BCPG ลงทุน “วีอาร์บี เอนเนอร์ยี่” รุกแบตเตอรี่ ต่อยอดธุรกิจเดิม สู่การเติบโตอนาคต

BCPG ประกาศลงทุนใน "วีอาร์บี เอนเนอร์ยี่" รุกธุรกิจแบตเตอรี่ ประเภทวานาเดียมรีดอกซ์โฟลว์ ในจีน อเมริกา และบางประเทศในเอเชีย พร้อมต่อยอดธุรกิจเดิม เพิ่มการเติบโตในอนาคต


นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG เปิดเผยว่า บริษัทประกาศลงทุนธุรกิจผลิตและจำหน่ายระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ (Utility-Scale Energy Storage System) ประเภทวานาเดียมรีดอกซ์โฟลว์ (Vanadium Redox Flow) ซึ่งมีวงเงิน 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในบริษัท วีอาร์บี เอนเนอร์ยี่ (VRB Energy) ตอบกลยุทธ์ของ BPCG ในการเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานทดแทนและระบบจัดเก็บพลังงานขนาดใหญ่ (Utility-Scale Energy Storage System) เพื่อเร่งขยายกำลังการผลิตให้กับโรงงานผลิต VRB-ESS รองรับดีมานด์การเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดแบตเตอรี่ในประเทศจีน ประเทศไทย และประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

โดยบริษัทมองว่าปัจจุบันแนวโน้มธุรกิจพลังงานทดแทนของโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากนโยบายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนของภาครัฐ และจากต้นทุนการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ด้วยข้อจำกัดในด้านความผันผวนของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน อย่างเช่นพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม ทำให้โรงไฟฟ้าจำเป็นต้องพึ่งพาระบบกักเก็บพลังงานเพื่อการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องและสร้างเสถียรภาพให้กับระบบสายส่ง

สำหรับระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ยังสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการสร้างโรงไฟฟ้าสำรองขนาดใหญ่เพื่อรองรับช่วงเวลาที่มีความต้องการการใช้ไฟฟ้าสูงของภาครัฐ (Peak Shifting) ดังนั้นระบบจัดเก็บพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ (Utility-Scale Energy Storage System) หรือแบตเตอรี่ คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้พลังงานทดแทนสามารถเป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าหลักของประเทศได้อย่างมั่นคง

ทั้งนี้ บริษัทจึงได้รุกเข้าลงทุนในธุรกิจแบตเตอรี่กับกลุ่ม VRB Energy ผู้คิดค้นนวัตกรรมสีเขียวชั้นนำของโลกที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจวิจัย ผลิตและติดตั้งแบตเตอรี่ประเภทวานาเดียมรีดอกซ์โฟลว์ รวมถึงยังมีสิทธิบัตรและทรัพย์สินทางปัญญาหลายประการที่เกี่ยวข้องกับส่วนประกอบ และระบบของแบตเตอรี่ประเภทวานาเดียมรีดอกซ์โฟลว์ ในประเทศจีน อเมริกา และบางประเทศในเอเชีย

ขณะที่แบตเตอรี่รีดอกซ์โฟลว์ (Redox Flow) ของวีอาร์บี เอนเนอร์ยี่ เป็นแบตเตอรี่ประเภทหนึ่งที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะเป็นแบตเตอรี่ที่มีความเสถียรมีต้นทุนต่อหน่วยต่ำ และมีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด ซึ่งสามารถเก็บสำรองไฟฟ้าได้เป็นเวลานาน มีความปลอดภัย และมีความสม่ำเสมอในการจ่ายไฟฟ้าได้ดี นอกจากนั้นส่วนประกอบส่วนใหญ่ของแบตเตอรี่ยังสามารถนำไปรีไซเคิลได้ ตอบโจทย์การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไปอย่างยั่งยืน

พร้อมกับยังเป็นแบตเตอรี่ที่เหมาะสมกับการใช้งานในระดับระบบกักเก็บขนาดใหญ่หรือ Utility Scale เพื่อเชื่อมต่อกับระบบสายส่ง เพื่อรองรับระบบเครือข่ายการผลิตพลังงานไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Generation) หรือโรงไฟฟ้าเสมือนจริง (Virtual Power Plant) ซึ่งเป็นแนวทางการประกอบธุรกิจพลังงานทดแทนในอนาคต ซึ่งตอบโจทย์ธุรกิจการลงทุนของบริษัทในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าทั้งภายในและต่างประเทศ เป็นการสร้าง Synergy ทำให้บริษัทฯ เข้าถึงเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานไฟฟ้า และสามารถนำมาประยุกต์ร่วมกับการพัฒนาโครงการลงทุนอื่นๆ ในอนาคตได้

“จากการคาดการณ์ของ Bloomberg NEF แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่กำลังเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นของการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในประเทศจีน และภูมิภาคเอเชีย ซึ่งการเข้าไปลงทุนในบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายแบตเตอรี่ในครั้งนี้ นอกจากจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในอัตราที่น่าพอใจแล้ว ยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต เนื่องจากบริษัทฯ จะได้รับสิทธิในการขยายไปยังธุรกิจการผลิตและจัดจำหน่ายแบตเตอรี่ในประเทศไทย ช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันจากการเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ผ่านการวิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 15 ปี และเป็นที่ยอมรับในวงกว้างขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังสามารถนำเทคโนโลยีระบบจัดเก็บพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่มาต่อยอดใช้กับโครงการโรงไฟฟ้าของบริษัทฯ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก”นายบัณฑิตกล่าว

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการลงทุนครั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมลิกอร์ ของ BCPG เป็นโครงการโรงไฟฟ้านำร่องภาคเอกชนรายแรกในประเทศไทยที่นำระบบจัดเก็บพลังงานไฟฟ้า (Energy Storage System:ESS) มาใช้ควบคู่กับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม เพื่อเก็บสำรองพลังงานส่วนเกินที่ผลิตได้ และจ่ายไฟฟ้ากลับเข้าไปยังสายส่งในช่วงเวลาที่ผลิตไฟฟ้าได้น้อย ทำให้ระบบสายส่งมีความเสถียร สร้างสมดุลระหว่างดีมานด์และซัพพลาย

โดย เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2564 ทาง VRB Energy ได้ลงนามในสัญญากับเทศบาลเมืองเซียงหยางเพื่อเป็นผู้จัดหาและติดตั้งแบตเตอรี่ ขนาด 100 เมกะวัตต์ และ 500 เมกะวัตต์ชั่วโมงสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเมืองเซียงหยาง จังหวัดหูเป่ยของจีน ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวรวมถึงโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตและประกอบแบตเตอรี่กำลังการผลิต 1,000 เมกะวัตต์ต่อปี (Gigafactory) โดยขณะนี้ VRB อยู่ระหว่างดำเนินการผลิตแบตเตอรี่เฟสแรกขนาด 40 เมกะวัต์ และ 200 เมกะวัตต์ชั่วโมง และก่อสร้างโรงงานผลิตและประกอบแบตเตอรี่ขนาด 50 เมกะวัตต์ต่อปี

Back to top button