ทีมปฏิบัติการกู้เรือยักษ์ เร่งขุดลอกคลอง ผู้เชี่ยวชาญคาดโอกาสสำเร็จ 50%


ภารกิจกู้เรือ Ever Given ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่เกยตื้นขวางคลองสุเอซมาตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.นั้นได้เข้าสู่ช่วงสำคัญ หลังทีมเจ้าหน้าที่ทำการขุดริมฝั่งคลองสุเอซบางส่วนเพิ่มเติมเพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายเรือดังกล่าวด้วยการดึงลาก

นายปีเตอร์ เบอร์ดาวสกี ซีอีโอของบริษัท Boskalis ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจกู้เรือครั้งนี้กล่าวว่า “ปฏิบัติการกู้เรือในช่วงเวลา 04.00-05.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นในวันนี้ดำเนินไปอย่างตึงเครียด การเป็นไปของภารกิจในส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับสภาพดินที่อยู่ใต้ท้องเรือ แต่ผมคาดว่ามีโอกาส 50% ที่ภารกิจจะสำเร็จ”

ขณะนี้ยังคงมีการขุดลอกคลองสุเอซอย่างต่อเนื่อง และมีเรือลากอีกหนึ่งลำกำลังเดินทางไปยังตำแหน่งของเรือ Ever Given โดยทีมปฏิบัติการขุดลอกคลองได้ขุดทรายออกมาแล้ว 2.7 หมื่นลูกบาศก์เมตรจากการขุดสองฝั่งของคลองสุเอซเข้าไปเป็นระยะทางลึก

ด้านนายโมฮาบ มามิช ที่ปรึกษาด้านการบริหารคลองสุเอซของประธานาธิบดีอียิปต์ได้เปิดเผยกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า หากยังไม่สามารถกู้เรือ Ever Given ให้กลับมาลอยได้ภายในคืนวันนี้ (29 มี.ค.64) ทีมเจ้าหน้าที่จะเริ่มขนตู้คอนเทนเนอร์ลงจากเรือดังกล่าวภายในวันพรุ่งนี้เพื่อให้เรือมีน้ำหนักเบาขึ้น โดยขณะนี้กำลังมีการเตรียมกว้านเรือในเมืองอเล็กซานเดรียเพื่อนำมาใช้ในการขนตู้คอนเทนเนอร์

ขณะที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เรือบรรทุกตู้คอนเทเนอร์ที่เกยตื้นขวางคลองสุเอซ สามารถลอยลำได้เป็นบางส่วนแล้วเมื่อเวลาประมาณ 4.30 น.ตามเวลาอียิปต์ หลังจากที่ได้ใช้เรือลากจูงประมาณ 10 ลำ

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะสามารถเปิดทางให้เรืออื่นๆผ่านคลองสุเอซได้เร็วเพียงไร

ก่อนหน้านั้นสำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ในวันเสาร์ที่ผ่านมาได้ใช้เรือลากจูง 14 ลำเพื่อผลักเรือ Ever Given ในช่วงที่มีกระแสน้ำสูงและสามารถเคลื่อนเรือได้ “30 องศาจากซ้ายไปขวา”

บลูมเบิร์กรายงานว่า ทีมกู้เรือใช้เรือลากจูงและเรือขุดเพื่อดึงหัวเรือออกจากทรายที่ติดอยู่อย่างน้อยที่สุดห้าเมตร และเมื่อเรือพ้นจากเส้นทางน้ำแล้ว เจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้เริ่มการสัญจรใหม่อีกครั้ง ซึ่งในขณะนี้มีเรืออย่างน้อย 450 ลำ รออยู่ในขณะที่เรือบางส่วนได้เปลี่ยนเส้นทางไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮปในแอฟริกา

ผู้เชี่ยวชาญด้านชิปปิ้ง ยังคงคาดการณ์ว่าตลาดขนส่งสินค้าทางทะเลที่ตึงตัวอยู่แล้วจะมีความตึงตัวมากขึ้นในเดือนที่จะมาถึง เนื่องจากกำหนดเวลาที่ได้หยุดชะงักไป และและการขนส่งสินค้าที่ไม่สม่ำเสมอ จะส่งผลกระทบท่าเรือต่างๆ

ทั้งนี้ จำนวนเรือที่ยังคงรอสัญจรผ่านคลองสุเอซนั้นมีมากกว่า 450 ลำ หรือมากกว่าจำนวนเรือทั้งหมดของกองทัพเรือสหรัฐ โดยข้อมูลจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กระบุว่า เมื่อวานนี้มีเรือ 453 ลำที่รอสัญจรผ่านคลองสุเอซอยู่ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงแรกๆ หลังเกิดเหตุเรือเกยตื้นที่มีเรือราว 100 ลำรอสัญจร ขณะที่เรือขนส่งสินค้าบางส่วนเลือกเดินเรืออ้อมไปยังทิศใต้ของทวีปแอฟริกา ซึ่งเป็นเส้นทางที่ใช้เวลานานกว่าและมีค่าใช้จ่ายมากกว่า และหลายบริษัทก็ได้ออกประกาศว่าอาจเกิดความล่าช้าในการขนส่งสินค้า

เหตุการณ์ในครั้งนี้ได้กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ซ้ำเติมผลกระทบเดิมอันเกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากคลองสุเอซเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าราว 12% ของการค้าโลก และถือเป็นหนึ่งในเส้นทางการค้าที่สำคัญที่สุดในโลก

Back to top button