K ประเดิมรับงานรีโนเวทอาคารเก่าแยกวัดตึกมูลค่า 172 ลบ.กำหนดส่งมอบ 18 เดือน

K ประเดิมรับงานรีโนเวทอาคารเก่าแยกวัดตึกมูลค่า 172 ลบ.กำหนดส่งมอบ 18 เดือน


นายชยวัฒน์ พิเศษสิทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ จำกัด จำกัด (มหาชน) หรือ K เปิดเผยว่า บริษัทได้รับงานก่อสร้างปรับปรุงอาคารตึกแถวเก่าจำนวน 58 คูหา กลุ่มอาคาร E , F และ G บริเวณแยกวัดตึก เพื่อรักษา ความเป็นอาคารพาณิชย์ที่ยังคงเหลือรูปทรง และโครงสร้างต่างๆเหมือนเมื่อ 100 ปีก่อน ณ ชุมชนเลื่อนฤทธิ์ สัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ ของบริษัท ชุมชนเลื่อนฤทธิ์ จำกัด โดยมีมูลค่างาน 172 ล้านบาท ระยะเวลาในการส่งมอบงาน 18 เดือน

ทั้งนี้ ถือเป็นการเข้าไปรับงานปรับปรุงอาคารครั้งแรกของบริษัท ซึ่งถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการในการรับงานดังกล่าว เข้ามาเสริมในอนาคต ซึ่งงานดังกล่าวเป็นงานประเภทที่เครือคิงส์เมนในต่างประเทศได้มีการรับงานนี้อยู่แล้ว ทำให้คิงส์เมนในประเทศไทยจะต้องมีการเริ่มรับงานเพื่อขยายโอกาสงานตกแต่งภายในและภายนอก โดยในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีงานปรับปรุงอาคารเก่าในกรุงเทพฯจะทยอยเปิดประมูลอย่างต่อเนื่อง เช่น อาคารเก่าในย่านเจริญกรุง และอาคารเก่าบริเวณริมแม่น้ำ ซึ่งหากมีการเปิดประมูลบริษัทก็พร้อมที่จะเข้าไปประมูลงานด้วยเช่นกัน

สำหรับแนวโน้มรายได้ในไตรมาส 1/60 ของบริษัทคาดว่าจะทำสถิติสูงสุด (New High) ต่อจากไตรมาส 4/59 ซึ่งมีปัจจัยหนุนมาจากลูกค้ากลุ่มรถยนต์และสถาบันการเงินที่จะมีการใช้บริการบริษัทจัดทำบูธแสดงในงานมอเตอร์โชว์ในเดือน มี.ค.อีก 24 บูธ ต่อเนื่องมาจากงานมอเตอร์เอ็กซ์โปเมื่อปลายปีที่แล้ว และยังมีงานจัดตกแต่งบูธเปิดตัวรถยนต์ใหม่ของค่ายรถยนต์ พร้อมกับตกแต่งอีเวนท์เปิดตัวแบรนด์แฟชั่นใหม่ 1 แบรนด์เข้ามาเสริมในไตรมาส 1/60

“ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญให้กับรายได้ของบริษัทในไตรมาส 1/60 ที่จะมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทยังคงตั้งเป้ารายได้ในปีนี้เติบโต 20-25% จากปีก่อน”นายชยวัฒน์ กล่าว

นายชยวัฒน์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือ (backlog) ในปัจจุบันราว 500 ล้าน ส่วนใหญ่จะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้เกือบทั้งหมด และมีงานที่เกี่ยวกับการปรับปรุงอาคารบริเวณแยกวัดตึกจะทยอยรับรู้ในปี 61 บางส่วน โดยแนวโน้มการประมูลงานในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีงานใหม่รอการประมูลอยู่มูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท อย่างเช่น โครงการไอคอนสยาม โครงการเทอมินอล พัทยา โครงการเซ็นทรัลเวิลด์ โครงการเซ็นทรัลพระราม 3 เป็นต้น ซึ่งบริษัทคาดว่าจะได้รับงานราว 25-50%

อีกทั้งบริษัทยังมองถึงโอกาสในการเข้าไปเจาะกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ใหม่ๆที่บริษัทยังไม่เคยได้เข้าไปรีบงาน โดยเป็นกลุ่มที่มีแผนการลงทุนโครงการศูนย์การค้าอีกมากมายในอนาคต ได้แก่ กลุ่มแลนด์แอนด์เฮาส์ ที่มีโครงการขยายศูนย์การค้าเทอมินอล 21 ในหัวเมืองใหญ่ๆของประเทศไทย และกลุ่มทีซีซี ที่มีแผนการขยายศูนย์การค้าในเครือมากมาย โดยเฉพาะโครงการเอเชียทีคในจังหวัดต่างๆ

ขณะที่การรับงานในต่างประเทศ ล่าสุดบริษัทได้รับงานเพิ่มอีก 2-3 งานในเมียนมาร์ ซึ่งเป็นงานประเภทการตกแต่งร้านค้าภายในห้างใหม่คือ “Junction” มูลค่างาน 10-20 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้บริษัทเพิ่งได้รับงานตกแต่งร้านขายขนมปัง Breadtalk ในห้างดังกล่าว มูลค่างาน 5 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้บริษัทตั้งเป้าธุรกิจในเมียนมาร์จะมีรายได้อยู่ที่ 28-30 ล้านบาท และคาดว่าเป็นปีแรกที่ธุรกิจในเมียนมาร์จะมีกำไร หลังจากขาดทุนมาในช่วง 2 ปี ซึ่งหากธุรกิจเมียนมาร์มีกำไรในปีนี้ตามการคาดการบริษัทก็จะเตรียมมองหาโอกาสเข้าไปรับงานไนประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะกัมพูชา

นายชยวัฒน์ กล่าวว่า แนวทางในการเสริมศักยภาพของบริษัทในอนาคตนั้นได้มีการศึกษาและมองหาโอกาสในการเข้าซื้อกิจการเพื่อต่อยอดธุรกิจต้นน้ำและปลายน้ำ เพื่อเสริมศักยภาพให้กับธุรกิจในระยะยาว โดยธุรกิจที่บริษัทสนใจ อย่างเช่น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ธุรกิจผลิตพรีแฟบ ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจพัฒนาซอฟท์แวร์ โดยอาจจะเป็นธุรกิจที่มีอยู่แล้วหรือธุรกิจสตาร์ทอัพ

“บริษัทอยู่ระหว่างการมองหาโอกาสและธุรกิจที่บริษัทที่มีความสนใจอยากเข้าไปลงทุนจริง ๆ ซึ่งยังไม่สามารถกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนได้ ซึ่งปัจจุบันการลงทุนต่างๆ บริษัทถือว่ามีความพร้อมในเรื่องฐานะทางการเงินในระดับที่สูง เพราะมีกระแสเงินสดในมือกว่า 100 ล้านบาท มีลูกหนี้มากกว่าเจ้าหนี้ราว 100 ล้านบาท และมีวงเงินกู้จากสถาบันการเงินอีกราว 150 ล้านบาท”นายชยวัฒน์ กล่าว

Back to top button