรที่น่ากลัวมากๆ เพราะการแกว่งตัวทั้งในแดนบวกและแดนลบของดัชนีในเที่ยวนี้ทำให้ “โมนิก้า” มีอาการหายใจไม่ทั่วท้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังภาพการเคลื่อนตัวหลักโอนเอนไปในทิศทางแกว่งตัวลงชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ บวกกับปัจจัยบวกใหม่ที่เข้าจะเข้ามากระตุ้นความเชื่อมั่นก็ยังเป็นเพียงวิมานเมฆเสียด้วยแบบนี้ น้องโมพูดได้ทันทีว่า อย่าไว้ใจอะไรเด็ดขาดนะคะ

1 2 3 4 9