
ดราม่า..มาร์เก็ตเมกเกอร์
สัปดาห์ที่ผ่านมาก็เป็นอีกครั้งที่เกิดปรากฏการณ์แมงเม่าเม้าท์กันสนั่นหวั่นไหว อันเป็นผลมาจาก ตลท. ประกาศเรื่องมาร์เก็ตเมกเกอร์เพื่อเข้ามาช่วยพยุงตลาดหุ้น
สัปดาห์ที่ผ่านมาก็เป็นอีกครั้งที่เกิดปรากฏการณ์แมงเม่าเม้าท์กันสนั่นหวั่นไหว อันเป็นผลมาจาก ตลท. ประกาศเรื่องมาร์เก็ตเมกเกอร์เพื่อเข้ามาช่วยพยุงตลาดหุ้น ซึ่งมีทั้งเสียงที่ชื่นชมจากฝ่าย “เห็นด้วย” และเสียงจากฝั่งนักลงทุนรายใหญ่ที่ “ร้องเอ๊ะ” เพราะสิ่งที่กำลังจะทำมันมีเส้นบาง ๆ ที่ใกล้เคียงกับคำว่า “ปั่นหุ้น” อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งก่อให้เกิดการถกเถียงกันอย่างเมามันเลยพะยะค่ะ
เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้เปิดปฏิบัติการนารีพิฆาตบรรดาแก๊งปั่นหุ้นจนเกือบเกลี้ยงตลาดฯ แต่ไม่มีคำอธิบายให้สังคมรับรู้ว่า แก๊งดังกล่าวมีการทำราคากันอย่างไร? จนเกิดเสียงนินทาลับหลังในทำนองว่า เลือกปฏิบัติ? และทันทีที่ ตลท. ประกาศจะส่งเสริมการพยุงตลาดหุ้นผ่านการทำมาร์เก็ตเมกเกอร์ ก็ทำให้นักลงทุนบางกลุ่มร้องอุทานกันเป็นแถวว่า “ทำหุ้น” เหมือนกันนิหว่า!
ตรงนี้แหละที่ทำให้ “โมนิก้า” อยากให้หน่วยงานทั้ง 2 แห่งทำความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้องในตลาดหุ้นทั้งหมด เพื่อฉายภาพให้เห็นความแตกต่างระหว่าง “ปั่นหุ้น” กับ “มาร์เก็ตเมกเกอร์” มันมีวิธีทำที่ไม่เหมือนกัน เพราะประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมานานว่า แบบไหนทำได้? และแบบไหนทำไม่ได้ ซึ่งจะเป็นการจัดระเบียบการลงทุนให้มีประสิทธิภาพตามเจตจำนงไงล่ะคะ
ประเด็นตรงนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับรายละเอียดในการปฏิบัติ และคนที่รับผิดชอบอย่าง ตลท. กับ ก.ล.ต. ควรมีการเปิดเผยให้ทุกฝ่ายที่สนใจเป็นมาร์เก็ตเมกเกอร์ให้เข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง หลังพรายกระซิบเม้าท์ให้ฟังว่า ทั้งนักลงทุนรายย่อย-รายใหญ่ โบรกเกอร์ใหญ่-เล็ก หรือแม้กระทั่ง บลจ. ก็ต้องการมีส่วนร่วมกับแนวทางดังกล่าวกันทั้งนั้น! และเรื่องนี้เองที่ทำให้อีฉันเชื่อว่า ตลาดหุ้นไทยน่าจะฟื้นตัวได้เจ้าค่ะ
ถึงกระนั้นก็มีเสียงเล็ดลอดออกมาจากซอกตึกตลาดฯ ว่า แนวคิดมาร์เก็ตเมกเกอร์มาจากบรรดาโบรกเกอร์สุมหัวเพื่อช่วยกันหาทางรอดในภาวะตลาดหุ้นซบเซา ผนวกกับแรงซื้อกระจุกตัวอยู่ในหุ้นขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย..ถ้าจุดพลุให้หุ้นที่มีอยู่กว่า 800 ตัวกลับมามีความคึกคักผ่านมาร์เก็ตเมกเกอร์ น่าจะทำให้นักลงทุนกลับมาลงทุนแบบเต็มตัวนะจะบอกให้
ด้วยเหตุนี้ถึงให้คนที่มีแนวคิดอยากเป็นมาร์เก็ตเมกเกอร์เริ่มส่งเสียงดังมากขึ้น เพราะอยากรู้กฎระเบียบในการทำหน้าที่ดังกล่าว พร้อมกับยกตัวอย่างในต่างประเทศมีบริษัทที่ทำหน้าที่ในส่วนนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งหลายคนก็เชื่อว่า ประเทศไทยจะเปิดเสรีเหมือนกัน เพราะการจำกัดให้เฉพาะโบรกเกอร์ กับ บลจ. เหมือนเป็นการปิดกั้นโอกาสการลงทุนของคนที่อยากมีส่วนร่วมในตรงนี้นะจะบอกให้
ที่น่าสนใจคือ วันนี้หลายคนพูดเหมือนกันว่า พร้อมจะจัดตั้งบริษัทเพื่อทำเรื่องนี้โดยเฉพาะ และพูดไปถึงเกณฑ์ลงทุนในหุ้นขนาดกลาง และขนาดเล็กจะวัดจาก ESG PE PBV หรืออื่น ๆ ก็ช่วยบอกกันมาเลย เพราะจะได้เตรียมตัวกันเนิ่น ๆ และหากมีประเด็นที่ทำให้สงสัยจะได้เคลียร์ตั้งแต่หัววัน “โมนิก้า” เลยหวังในใจว่า พอเริ่มคิ๊กออฟกันจริง ๆ จะไม่มีประเด็นที่ทำให้เกิดดราม่านะออเจ้า
ส่วนการที่ดัชนีขึ้นมายืนเหนือ 1,250 จุดอีกครั้ง พร้อมกับปิดที่ระดับ 1,275.60 จุด บวกไป 14.21 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.57 หมื่นล้านบาท ก็มีประเด็นให้ผู้คนสงสัยว่า เหตุไฉนกองทุนยังขายหุ้นไม่เลิกสักที! หรือเป็นเพราะมีผู้ถือหน่วยลงทุนยังเดินหน้าขายเรื่อย ๆ จึงทำให้กองทุนต้องขายหุ้นเพื่อเตรียมเงินสดไว้สำหรับการไถ่ถอน จนทำให้กองทุนขายหนักคนเดียว และมียอดขายรวมพุ่งขึ้นไปที่ 9.70 พันล้านบาท..ใครรู้ช่วยตอบหน่อยเถอะ!
โมนิก้าและทีมงาน