“สุเชษฐ์” แนะจับตาแนวรับ 1,260 จุด ลุ้น กนง.ลดดอกเบี้ย-ฟันด์โฟลว์ไหลเข้า

“สุเชษฐ์ สุขแท้” ประเมินดัชนีตลาดหุ้นไทยยังแกว่งตัว โดยมีแนวต้าน 1,280–1,285 จุด และแนวรับสำคัญ 1,260 จุด แนะระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้น จับตาการประชุม กนง. หวังลดดอกเบี้ย และทิศทางเงินทุนต่างชาติ


นายสุเชษฐ์ สุขแท้ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายมีเดียมาร์เก็ตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ว่า ภาพรวมดัชนีตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในทิศทางแกว่งตัว โดยประเมินแนวต้านสำคัญที่ระดับ 1,280–1,285 จุด ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,260 จุด หากดัชนีปรับลดลงต่ำกว่าระดับดังกล่าว นักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน เนื่องจากตลาดยังมีลักษณะอ่อนตัวและอาจเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้น หลังดัชนีปิดล่าสุดที่ระดับ 1,273 จุด เพิ่มขึ้น 19 จุด

สำหรับหุ้นรายตัว แนะนำ บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MOSHI มีแนวรับที่ 32.25 บาท และแนวต้านที่ 35.50 บาท หากราคาหลุดต่ำกว่าแนวรับแนะนำให้ตัดขาดทุน ขณะที่ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA ราคายังเคลื่อนไหวในกรอบ โดยมีแนวรับ 15.80 บาท แนวต้าน 17.00 บาท และควรกำหนดจุดตัดขาดทุนที่ 15.80 บาท ส่วนหุ้น บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA มีสัญญาณเชิงบวก ราคาอยู่ที่ 3.25 บาท แนวรับ 3.20 บาท และแนวต้าน 3.40–3.50 บาท

ด้านหุ้นบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ยังคงมีสัญญาณปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แนวรับที่ 7.35 บาท แนวต้านใกล้ 8.00 บาท และหากราคาต่ำกว่า 7.00 บาท แนะนำให้ตัดขาดทุน ขณะที่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN มีสัญญาณเชิงบวกค่อนข้างชัดเจน ราคาอยู่ที่ 54.75 บาท แนวรับ 53.00 บาท แนวต้านระยะสั้น 55.00–56.75 บาท และมีแนวต้านสำคัญระยะถัดไปที่ 60.00 บาท

ทั้งนี้ ในส่วนของดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในช่วง 2–3 วันที่ผ่านมา ภาพรวมการเคลื่อนไหวถือว่าปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยหากดัชนีสามารถปรับขึ้นต่อเนื่องได้ จะช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับบรรยากาศการลงทุน และเพิ่มโอกาสที่ดัชนีจะขยับขึ้นทดสอบระดับ 1,300 จุดในระยะถัดไป

โดยวานนี้ดัชนีปิดที่ระดับ 1,273 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 19 จุด อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นยังอาจเผชิญแรงขายทำกำไรในระยะสั้น สำหรับแนวรับสำคัญของตลาด มองไว้ที่ระดับ 1,260 จุด ซึ่งถือเป็นจุดที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในฐานะระดับทดสอบความแข็งแกร่งของตลาด

สำหรับปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในวันก่อนหน้าคือแรงซื้อสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติในมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท แม้ว่ากองทุนในประเทศยังคงมีแรงขายอยู่บ้าง สะท้อนให้เห็นว่าราคาหุ้นหลายตัวปรับลดลงมาอยู่ในระดับต่ำแล้ว

ทั้งนี้ ปัจจัยลบจากประเด็นทางการเมืองและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชายังคงกดดันตลาดในระยะที่ผ่านมา ส่งผลให้ดัชนีอ่อนตัวลงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับตลาดมากขึ้น คือปริมาณการซื้อขายจากนักลงทุนต่างชาติที่เริ่มกลับเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการเริ่มสะสมหุ้นในระดับราคาที่น่าสนใจ

ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะใกล้ ได้แก่ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ซึ่งตลาดคาดหวังการปรับลดอัตราดอกเบี้ย อาจช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน รวมถึงกระแสเงินทุนต่างชาติที่เริ่มกลับเข้ามาซื้อสุทธิ แม้กองทุนในประเทศยังมีแรงขายอยู่บ้าง สะท้อนว่าราคาหุ้นหลายตัวปรับลดลงมาอยู่ในระดับต่ำ และเริ่มมีแรงซื้อเพื่อสะสม

Back to top button