SET บ่ายแกว่งแคบ โบรกฯ ชู 4 หุ้นน่าสอย มีปัจจัยหนุน

SET บ่ายแกว่งแคบ พร้อมให้กรอบ 1,570-1,585 จุด โบรกฯ ชู 4 หุ้นน่าสอย มีปัจจัยหนุน นำโดย PTTCG, PLANB, KKP และ SUSCO

ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์รายงานตลาดหุ้นไทยดัชนี SET ภาคเช้า (17 ก.พ.) ปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าคาด และดีกว่าภูมิภาคที่ส่วนใหญ่ติดลบจากปัจจัยภายนอกไม่แน่นอนทั้งนโยบาย “ทรัมป์” และดอกเบี้ยเฟด ส่วนบ้านเรามีแรงเก็งกำไรผลประกอบการและปันผลช่วยประคองไว้ อย่างไรก็ดีแนะจับตา 1,580 ถ้ายืนได้ดัชนีฯมีโอกาสแกว่งไซด์เวย์ได้มากขึ้น บ่ายนี้ตลาดฯคงแกว่งแคบ ให้กรอบ 1,570-1,585 จุด

น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้อยู่ในแดนบวกได้ ถือว่าดีกว่าที่คาดไว้ และดีกว่าตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่ติดลบ เนื่องจากปัจจัยภายนอกมีความไม่แน่นอนค่อนข้างมาก ทั้งกระทบจากนโยบายนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ขณะที่ตลาดบ้านเรายังได้แรงหนุนจากการเล่นเก็งกำไรผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนและการจ่ายปันผลที่กำลังทยอยประกาศออกมา ซึ่งทำให้ยังช่วยประคองดัชนีไว่ได้ อย่าไงรก็ดี ยังต้องจับตาที่ระดับ 1,580 จุดจะยืนได้หรือไม่ หากยืนได้ก็มีโอกาสจะแกว่งไซด์เวย์ได้เพิ่มมากขึ้น แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ ตลาดฯคงจะแกว่งแคบ พร้อมให้กรอบการแกว่งไว้ที่ 1,570-1,585 จุด

 

บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ (17 ก.พ.) SET แกว่งตัวขึ้นแต่ยังไม่สามารถยืนเหนือ 1,580 จุด จากแรงซื้อหุ้นพลังงานและธนาคาร นำโดย KBANK และ PTT แต่ยังไม่สามารถยืนเหนือ 1,580 จุดได้ “ซื้อ” Earnings plays หรือกลุ่มหุ้นที่กำไรออกมาดีต่อได้แก่ PTTCG: Spread สาย olefin ดีกว่าคาดและดีต่อเนื่องในไตรมาส 1/60, ค่าการกลั่นสูง US$6-7/bbl ในปัจจุบัน ขณะที่ PLANB คาดกำไร Turnaround ปีนี้ ด้วยคาดการณ์กำไร 543 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54%จากปีก่อนล่าสุดตัวเลขเม็ดเงินโฆษณาเดือน ม.ค. สำหรับสื่อนอกบ้าน เพิ่มขึ้น 26%จากปีก่อนและมีแหล่งรายได้ใหม่จากการทำ Sport marketing ขณะที่ Yield Play ยังชอบ KKP ด้วยปันผลครึ่งหลังปี 59 ที่ 3.7%  

ในขณะเดียวกัน แนะนำ “ซื้อ” SUSCO ด้วยเป้าหมายพื้นฐาน 5.0 บาท ด้วยปัจจัยสนับสนุนจาก ธุรกิจปั๊มน้ำมันได้รับผลดีโดยตรงจากค่าการตลาดที่ทรงตัวในระดับสูง และปริมาณการเติมน้ำมันที่เพิ่มขึ้นสนับสนุนกำไรเติบโต 255% ปี 2559 ที่ 264 ล้านบาท ขณะที่การปรับแผนขยายธุรกิจเชิงรุก โดยการขยายปั๊ม 20-30 แห่งต่อปี จะสนับสนุนการเติบโตกำไร 25% ต่อปีช่วง 2560-61 และ Recurring income มีโอกาสเติบโตอีกมากจากการเร่งขยายปั๊มน้ำมันจาก 75 ล้านบาทในปี 2559 เป็น 123 ล้านบาทในปี 2561 และ Valuation ไม่สูงที่ PE 14 เท่าและ PBV 1.3 เท่าปี 2560 (PTG PE 30.7เท่า, PBV 8.5เท่า) ขณะที่ทางเทคนิคทะลุกรอบ สามเหลี่ยมชายธง Pennant ขึ้น เป้าหมายถัดไป 4.46 และ 4.68 บาท

 

สรุปหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่

AOT    มูลค่าการซื้อขาย 1,999.16 ล้านบาท ปิดที่  40.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท

IVL    มูลค่าการซื้อขาย 1,701.87 ล้านบาท ปิดที่  37.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท

ADVANC  มูลค่าการซื้อขาย 1,089.73 ล้านบาท ปิดที่ 172.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท

PTT     มูลค่าการซื้อขาย 1,041.47 ล้านบาท ปิดที่ 396.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท         

INTUCH  มูลค่าการซื้อขาย   590.23 ล้านบาท ปิดที่  55.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท