
AEONTS ร่วง 4% หลังกำไรไตรมาส 3/68 ลดลง 22% เซ่นรายได้บัตรเครดิตหดตัว
AEONTS ลบ 4% หลังรายงานกำไรไตรมาส 3/68 ลดลง 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เซ่นรายได้บัตรเครดิตปรับตัวลดลง ขณะที่กำไรงวด 9 เดือนปรับตัวเพิ่มขึ้น 2%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 ม.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AEONTS ณ เวลา 10:17 น. อยู่ที่ระดับ 98.75 บาท ลบ 3.75 บาท หรือ 3.66% สูงสุดที่ระดับ 99 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 98 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 23.16 ล้านบาท
ทั้งนี้ ราคาหุ้น AEONTS ปรับตัวลดลงวันนี้ หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 มีกำไรสุทธิ 618.26 ล้านบาท ลดลง 21.60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 788.57 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มีรายได้จากบัตรเครดิตเป็นจำนวน 1,705 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 4.9 เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน การปรับตัวลดลงของรายได้บัตรเครดิต
สำหรับปัจจัยหนึ่งคือการปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจบัตรเครดิต โดยมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าในระยะยาวผ่านการบริหารฐานลูกค้าอย่างมีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าที่มีมูลค่า (Valued Customers) ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความสามารถในการชำระขั้นต่ำได้ตามกำหนดเวลา พร้อมทั้งปรับโครงสร้างสิทธิประโยชน์และการให้บริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม
โดยในไตรมาสนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการปรับปรุงบัตรเครดิตภายใต้แบรนด์ของบริษัททั้ง 2 บัตรหลัก (อิออน คลาสสิค และอิออน โกลด์) ซึ่งส่งผลให้ยิลด์สูงขึ้นจากไตรมาสก่อน ทั้งนี้ รายได้บัตรเครดิตคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 31.6 ของรายได้รวม
รวมถึงบริษัทฯ มีรายได้จากการให้กู้ยืมเป็นจำนวน 2,317 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 5.6 มื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน จากการบริหารความเสี่ยงและการให้ความสำคัญกับคุณภาพของพอร์ต ท่ามกลางภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสนี้ บริษัทฯ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลใหม่ “วัน โลน” (OneLoan) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถรวมหนี้เป็นก้อนเดียว พร้อมกำหนดระยะเวลาผ่อนชำระที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า ภายใต้อัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อช่วยบริหารภาระหนี้ของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ในไตรมาสนี้ รายได้สินเชื่อเงินกู้คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 43.6 ของรายได้รวม
ขณะที่บริษัทฯ มีรายได้สินเชื่อเช่าซื้อในงวดไตรมาส 3 ปีบัญชี 2568 เป็นจำนวน 364 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนร้อยละ 13.2 เป็นผลจากการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อยานพาหนะมือสองเป็นสัดส่วนหลัก โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายเครือข่ายคู่ค้าทั้งในกลุ่มรถยนต์มือสองและรถจักรยานยนต์ ส่งผลให้ยอดปล่อยสินเชื่อในกลุ่มดังกล่าวเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม รายได้สินเชื่อเช่าซื้อคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6.8 ของรายได้รวม ทั้งนี้ สินเชื่อเช่าซื้อได้เข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อดูแลให้มีการบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568
ส่วนผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 2,181.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,134.87 ล้านบาท อันเนื่องมาจากแรงหนุนจากการเช่าซื้อเพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงกระบวนการชำระเงินและขยายความร่วมมือกับคู่ค้า

