
“ศุภจี” แจ้งคืบหน้า ART ไทย-สหรัฐ บนเวทีเอเปก หวังปิดดีลเร็ว
“ศุภจี” ใช้เวทีเอเปกหารือรองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ อัปเดตความคืบหน้าเจรจา “ART ไทย-สหรัฐฯ” หวังได้ข้อสรุปโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นภาคเอกชน พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจดิจิทัล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปก (APEC Ministers Responsible for Trade: MRT 2026) ณ เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคม 2569 ว่า ไทยได้ใช้เวทีดังกล่าวผลักดันการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เพื่อขยายโอกาสทางการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

นางศุภจี กล่าวว่า ในช่วงการประชุม ไทยได้หารือทวิภาคีกับผู้แทนจากหลายประเทศสมาชิกเอเปก รวมถึงการหารือกับ นายริก สไวเซอร์ (Ambassador Rick Switzer) รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เพื่อแจ้งความคืบหน้าการดำเนินงานของไทยเกี่ยวกับการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา หรือ Agreement on Reciprocal Trade (ART)
ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวมีขึ้นภายหลังไทยได้ประชุมคณะทำงานยุทธศาสตร์การเจรจาการค้าสหรัฐฯ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 โดยไทยคาดหวังให้การเจรจาได้ข้อสรุปโดยเร็ว เพื่อเพิ่มความชัดเจนและสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ
นางศุภจี กล่าวว่า ไทยยังได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับออสเตรเลีย เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน เกษตรมูลค่าสูง พลังงานสะอาด การค้าดิจิทัล และอุตสาหกรรมอนาคต เพื่อส่งเสริมการลงทุนคุณภาพและสร้างโอกาสใหม่ให้ภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ ไทยยังได้เสนอแนวทางความร่วมมือในเวทีเอเปก เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ผ่านการลดความแตกต่างด้านกฎระเบียบระหว่างกัน รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการพัฒนาศักยภาพร่วมกัน โดยไทยพร้อมมีบทบาทในสาขาที่มีศักยภาพ เช่น ความมั่นคงทางอาหาร เกษตรมูลค่าสูง การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการ SME

พร้อมกันนี้ ไทยยังนำเสนอมาตรการภายในประเทศที่ช่วยเสริมบทบาทไทยในฐานะฐานการผลิตและโลจิสติกส์ของภูมิภาค อาทิ การปฏิรูปกฎหมายผ่าน Omnibus Law และมาตรการ Regulatory Guillotine ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางการค้า (Business Data Exchange: BDEX) ระบบ BOI FastPass รวมถึงระบบการค้าไร้กระดาษผ่าน Customs e-Invoicing Plus และ Thailand National Single Window เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพทางการค้า
นางศุภจี กล่าวว่า ไทยยังเดินหน้าส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งเกษตรแม่นยำด้วย AI โครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ตลาดคาร์บอนเครดิต และพลังงานสะอาด เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME และภาคเกษตร สามารถแข่งขันและเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานสีเขียวได้มากขึ้น
ทั้งนี้ เอเปก ประกอบด้วยสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ โดยในปี 2568 การค้ารวมระหว่างไทยกับสมาชิกเอเปกมีมูลค่า 16.30 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 495,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 72.24% ของการค้ารวมทั้งหมดของไทย แบ่งเป็น การส่งออกมูลค่า 7.80 ล้านล้านบาท และการนำเข้ามูลค่า 8.50 ล้านล้านบาท
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
“ศุภจี” ถกเข้มทีมไทยแลนด์ เร่งปิดดีล ART ก่อน “สหรัฐ” สรุปผลไต่สวนมาตรา 301
“ศุภจี” ร่วมเวทีเอเปคซูโจว 22-23 พ.ค. ดันการค้าเปิดกว้าง-เศรษฐกิจดิจิทัล
“ศุภจี” เตรียมบินสหรัฐอีกรอบ เจรจา USTR ลุ้นเคาะอัตราภาษีไทย ก.ค.นี้

