2 โบรกเชียร์ “ซื้อ” GULF ชูครึ่งปีหลังแกร่ง ลุ้น Direct PPA-PDP ใหม่หนุน เป้าสูงสุด 76 บ.

บล.เมย์แบงก์-บล.ฟินันเซีย ไซรัส มีมุมมองบวกต่อหุ้น GULF หลังประกาศงบ Q2/69 กำไรสุทธิ 1.24 หมื่นล้านบาท โต 37% QoQ รับแรงหนุน IPP-โรงไฟฟ้าหมุนเวียนและเงินปันผล KBANK พร้อมมองครึ่งปีหลังแข็งแกร่ง ลุ้น Direct PPA-PDP ใหม่เป็น Catalyst เคาะเป้า 68-76 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์มีมุมมองเชิงบวกต่อ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 1.24 หมื่นล้านบาท พร้อมประเมินแนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งปีหลังยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง จากกำลังการผลิตใหม่และโครงการพลังงานหมุนเวียนที่ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์

โดย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ว่า GULF รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่ 1.24 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 37% จากไตรมาสก่อน เป็นไปตามที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ และสูงกว่า Bloomberg Consensus ราว 18%

ทั้งนี้ กำไรสุทธิดังกล่าวรวมรายการกำไรพิเศษประมาณ 1.9 พันล้านบาท จากการขายหุ้นสัดส่วน 51% ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Pak Lay ขณะที่หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรหลักอยู่ที่ประมาณ 1.04 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 20% จากไตรมาสก่อน แม้ต่ำกว่าประมาณการของเมย์แบงก์ราว 6% จากค่าใช้จ่าย SG&A ที่สูงกว่าคาด ซึ่งส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างองค์กรภายในกลุ่ม

สำหรับแรงหนุนของกำไรหลักมาจากปริมาณขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า IPP ทั้งของ GULF และบริษัทร่วมทุนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นหลังมีโครงการใหม่รวม 597 เมกะวัตต์ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในช่วงปีที่ผ่านมา และการรับรู้รายได้เงินปันผลจากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK จำนวน 2.8 พันล้านบาท

ขณะที่โครงการ GSRC และ GPD มีปริมาณจำหน่ายไฟฟ้าในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 8,655 GWh เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 3% จากไตรมาสก่อน โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิต (Capacity Factor) อยู่ที่ 75%

เมย์แบงก์ประเมินว่า กำไรหลักไตรมาส 3/2569 จะยังเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากแรงหนุนของกำลังการผลิตโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ที่เปิด COD และปริมาณจำหน่ายไฟฟ้า IPP ที่เพิ่มขึ้นตามแผนเรียกรับไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม้มีแนวโน้มลดลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากไม่มีรายได้เงินปันผลจาก KBANK ที่รับรู้ไปแล้วในไตรมาส 2 ดังนั้น เมย์แบงก์ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” GULF ราคาเป้าหมาย 68 บาท

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ว่า GULF มีกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จำนวน 1.24 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากไตรมาสก่อน และดีกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาด 14% ขณะที่กำไรปกติอยู่ที่ 1.09 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากไตรมาสก่อน และ 53% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการรับเงินปันผลจาก KBANK ปริมาณการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า IPP ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการทยอย COD โครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่

ฟินันเซีย ไซรัสคาดว่า กำไรปกติช่วงครึ่งหลังปี 2569 จะยังแข็งแกร่ง จากกำลังการผลิตใหม่ที่ทยอยเข้ามา ขณะที่โครงการ Data Center และ Jackson จะเป็นแรงสนับสนุนการเติบโตระยะยาว นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุนจากความคืบหน้าของนโยบาย Direct PPA และแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP ฉบับใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2569

ทั้งนี้ ฟินันเซีย ไซรัสคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 76 บาท พร้อมให้แนวรับที่ 66.50 บาท และ 65 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 68.50 บาท และ 72 บาท

 

Back to top button