
“พงศ์ภัทร” ชี้ SET ต้นปี 69 บวกต่อ แรงซื้อหุ้นกลุ่มแบงก์-พลังงานหนุน
"พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์" ประเมิน SET Index เปิดทำการวันแรกปี 2569 สอดคล้องทิศทางเชิงบวกของภูมิภาค รับแรงหนุน January Effect 5 ปีย้อนหลังเฉลี่ย +1.30% พร้อมชูหุ้นกลุ่มธนาคารเป็นแกนนำโมเมนตัมต้นปี และกลุ่มพลังงาน ขณะที่มองว่าเหตุการณ์สหรัฐอเมริกาโจมตีเวเนซุเอลาไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย
นายพงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์ นักกลยุทธ์การลงทุนฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์เอกซ์ จำกัด ในเครือกลุ่ม SCBX เปิดเผยในรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันที่ 5 ม.ค.69 ว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดทำการวันแรกของปี 2569 ด้วยบรรยากาศการลงทุนที่คึกคัก โดยสัญญาณบวกสะท้อนจากช่วงปิดท้ายปีที่มีแรงซื้อเข้ามาประมาณ 5 ล้านหุ้น ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้
ขณะที่การเคลื่อนไหวในระยะสั้นยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยค่าเงินบาทที่อ่อนค่า และต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะทองแดงที่มีช่วงปรับตัวลดลงในช่วงก่อนสิ้นปี ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนต่อกลุ่มอุตสาหกรรมบางส่วน
จากการตรวจสอบสถิติผลตอบแทนของดัชนี SET Index ในช่วงสัปดาห์แรกของปี ย้อนหลัง 5 ปี พบว่ามักให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ยประมาณ 1.30% ซึ่งถือเป็นสัญญาณตลาดที่เอื้อต่อการปรับขึ้นต่อในช่วงต้นปี
สำหรับสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จากเหตุการณ์สหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการโจมตีและเข้าบริหารเวเนซุเอลา ฝ่ายวิจัยประเมินว่าตลาดหุ้นเอเชียซึ่งปรับตัวขึ้นในช่วงวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันหยุดของไทย อาจเป็นแรงส่งให้ตลาดหุ้นไทยเปิดตัวตามทิศทางภูมิภาคในวันแรก
ในส่วนของภูมิรัฐศาสตร์ เหตุการณ์ที่สหรัฐอเมริกาเข้าควบคุมและเตรียมบริหารเวเนซุเอลา ถูกมองว่าเป็นการตอบกลับต่อการที่รัฐบาลเวเนซุเอลาเคยเข้ายึดกิจการของบริษัทพลังงานจากสหรัฐอเมริกาเมื่อราวปี 2007 โดยมี 3 ธุรกิจหลักที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ บริษัท โคโนโคฟิลลิปส์ (ConocoPhillips) , บริษัท เอ็กซอน โมบิล คอร์ปอเรชั่น (Exxon Mobil Corporation) และบริษัทเชฟรอน คอร์ปอเรชั่น (Chevron Corporation) ซึ่งถูกบังคับให้โอนกิจการบางส่วนให้แก่รัฐในขณะนั้น
ฝ่ายวิจัยประเมินว่า หากจีนซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลาประมาณ 30% ของปริมาณการนำเข้าน้ำมันทั้งหมด ไม่ยกระดับตอบโต้ด้วยกำลังทางทหาร และใช้เพียงมาตรการทางการทูตหรือการประท้วงผ่านสหประชาชาติ ผลกระทบต่อ ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียรวมถึงตลาดหุ้นไทยจะอยู่ในวงจำกัด
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องจับตาท่าทีของจีนว่าจะตอบสนองในระดับใด เพราะหากมีการยกระดับความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจ อาจกดดันบรรยากาศการลงทุนโดยรวมได้
ด้าน ตลาดเงินและสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก คาดว่าดอลลาร์สหรัฐและทองคำอาจยังได้รับแรงค้ำจากความกังวล แต่ ราคาน้ำมันโลกอาจไปได้ไม่ไกล และมีโอกาสอ่อนตัวลง หากอุปทานน้ำมันจากเวเนซุเอลาเพิ่มขึ้นหลังการเปลี่ยนผ่านการบริหารประเทศ
ส่วนผลกระทบในเชิงปัจจัยพื้นฐานต่อตลาดทุนโลกและไทยคาดว่าจะอยู่ในวงจำกัด หากจีนไม่ได้ยกระดับตอบโต้ด้วยมาตรการทางทหาร โดยเบื้องต้นจีนมีเพียงการใช้ช่องทางการทูตและการประท้วงผ่านสหประชาชาติเท่านั้น ซึ่งยังไม่รุนแรงพอที่จะสร้างแรงกดดันต่อตลาดทุน
ในมุมของกลุ่มพลังงาน การเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลาอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกไม่สามารถปรับขึ้นได้มากนักในปีนี้ แม้ราคาน้ำมันโลกอาจถูกจำกัดกรอบในระดับหนึ่ง แต่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ยังคงให้ความสำคัญกับการประเมิน ปริมาณและกำลังการผลิต เพื่อรองรับความต้องการพลังงานในอนาคต
ขณะที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ซึ่งมีแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี มุ่งเน้นการรักษา เสถียรภาพของราคา และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เป็นหลัก รวมถึงการปรับพอร์ตธุรกิจสู่พลังงานหมุนเวียนและ พลังงานสีเขียว (Green Energy) มากขึ้น
ในระยะสั้น ปัจจัยตลาดพันธบัตรของสหรัฐอเมริกาและเอเชียที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ยังไม่สร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มธนาคารอย่างมีนัยสำคัญ และอาจช่วยค้ำบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยให้มีโอกาส เคลื่อนไหวในทิศทางบวกตามภูมิภาค โดยโมเมนตัมแรงซื้อที่เกิดขึ้นก่อนสิ้นปีอาจยังส่งต่อมายัง หุ้นกลุ่มธนาคาร และหนุนภาพรวม ดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงต้นปี ได้ต่อเนื่อง
ด้านสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตลาดเงิน ดอลลาร์สหรัฐและทองคำอาจยังคงได้รับแรงค้ำในระยะสั้นจากความกังวลด้านอุปทานพลังงานในอนาคต แต่ราคาน้ำมันอาจอ่อนตัวลงจากอุปทานที่มีโอกาสเพิ่มขึ้น
นักลงทุนจึงควรติดตาม 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ระดับการมีส่วนร่วมของจีนในความขัดแย้ง และทิศทางค่าเงินบาท รวมถึงความคืบหน้าทางกฎหมายในสหรัฐอเมริกา ว่าจะมีการดำเนินคดีหรือฟ้องศาลเพิ่มเติมต่อผู้นำเวเนซุเอลาและเครือข่ายธุรกิจหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นตัวแปรที่กำหนดทิศทางของตลาดทุนโลกและภูมิภาคต่อไป

