ก.ล.ต. ปรับเกณฑ์คำนวณ–เปิดเผยค่าธรรมเนียมกองทุนรวม ดีเดย์ 1 ก.พ. 69

ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์คำนวณและเปิดเผยค่าธรรมเนียมกองทุนรวม เพิ่มความโปร่งใสให้ผู้ลงทุนเห็นชัด “จ่ายค่าอะไร ได้บริการอะไร” มีผลบังคับใช้ 1 กุมภาพันธ์ 2569


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (5 ม.ค.69) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (...) ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ การคำนวณและการเปิดเผยค่าธรรมเนียมกองทุนรวม เพื่อเพิ่มความชัดเจนของข้อมูลให้ผู้ลงทุนสามารถใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างรอบด้าน และได้รับการบริการที่เหมาะสมกับค่าธรรมเนียมที่ชำระจริง ภายใต้แนวคิด “fee for reasons” ควบคู่กับการเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถกำหนดค่าธรรมเนียมให้สอดคล้องกับรูปแบบการให้บริการและการแข่งขันในอุตสาหกรรม โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป

การปรับปรุงหลักเกณฑ์ครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการและร่างประกาศที่เกี่ยวข้องในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2568 ซึ่งผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางที่ ก.ล.ต. เสนอ เพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองผู้ลงทุนและสร้างความโปร่งใสในอุตสาหกรรมกองทุนรวม

สาระสำคัญของการปรับเกณฑ์ ก.ล.ต. กำหนดให้การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต้องมีความเหมาะสมกับบริการที่ผู้ลงทุนได้รับ มีความชัดเจนและเป็นธรรม โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน (บลจ.) ต้องมีกลไกกำกับดูแลและทบทวนโครงสร้างค่าธรรมเนียมอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง พร้อมเปิดบทบาทให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ร่วมพิจารณาความเหมาะสม ทั้งนี้ ก.ล.ต. สนับสนุนให้สมาคมธุรกิจจัดการลงทุนออกแนวปฏิบัติเพื่อใช้เป็นมาตรฐานกลาง ภายใต้ความเห็นชอบของ ก.ล.ต.

ในส่วนของค่าธรรมเนียมตามผลการดำเนินงาน (performance fee) ก.ล.ต. เปิดทางให้สามารถเรียกเก็บได้เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ บลจ. บริหารกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ลงทุน แต่ต้องกำหนดเงื่อนไขไว้ล่วงหน้า แยกจากค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน และจำกัดเฉพาะกองทุนบางประเภท พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์การคำนวณให้สะท้อนความสามารถในการบริหารลงทุนจริง ไม่ใช่ผลตอบแทนที่เกิดจากภาวะตลาดโดยรวม รวมถึงต้องเปิดเผยข้อมูลการเรียกเก็บอย่างชัดเจนในรายงานของกองทุนรวม

ขณะเดียวกัน ก.ล.ต. ได้ปรับปรุงแนวทางการกำหนดและเปิดเผยค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนรวม (management fee) ให้เหมาะสมกับบริบทอุตสาหกรรมกองทุนรวมไทย โดยยังคงให้ บลจ. สามารถกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมสูงสุดได้ แต่ต้องมีความเหมาะสมกับอัตราค่าธรรมเนียมพื้นฐาน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความยืดหยุ่นของผู้ประกอบธุรกิจและการคุ้มครองผู้ลงทุน ทั้งนี้ การปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงต้องมีเหตุผลอันสมควร เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และแจ้งผู้ลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันทำการ เพื่อให้มีเวลาเพียงพอในการพิจารณาผลกระทบหรือเปรียบเทียบทางเลือกการลงทุนอื่น ส่วนการลดค่าธรรมเนียมเพื่อส่งเสริมการขายต้องกำหนดระยะเวลาอย่างชัดเจนและไม่เกินหนึ่งปี

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังกำหนดแนวทางเกี่ยวกับการจ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้ขายหน่วยลงทุน (trailer fee) โดยให้ บลจ. และผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวังและความรับผิดชอบ ไม่ก่อให้เกิดต้นทุนเกินจำเป็น และไม่สร้างความขัดแย้งทางผลประโยชน์ พร้อมกำหนดให้เปิดเผยข้อมูลการจ่าย trailer fee ในหนังสือชี้ชวนอย่างชัดเจน อธิบายวัตถุประสงค์ ผลกระทบต่อผู้ลงทุน และบริการที่ผู้ลงทุนจะได้รับ

พร้อมกันนี้ ได้มีการปรับปรุงมาตรฐานการขายหน่วยลงทุน โดยกำหนดให้ผู้ขายต้องจัดทำเอกสารประกอบการขาย เปิดเผยการได้รับ trailer fee อย่างโปร่งใส อธิบายสิทธิของผู้ลงทุนในการได้รับบริการหลังการขาย และจัดให้มีมาตรการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์จากโครงสร้างค่าตอบแทน รวมถึงให้บริการดูแลผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับค่าธรรมเนียมที่ได้รับ

ทั้งนี้ ประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว และจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป โดยการปรับปรุงดังกล่าวไม่ได้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใหม่เป็นตัวเลขตายตัว

Back to top button