VL ลงเทรดวันแรกลุ้นราคาวิ่งทะลุ 2 บ. โบรกฯมองผลงานสดใสรับกำลังผลิตโต

VL ลงเทรดวันแรกลุ้นราคาวิ่งทะลุ 2 บ. โบรกฯมองผลงานสดใสรับกำลังผลิตโต


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (21 พ.ค.) บริษัท วี.แอล.เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ VL เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ เป็นวันแรก โดยมีจำนวนหุ้นจดทะเบียนกับตลท. และหุ้นชำระแล้ว 800 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นทุนชำระแล้ว 400 ล้านบาท และเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 280 ล้านหุ้น แบ่งเป็น หุ้นเพิ่มทุน 200 ล้านหุ้น และหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 80 หุ้น โดยเสนอขายที่ราคาหุ้นละ 1.75 บาท

ทั้งนี้ VL ประกอบธุรกิจให้บริการขนส่ง ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ โดยเป็นการขนส่งทางทะเล ซึ่งสินค้าหลักแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ 1.น้ำมันดิบ 2.น้ำมันเตา 3.น้ำมันใส  4.น้ำมันหล่อลื่น และ 5.น้ำมันปาล์ม

โดย นางชุติภา กลิ่นสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร VL เปิดเผยว่า บริษัทเชื่อมั่นว่าหุ้น VL ที่จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นวันแรก ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนอย่างแน่นอน

สำหรับผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส 1/62 โดยบริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 23.42 ล้านบาท เติบโต 63.52% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 14.33 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการให้บริการในประเทศที่เติบโตสูงขึ้น ประกอบกับบริษัทสามารถการบริหารจัดการต้นทุนให้มีสัดส่วนที่น้อยลง และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก

อีกทั้งบริษัทยังมีรายได้จากการให้บริการรวมอยู่ที่ 185.73 ล้านบาท เติบโต 10.07% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีรายได้จากการให้บริการรวมอยู่ที่ 168.73 ล้านบาท แบ่งเป็น จากการให้บริการในประเทศอยู่ที่ 141.19 ล้านบาท ขณะที่บริษัทมีรายได้จากการให้บริการต่างประเทศอยู่ที่ 42.32 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการอื่นอยู่ที่ 2.22 ล้านบาท

ด้าน นายเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัทในเครือของบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น (Lead Underwriter) ของ VL เปิดเผยว่า การเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน หลังจากก่อนหน้านี้ได้เปิดจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในวันที่ 7-9 พฤษภาคม 2562 เนื่องจากราคาหุ้นที่เสนอขายมีความเหมาะสมกับพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และสอดคล้องกับแผนการขยายธุรกิจ

สำหรับแผนการระดมทุนในการเสนอขายหุ้นไอพีโอครั้งนี้ เพื่อลงทุนขยายกองเรือ โดยการลงทุนซื้อเรือดังกล่าวคาดว่าจะเป็นการต่อเรือใหม่ หรือการซื้อเรือมือสองเพื่อนำมาให้บริการ อย่างไรก็ตามยังต้องพิจารณาสถานการณ์ และสภาวะตลาดในขณะนั้นควบคู่ไปด้วย เพื่อเพิ่มปริมาณการขนส่งรวมต่อปี ทั้งจากการเพิ่มปริมาณขนาดบรรจุขนส่งต่อเที่ยวเรือและเพิ่มจำนวนเที่ยวเรือ นอกจากนี้ยังนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปซ่อมบำรุงตามแผน รวมถึงชำระคืนเงินกู้ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

เรามองว่าการเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน หลังจากที่ผ่านมาเราโรดโชว์ให้กับนักลงทุน และเชื่อมั่นว่านักลงทุนจะเข้าใจพื้นฐานธุรกิจ ซึ่ง VL ยังมีแผนการขยายธุรกิจที่ชัดเจน ได้แก่ การต่อเรือใหม่ หรือการซื้อเรือมือสอง เพื่อเพิ่มความสามารถให้บริการ พร้อมทั้งยังมองหาเส้นทางการเดินเรือใหม่ เพื่อเพิ่มการให้บริการที่มากขึ้น และเป็นการสนับสนุนผลการดำเนินงานให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง” นายเอกจักร กล่าว

ขณะที่ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินราคาเป้าหมาย VL ปี 2562 ที่ 2.56 บาทต่อหุ้น อิง P/E ที่ 22.50 เท่า เทียบเคียง P/E กับ PRM ในช่วงปี 2560-2561 ซึ่งทำธุรกิจเดียวกัน ทั้งนี้คาดในปี 2562 กำไรจะกลับมาเติบโตที่ 49% เป็น 91 ล้านบาท จากกำลังผลิตเพิ่มขึ้น 9.8% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 38,534 DWT โดยรับรู้รายได้จากเรือที่ซื้อในปี 2561 เต็มปีรับเรือใหม่ 1 ลำในปี 2562 โดยเรือที่มีขนาดใหญ่ขึ้นหนุนรายได้เพิ่ม 21.9% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ด้านต้นทุนเพิ่มขึ้นไม่มากแม้เรือใหญ่ขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นจึงดีขึ้น

สำหรับ VL ดำเนินธุรกิจให้บริการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ทางทะเลมากว่า 20 ปี โดยมีคู่ค้าหลัก (ESSO) ที่ใช้บริการมาตั้งแต่เปิดบริษัท โดยคู่ค้ำหลักและคู่ค้ารายอื่นมีความต้องการขนส่งผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลอดมาบริษัทมีการปรับปรุงกองเรือและซื้อเรือเพิ่ม จนปัจจุบันมีเรือทั้งหมด 12 ลำ และมีน้ำหนักบรรทุกรวมเป็นอันดับ 4 ในอุตสาหกรรม

โดยอุตสาหกรรมขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ในประเทศ มีผู้ประกอบการ 9 ราย ซึ่งแต่ละรายจะมีลูกค้าหลักของตนเอง จึงทำให้คู่แข่งรายใหม่เข้าสู่อุตสาหกรรมได้ยาก อีกทั้งการลงทุนสูงและต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการให้บริการ

ส่วน บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินราคาเป้าหมาย VL ที่ 2.24 บาทต่อหุ้น โดยอิง PE Multiplier ที่ 20 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยถ่วงน้าหนักตาม Market Cap. ของ PRM และ AMA ที่ทำธุรกิจคล้ายกันมากที่สุด แม้กำไรสุทธิปี 2558-2560 ลดลงเฉลี่ย 9% ต่อปี แม้รายได้โตเฉลี่ย 8% ต่อปี แต่เพราะผลของการเร่งขยายกองเรือเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ซึ่งทำให้ค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นเร็ว จึงทำให้กำไรสุทธิลดลงเฉลี่ย 9% ต่อปี เหลือ 74 ล้านบาทในปี 2560 ส่วนปี 2561 จะลดลงต่อเนื่องอีก 17% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 61 ล้านบาท จากการชะลอตัวของปริมาณสินค้าขนส่งในประเทศ

อย่างไรก็ตาม คาดว่ากาไรจะกลับมาโตตั้งแต่ปี 2562 ที่ 47% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 90 ล้านบาท จากการขยายกองเรือและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงตามการจ่ายคืนหนี้ และคาดโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 27% ในปี 2563-2564 จากประสิทธิภาพการให้บริการที่สูงขึ้น และการปรับปรุงเส้นทางต่างประเทศเพื่อเพิ่มอัตรากำไร

โดย  VL ประกอบธุรกิจให้บริการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์เคมีทางทะเล ทั้งในและต่างประเทศแถบภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเรือให้บริการ 12 ลำ น้ำหนักบรรทุกรวม 35,081 DWT ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเรือขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในประเทศ อายุเฉลี่ยของเรืออยู่ที่ 16 ปี โครงสร้างรายได้กว่า 72% มาจากการให้บริการในประเทศ และ 28% มาจากการขนส่งน้ำมันปาล์มในต่างประเทศ ส่วนสินค้าที่ขนส่งกว่าครึ่งคือน้ำมันใส 57%, รองลงมาคือน้ำมันปาล์ม 18%, น้ำมันดิบ 11%, น้ำมันเตา 8%, และน้ำมันหล่อลื่น 6%

Back to top button