
ธ.ก.ส. ช่วยลูกค้าชายแดน ยกหนี้ผู้เสียชีวิต–สาบสูญ อัดสินเชื่อดอกต่ำฟื้นฟู
ธ.ก.ส. ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ยกหนี้ลูกหนี้ที่เสียชีวิตหรือเป็นบุคคลสาบสูญ พร้อมขยายเวลาชำระหนี้ และจัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ฟื้นฟูความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 ธ.ค.68) นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา รัฐบาลบูรณาความร่วมมือทุกภาคส่วนเดินหน้าแก้ไขปัญหา พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนในพื้นที่ชายแดน ทั้งด้านความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ รวมถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
รัฐบาล โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้า ธ.ก.ส. ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี ตราด และสระแก้ว ดังนี้
กรณียกหนี้และผ่อนปรนภาระหนี้
– ลูกหนี้เสียชีวิตหรือเป็นบุคคลสาบสูญ หากเป็นหนี้เงินกู้ที่ใช้บุคคลค้ำประกัน ยกหนี้ทั้งจำนวนทุกสัญญา
– กรณีมีหลักประกันจำนอง ยกดอกเบี้ยปรับและดอกเบี้ยค้างรับทั้งหมด
– กรณีใช้หลักประกันร่วมกัน ยกหนี้ตามสัดส่วนของหลักประกัน
– กรณีคู่สมรสหรือบุตรตามกฎหมายของลูกหนี้เสียชีวิตหรือเป็นบุคคลสาบสูญ ยกดอกเบี้ยปรับทั้งหมด และลดดอกเบี้ยค้างรับ 50%
ทั้งนี้ เป็นกรณีสัญญาเงินกู้ที่ใช้แหล่งเงินทุนของ ธ.ก.ส. เป็นกรณีพิเศษ
นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังขยายระยะเวลาชำระหนี้เดิมออกไปไม่เกิน 1 ปี หรือ 12 เดือน สำหรับสัญญาเงินกู้ที่ยังเป็นหนี้ปกติ หรือค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน โดยสามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่สาขาในพื้นที่ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2569
ขณะเดียวกัน ยังจัดมาตรการเสริมสภาพคล่องและฟื้นฟูลูกค้า วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โรงเรือน เครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตร รวมถึงการฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหาย แบ่งเป็น 2 โครงการ ได้แก่
- สินเชื่อค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนแรก หลังจากนั้นคิดอัตรา MRR (ปัจจุบัน 6.625%) วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท
- สินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 สำหรับซ่อมแซมบ้านเรือน ทรัพย์สิน และลงทุนทำการเกษตรรอบใหม่
นางสาวอัยรินทร์ ระบุว่า รัฐบาลขอแสดงความห่วงใยต่อประชาชนในพื้นที่ชายแดน และพร้อมอยู่เคียงข้างเพื่อก้าวผ่านสถานการณ์ดังกล่าวไปด้วยกัน


