พาราสาวะถี

เป็นไปตามคาดการณ์แบ่งงานรองนายกรัฐมนตรีของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่างานที่ “พี่ใหญ่” พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เคยดูแลก่อนหน้าที่เกี่ยวกับความมั่นคงทั้งกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่เว้นแม้กระทั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ น้องเล็กขอรับกลับไปดูแลเอง ด้วยเหตุผลที่น่าจะทำให้คนเป็นพี่ปลื้มปริ่มน้ำตาไหล สุขภาพของบิ๊กป้อมไม่เอื้ออำนวย บวกกับการทำงานหนักช่วง 5 ปีที่ผ่านมา “ผมจึงอาสาแบ่งเบาภาระงานของพี่ใหญ่”


อรชุน

เป็นไปตามคาดการณ์แบ่งงานรองนายกรัฐมนตรีของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่างานที่ “พี่ใหญ่” พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เคยดูแลก่อนหน้าที่เกี่ยวกับความมั่นคงทั้งกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่เว้นแม้กระทั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ น้องเล็กขอรับกลับไปดูแลเอง ด้วยเหตุผลที่น่าจะทำให้คนเป็นพี่ปลื้มปริ่มน้ำตาไหล สุขภาพของบิ๊กป้อมไม่เอื้ออำนวย บวกกับการทำงานหนักช่วง 5 ปีที่ผ่านมา “ผมจึงอาสาแบ่งเบาภาระงานของพี่ใหญ่”

คงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เช่นเดียวกันกับที่จากนี้ไปจะมีการรื้อฟื้นการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจทุกวันจันทร์ โดยมีท่านผู้นำนั่งเป็นประธาน เป็นปกติธรรมดาของรัฐบาลผสมหลายพรรค โดยเฉพาะกระทรวงเกรดเอถูกพวกเอาไปครอบครอง หากมีหัวหน้าทีมเศรษฐกิจอย่าง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ตั้งวงคุยเอง คงยากที่จะสะเด็ดน้ำและจะเกิดการตัดขัดในทุกกระบวนท่า การที่บิ๊กตู่ตัดสินใจกระโดดมาเล่นเอง เพื่อแสดงความตั้งใจและทำให้ทุกอย่างราบรื่น เรียบร้อย

เป็นธรรมดาของรัฐบาลเลือกตั้ง หากผู้นำไม่ลงมือทำเองเวลาถูกตรวจสอบจากฝ่ายค้าน ก็จะพาลตอบคำถามได้ยาก มิหนำซ้ำ หากไปเจอพวกประเภทสอพลอรายงานแต่ตัวเลขและข้อมูลที่สวยหรู โอกาสที่จะถูกปู้ยี่ปู้ยำในสภามีสูง เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองมีวุฒิภาวะทางด้านอารมณ์ต่ำ จำเป็นที่จะต้องลุยทุกงานเพื่อให้เกิดการตื่นรู้อยู่ตลอดเวลา ใครถามมาตอบได้ด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริง ประเภทมึงมาพาโวยเหมือนการแถลงนโยบาย มันใช้ได้แค่ครั้งคราว บ่อยครั้งเข้ากองเชียร์จะพากันระอาและมีโอกาสแปรสภาพเป็นกองแช่งแทน

น่าเห็นใจอยู่ไม่น้อย เพราะตลอดเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา บ้านเมืองสงบจริง แต่เป็นความสงบบนความวังเวง เพราะประชาชนไม่ได้อยู่ดีกินดี มีปัญหาปากท้อง เดือดร้อนกันไปทุกหย่อมหญ้า ที่ผู้คนแห่แหนกันไปเลือกตั้งเพื่อหวังว่าจะได้มีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยเสียที แม้รู้ทั้งรู้ว่าผลสุดท้ายปลายทางมันจะได้คนเดิมกลับมา แต่ทุกคนก็ยังแอบหวังว่าเมื่อมันไม่มีอำนาจพิเศษใดๆ ที่ทำให้ต่างชาติตั้งข้อรังเกียจแล้ว ทุกอย่างก็น่าจะดีขึ้น

ระยะเวลานับจากนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ ที่ผ่านมา 5 ปีกว่าถือว่าซื้อความสงบ แต่นับจากวินาทีถือเป็นการซื้ออนาคตของผู้นำสืบทอดอำนาจและเครือข่ายทั้งหมด ทำดีได้ไปต่อและไปยาว เนื่องจากไม่ต้องห่วงเรื่องเสียงโหวตที่มีส.ว.ลากตั้งคอยค้ำยันอยู่โยงถึง 5 ปี ที่เหลือเป็นเรื่องของผลงานและฝีมือล้วน ๆ หากยังวางกล้าม เต๊ะท่าหล่อคิดว่าตัวเองดีเหมือนตอนถืออำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ที่คิดว่าแข็งแกร่งยากที่ใครจะล้ม อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ

หากพิจารณาจากเงื่อนปมต่าง ๆ ที่เนติบริกรได้ผูกไว้ บวกกับอำนาจที่อุ้มสม คนจำนวนไม่น้อยต่างเชื่อว่าสิ่งที่บิ๊กป้อมกล่าวในที่ประชุมส.ส.พรรคสืบทอดอำนาจว่า รัฐบาลนี้จะอยู่ที่ 4 ปีนั้นไม่ใช่เรื่องที่ไกลจากความเป็นจริง แต่อย่าลืมเป็นอันขาดว่า การเมืองไม่ว่าประเทศใดในโลกไม่เคยมีทฤษฎีหรือกฎตายตัวว่า ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามที่ใจฉันต้องการ เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และไม่มีใครคาดคิดเสียด้วยซ้ำ

มิเช่นนั้น วิษณุ เครืองาม  คงไม่สะกิดแรง ๆ ว่าด้วยสนิทเกิดแต่เนื้อในตน หากแต่ถ้าพิจารณาจากกฎที่เป็นสากลแล้ว เรื่องที่ไม่คาดฝันและไม่สามารถมั่นใจได้ว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่วางแผนนั่นก็คือ กฎของเมอร์ฟี หรือ Murphy’s Law ภาษิตที่มีการกล่าวถึงกันอย่างกว้างขวางนั่นก็คือ “ทุกสิ่งที่สามารถผิดพลาด จะผิดพลาด” หรือ Anything that can go wrong, will go wrong ความจริงสิ่งที่เนติบริกรทั้งหลายมั่นใจแล้วว่าถูกและดี ก็มีข้อผิดพลาดให้เห็นหลายครั้งผ่านกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เพิ่งทำกันผ่านไปหมาด ๆ

แรงกดดันของรัฐบาลนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ผลงานที่จะต้องเร่งผลิตให้ผลิดอกออกผลเท่านั้น หากแต่ประเด็นความซื่อสัตย์ สุจริต ก็เป็นเรื่องที่สังคมให้การจับตามองอย่างเป็นพิเศษ มิเช่นนั้น ท่านผู้นำคงไม่ย้ำในที่ประชุมครม.นัดแรกว่าขออย่าให้เกิดปัญหาทุจริต เพราะนี่อาจเป็นจุดแข็งเพียงจุดเดียวที่สามารถค้ำยันให้คนชื่อประยุทธ์สามารถยืนระยะได้มาจนถึงวันนี้ ตั้งแต่ยึดอำนาจมาใช่ว่าทุกอย่างจะโปร่งใส หากแต่มันถูกกดทับให้อยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการที่ไร้การตรวจสอบเท่านั้นเอง

ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึงให้เสียเวลาว่ามีกรณีใดบ้าง เอาเป็นว่านับตั้งแต่ครม.ประยุทธ์ 2/1 คลอดออกมา สิ่งแรกที่ผู้คนตั้งคำถามก็คือจะมีการถอนทุนคืนหรือไม่ บรรดาพรรคการเมืองที่เข้าร่วมหรือแม้กระทั่งพรรคแกนนำเองที่มีต้นทุนสูง จะก้าวเดินบนถนนการเมืองสายประชาธิปไตยอย่างไรไม่ให้สะดุดกับสิ่งที่เรียกว่าการคอร์รัปชั่น เพราะการเป็นรัฐบาลที่ผ่านการเลือกตั้งนั้น ต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น ทั้งจากฝ่ายค้านและองค์กรที่ไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติใด ๆ

ไม่เพียงแค่รัฐบาลเรือเหล็กเท่านั้น แม้กระทั่งองค์กรที่ทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริตเอง ก็ต้องแบกรับความกดดันไม่แพ้กัน เนื่องจากเหตุการณ์หลายครั้งยังสร้างความกังขาให้กับสังคม เพียงแต่ว่าทุกอย่างมันไม่สามารถขับเคลื่อนหรือแสดงออกได้อย่างเต็มที่เท่านั้น แต่จากนี้ไปทุกเรื่อง ทุกกระบวนท่า มันจะถูกทำให้โปร่งใสโดยธรรมชาติ และจะมีแนวร่วมในการปกป้องฝ่ายตรวจสอบล้นหลาม ส่วนฝ่ายที่ถูกกล่าวหาก็จะไร้ซึ่งอำนาจวิเศษใด ๆ มาคุ้มกะลาหัวอีกต่อไป

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งคือ กระบวนการทำงานของพรรคฝ่ายค้าน หากทำงานกันเหมือนที่บรรดาสมาชิกของพรรคนายใหญ่ได้ดำเนินการผ่านการแถลงนโยบายรัฐบาล ยากที่จะทำให้รัฐบาลสะเทือนได้ ต้องผสมผสานแนวคิดและการทำงานด้วยการแม่นในข้อมูล ข้อเท็จจริงเหมือนอย่างที่พรรคอนาคตใหม่ทำ จะสร้างปรากฏการณ์แนวร่วมได้อย่างคาดไม่ถึง จึงต้องอดใจรอดูกันช่วงอภิปรายกฎหมายงบประมาณในเดือนกันยายนนี้ จะมีอะไรเด็ด ๆ ให้เห็นกันอีกหรือไม่

Back to top button