
กกต. ไม่รับรอง 18 รายชื่อ “สส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์-แคนดิเดตนายกฯ” ขาดคุณสมบัติเลือกตั้ง
เลขาธิการกกต. ไม่ประกาศรายชื่อผู้สมัคร สส.เขต 16 คน ปาร์ตี้ลิสต์ 1 คน และแคนดิเดตนายก 1 คน รวม 18 คน ชี้พรรคการเมืองส่งนโยบายมาแล้ว 6 พรรค
นายแสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา กล่าวถึงการส่งนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองให้กับกกต. ว่า วันสุดท้ายคือวันที่ 19 ม.ค.69 หรือ ไม่น้อยกว่า 20 วันก่อนถึงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 ซึ่งขณะนี้มีพรรคการเมืองส่งมาแล้ว จำนวน 6 พรรค
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่า การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายฯ เป็นการใช้อำนาจหน้าที่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ โดย นายแสวง กล่าวว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 57 ให้อำนาจไว้ ซึ่งเปรียบเหมือนเป็นการเฝ้าระวัง นโยบายบางนโยบายอาจทำให้เกิดความเสียหายกับประเทศได้ แต่ก็เป็นสิทธิของพรรคการเมืองในการคิดนโยบายเพื่อพัฒนาประเทศ ซึ่งกฎหมายบังคับไว้อย่างหลวมๆ ว่า การเสนอนโยบายต้องมีองค์ประกอบครบ 3 ประการ ได้แก่ วงเงินที่ต้องใช้และแหล่งที่มาของเงิน ความคุ้มค่าและประโยชน์ของนโยบาย ผลกระทบหรือความเสี่ยงของนโยบาย ซึ่งคณะกรรมการฯชุดนี้ มีอำนาจตามกฎหมาย แต่จะไปสั่งพรรคการเมืองให้หยุดหรือห้ามทำนโยบายนี้ไม่ได้ เป็นการให้ข้อสังเกตเพื่อเป็นข้อมูลกับประชาชน
“ส่วนประชาชนจะเลือกหรือไม่เลือก หรือ จะชอบหรือไม่ชอบนโยบายเป็นสิทธิของประชาชน กกต.ไม่ได้ไปเบรกนโยบายว่า มันทำไม่ได้นะ ไม่เช่นนั้นจะเหมือนกับว่าเราไม่เป็นกลาง ไปเข้าข้างพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง เพียงแต่ว่าสิ่งที่พรรคการเมืองเสนอมาครบถ้วนตามกฎหมายหรือไม่ ที่มาของเงิน เราอาจจะบอกว่า แค่นี้ไม่พอนะ ต้องมีข้อมูลมากกว่านี้ ไม่ใช่เขียนลอยๆว่า เงินงบประมาณ คุณเอาเงินมาจากไหน คุณมีความสามารถหาเงินมาก่อนได้ไหม คุณถึงจะทำโครงการแบบนี้” นายแสวง กล่าว
สำหรับการไม่ประกาศรับรองรายชื่อผู้สมัครสส.ระบบเขต และ ผู้สมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อ หรือ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ นายแสวง ระบุว่า กกต.ไม่ประกาศรายชื่อผู้สมัคร สส.เขต 16 คน ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน และรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี หรือ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 1 คน รวม 18 คน
นายแสวง กล่าวเพิ่มเติมว่า ยังไม่ทราบในรายละเอียดว่า การไม่ประกาศรายชื่อผู้สมัคร สส.ทั้งสองระบบและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเป็นเพราะขาดคุณสมบัติข้อใด เช่น ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองครบ 30 วันนับจากวันเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามผู้สมัคร สส. ฯที่กกต.ไม่ประกาศรายชื่อ สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ ขณะเดียวกัน ผู้สมัครสส.ฯ ที่กกต.ประกาศรายชื่อไปแล้ว หากใครเห็นว่า ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามก็สามารถมาร้องกกต.ได้เช่นเดียวกัน
