
ก.ล.ต. หนุนกองทุน SRI ขยายเวลายกเว้นค่าธรรมเนียม 1 ปี
ก.ล.ต. ขยายเวลายกเว้นค่าธรรมเนียมจัดตั้งกองทุนรวม SRI ถึง 31 ธ.ค. 2569 ส่งเสริมลงทุนในสินทรัพย์ไทยที่สร้างผลกระทบเชิงบวกและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน (ESG) ของภาคธุรกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้สนับสนุนภาคธุรกิจให้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการลงทุนอย่างยั่นยืนผ่านมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับกองทุนรวม SRI มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 โดยที่ผ่านมาบริษัทจดทะเบียนไทยมีพัฒนาการด้าน ESG ที่วัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การยกระดับธรรมาภิบาล และการสร้างมูลค่ากิจการ (value up) ในระยะยาว ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากบทบาทการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ (responsible investment) ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)
การขยายมาตรการครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ บลจ. จัดตั้งและบริหารกองทุนรวมที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของไทยมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นกลไกผลักดันให้ธุรกิจไทยปรับตัวและให้ความสำคัญต่อปัจจัย ESG ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero) ภายในปี พ.ศ. 2593 ตามเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 (NDC 3.0)
โดยเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ข้างต้น ก.ล.ต. จึงออกประกาศ** เพื่อยกเว้นค่าธรรมเนียมการยื่นคำขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมให้แก่ บลจ. สำหรับกองทุนรวม SRI (ซึ่งรวมถึง Thai ESG) บางประเภทที่เข้าเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อ ดังนี้
(1) ลงทุนเฉพาะหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินไทย
(2) เป็นประเภท SRI Improver หรือ SRI Impact อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือประเภท SRI Mixed Goals ที่ผสมระหว่าง SRI Improver และ SRI Impact เท่านั้น
ทั้งนี้ การยกเว้นค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่รวมถึงค่าธรรมเนียมคำขอแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมเพื่อเป็นกองทุนรวม SRI โดยประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2569
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “การขยายระยะเวลาการยกเว้นค่าธรรมเนียมคำขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวม SRI ออกไปอีก 1 ปี สะท้อนความมุ่งมั่นของ ก.ล.ต. ในการผลักดันการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ (responsible investment) โดยเชื่อมั่นว่า บลจ. ในฐานะผู้ลงทุนสถาบัน เป็นกลไกสำคัญที่จะสร้างแรงกระเพื่อมให้ภาคธุรกิจไทยเร่งปรับตัวเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมกับเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันและเพิ่มมูลค่ากิจการอย่างยั่งยืน ในขณะที่ผู้ลงทุนก็สามารถติดตามการบริหารจัดการลงทุนของ บลจ. ผ่านการเปิดเผยข้อมูล ESG ตามมาตรฐาน SRI ที่ ก.ล.ต. ได้วางกลไกไว้ /การขับเคลื่อนระบบนิเวศไปพร้อมกันนี้จะช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการลงทุนอย่างยั่งยืนของประเทศในวงกว้างต่อไป”

