TFG นำทีมรูด 8% เซ่น “พาณิชย์” จ่อคุมราคา “หมู-ไก่” ลดค่าครองชีพประชาชน

TFG นำทีมรูด 8% เซ่น "กระทรวงพาณิชย์" เตรียมเข้ามาควบคุมราคาเนื้อหมู-เนื้อไก่สด เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน ฟากสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติยืนยันให้ความร่วมมือกระทรวงฯที่จะรักษาระดับราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มไว้ที่ 100 บาทต่อกิโลกรัม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 3 หุ้นธุรกิจกลุ่มเนื้อสัตว์ปรับตัวลงแรง หลังกระทรวงพาณิชย์เตรียมเข้ามาควบคุมราคาเนื้อหมู-เนื้อไก่สด เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน นำโดย บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT ณ เวลา 11:03 น.อยู่ที่ระดับ 15.60 บาท ลบ 1.00 บาท หรือ 6.02% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 88.70 ล้านบาท

ส่วนบริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG  ณ เวลา 11:03 น.อยู่ที่ระดับ 5.85 บาท ลบ 0.55 บาท หรือ 8.59% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 123.50 ล้านบาท

ส่วนบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ณ เวลา 11:04 น. อยู่ที่ระดับ 25.25 บาท ลบ 0.75 บาท หรือ 2.88% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 668.01 ล้านบาท

อนึ่งวานนี้(18 ก.ค.65)ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ก่อนเริ่มการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายจุรินทร์ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงผลการดำเนินงานเร่งรัดการลดราคาน้ำมันปาล์มขวด เพื่อให้สอดคล้องกับราคาต้นทุนผลิต ซึ่งในสัปดาห์ที่แล้วราคาขายในห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ได้ปรับลดลงมา 5-6 บาท และภายในสัปดาห์นี้ ทางกรมการค้าภายในได้รับการยืนยันจากผู้ประกอบการว่า ราคาจะลดลงอีก 3-4 บาท อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ภายใต้มาตรการเข้าดูแลค่าครองชีพประชาชน กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมขับเคลื่อนอย่างบูรณาการกับทุกภาคส่วน เริ่มตั้งแต่ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และการจัดจำหน่าย ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ภายใต้สถานการณ์เงินเฟ้อทั่วโลก ที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและการขนส่งปรับสูงขึ้นอย่างมาก แต่สินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันยังสามารถตรึงราคาไว้ได้ หรือแม้มีการปรับขึ้นก็อยู่ในวงจำกัด

สำหรับ “ไก่สด” คาดว่าเร็วๆนี้ราคาจะปรับลดลง หลังจากได้หารือกับโรงชำแหละรายใหญ่ ซึ่งพร้อมให้ความร่วมมือ โดยช่วงก่อนหน้านี้ราคาไก่สดปรับสูงขึ้น เนื่องจากส่วนประกอบของอาหารสัตว์ เช่น ข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศมีราคาสูงขึ้นอย่างมาก ขณะที่ราคาเนื้อหมูก็จะปรับลดลงเช่นเดียวกัน โดยสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ยืนยันให้ความร่วมมือกับกระทรวงฯที่จะรักษาระดับราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มไว้ที่ 100 บาทต่อกิโลกรัม แม้ต้นทุนการเลี้ยงยังคงสูง

“นายจุรินทร์ ได้สั่งการเรื่องควบคุมดูแลราคาสินค้า โดยสินค้าบางตัวจะเป็นการดำเนินการในลักษณะความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ เพราะต้นทุนสินค้าหากนำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาสูงขึ้น อาจมีการปรับขึ้นบ้างหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ และสินค้าหลายตัวผู้ประกอบการและผู้จัดจำหน่าย ได้ให้ความร่วมมือด้วยการตรึงราคาสินค้าไว้ โดยกระทรวงพาณิชย์มีการใช้นโยบายวิน-วินโมเดล คือต้องดูปริมาณสินค้าให้เพียงพอ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาสินค้าขาดแคลนอาจเป็นปัญหาต่อเนื่อง อีกทั้งผู้ประกอบการสามารถผลิตสินค้าต่อไปได้ และผู้บริโภคจะไม่ได้รับผลกระทบมากจนเกินไป” น.ส.รัชดา กล่าว

ด้านบล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(19 ก.ค.65) ว่า จากประเด็นข่าวกระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่า ราคาน้ำมันปาล์มขวด หมู และไก่ จะปรับลงในระยะถัดไป หลังจากราคาวัตถุดิบเริ่มอ่อนตัวลง และกำลังดูแลให้ผู้ประกอบการลดราคาน้ำมันปาล์มขวด หลังห้างค้าปลีกมีการปรับลดราคาสัปดาห์ก่อน 5-6 บาท และจะปรับลงอีก 3-4 บาทในสัปดาห์นี้

โดยถัดมาได้ระบุถึงราคาไก่ว่าราคาจะปรับลงเร็วนี้ หลังจากหารือกับโรงชำแหละรายใหญ่ ซึ่งรัฐได้ระบุว่าผู้ประกอบพร้อมให้ความร่วมมือ ล่าสุดได้ขอความร่วมมือจากโลตัสในการคุมราคาไม่ให้สูงเกินไป และจะมีการจัดโปรโมชั่นราคาพิเศษเริ่มตั้งแต่ 18 ก.ค. นี้ เช่นเดียวกับหมู ที่ขอความร่วมมือจากสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติในการรักษาระดับราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มไว้ที่ 100 บาท/กก. ซึ่งใกล้เคียงราคาที่ขายในปัจจุบัน

จากประเด็นดังกล่าวถือเป็น Sentiment ลบต่อกลุ่มเนื้อสัตว์ CPF,GFPT และ TFG เพราะเป็นการเข้ามาควบคุมราคาของภาครัฐอีกครั้ง อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามราคาเนื้อสัตว์ในระยะถัดไป เพราะเชื่อว่ายังขึ้นอยู่กับ Demand-Supply เป็นหลัก ขณะที่โรค ASF ในหมู ยังต้องใช้เวลากว่า Supply จะกลับมาเท่าเดิม ทั้งนี้ราคาเนื้อสัตว์อาจปรับลดได้ตามต้นทุนอาหารสัตว์ที่เริ่มย่อลง แต่เชื่อว่าจะไม่มีการปรับราคาให้ต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยง

Back to top button