จับตาศุกร์นี้! “ซูพรีมคอร์ท” นัดชี้ชะตาคดี “ภาษีสหรัฐ” ลุ้น “ทรัมป์” ทำผิดกฎหมายหรือไม่

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ เตรียมพิจารณาคดีภาษีนำเข้าของทรัมป์ ลุ้นคำวินิจฉัยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ วันที่ 9 ม.ค.นี้ จับตาผลสะเทือนนโยายการค้า


สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกา เตรียมมีคำตัดสินชุดแรกของปีนี้ ซึ่งอาจรวมถึงคดีสำคัญเกี่ยวกับนโยบายภาษีนำเข้า (tariffs) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

โดยอาจประกาศคำวินิจฉัยได้เร็วที่สุดในวันศุกร์ที่ 9 มกราคมนี้ เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ หรือราว 22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

ขณะเดียวกัน ตามรายงานของ สถานีวิทยุแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ National Public Radio (NPR) ระบุว่า การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังผู้พิพากษาศาลสูงสุดกลับมาจากช่วงปิดทำการยาว 4 สัปดาห์ โดยศาลระบุเพียงว่า จะมีคำตัดสินในคดีต่าง ๆ แต่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าว่าจะเป็นคดีใดบ้าง

คดีที่ถูกจับตา คือ การที่รัฐบาลทรัมป์ใช้อำนาจตาม กฎหมายว่าด้วยอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ หรือ International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศในอัตรา 10–50% รวมถึงสินค้าจากแคนาดา เม็กซิโก และจีน โดยอ้างว่า เป็นมาตรการรับมือปัญหาการค้ายาเสพติดเฟนทานิล อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวไม่ได้ระบุเรื่องภาษีศุลกากรโดยตรง และไม่เคยถูกนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์นี้มาก่อน

ผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงยุติธรรมของ NPR ระบุว่า คำถามสำคัญคือ IEEPA ให้อำนาจฝ่ายบริหารมากเพียงพอในการกำหนดภาษีนำเข้าขนาดใหญ่หรือไม่ ซึ่งแม้แต่ผู้พิพากษาสายอนุรักษ์นิยมบางส่วนก็แสดงความกังวลเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจของฝ่ายบริหาร เนื่องจากตามหลักแล้ว การจัดเก็บภาษีเป็นอำนาจของรัฐสภา

ด้านทรัมป์ยอมรับว่า คดีนี้เป็น “คดีใหญ่” และแสดงความหวังว่า ศาลจะตัดสินในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ พร้อมย้ำว่า “ประธานาธิบดี” ควรมีอำนาจในการเจรจาเรื่องภาษีนำเข้า โดยทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มของตนเองอย่างต่อเนื่องว่า ภาษีนำเข้าเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

ขณะที่นักวิเคราะห์การเมืองของ NPR มองว่า คำตัดสินของศาลอาจออกมาได้หลายแนวทาง ตั้งแต่การตัดสินแบบจำกัดขอบเขต เปิดทางให้ทรัมป์ใช้กฎหมายหรือกลไกอื่นแทน ไปจนถึงการส่งเรื่องกลับไปให้รัฐสภา อย่างไรก็ตาม หากศาลตัดสินไม่สนับสนุนนโยบายภาษีนำเข้า ก็อาจช่วยลดแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่กระทบต่อผู้สมัครพรรครีพับลิกัน ในการเลือกตั้งกลางเทอมปลายปีนี้

ด้าน บลูมเบิร์ก รายงานว่า ศาลสูงสุดอาจมีคำตัดสินในคดีสำคัญอื่น ๆ เพิ่มเติมในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า รวมถึงคดีเกี่ยวกับกฎหมายของรัฐที่ห้ามนักกีฬาข้ามเพศเข้าร่วมการแข่งขันในทีมกีฬาหญิง และคดีที่ทรัมป์พยายามปลด นางลิซา คุก ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตัดสินว่า ประธานาธิบดีไม่มีอำนาจปลดบุคคลดังกล่าว

Back to top button