จาก ‘ติ๋ม’ ถึง ‘แอน’ ละครสั้นทีวีดิจิทัล.!

ถึงตอนอวสานทีวีดิจิทัล ช่อง 18 (JKN18) อย่างสมบูรณ์แล้วในวันที่ 26 มกราคม 2569 นี้ ซึ่งจะปิดช่อง JKN18 อย่างชัดเจน ส่วนจะถาวรหรือเปล่า..?? ไม่รู้ ๆๆ


ถึงตอนอวสานทีวีดิจิทัล ช่อง 18 (JKN18) อย่างสมบูรณ์แล้วในวันที่ 26 มกราคม 2569 นี้ ซึ่งจะปิดช่อง JKN18 อย่างชัดเจน ส่วนจะถาวรหรือเปล่า..?? ไม่รู้ ๆๆ

โดยคนที่เขียนบทอวสานก็ไม่ใช่ใครที่ไหน…เป็น “เจ๊แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” นั่นแหละ ด้วยพฤติกรรมฉาวต่าง ๆ ที่ทำมาในอดีต (คงไม่ต้องให้แจกแจงวีรกรรมฉาวนะ น่าจะรู้ดีกันอยู่แล้ว) ทำให้บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN กลายเป็นบริษัทที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว แถมจะเข้าฟื้นฟูกิจการก็ไม่สำเร็จ ยังถูกไล่ตะเพิดออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว (27 ธ.ค. 2568) และตามด้วยการปิดช่อง JKN18 

แต่แหม๊…เห็นบทอวสานของช่อง JKN18 แล้ว ทำให้ย้อนนึกถึงบทอวสานอีก 2 ช่องทีวีดิจิทัลที่เขียนบทโดย “พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย” หรือที่รู้จักในชื่อ “เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล” ซึ่งเป็นผู้ชนะประมูลช่องทีวีดิจิทัล 2 ช่อง ได้แก่ ช่อง Loca และช่องไทยทีวี ในช่วงปลายปี 2556 ด้วยเงินประมูลรวม 1,976 ล้านบาท

แต่เป็นบริบทที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง..!!

อย่าง “เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล” พอรู้ตัวว่าไปไม่รอด ก็เลือกที่จะถอยก่อน เพื่อหยุดเลือดไหล โดยต้นตอของปัญหาในตอนนั้นเกิดจากความล่าช้าของการแจกกล่องทีวีดิจิทัลให้กับประชาชน ทำให้การเข้าถึงทีวีดิจิทัลได้น้อย ไม่เป็นไปตามที่ กสทช.เคยสัญญิงสัญญาไว้กับบรรดาผู้ประกอบการ

ในขณะที่ทีวีดิจิทัลทั้ง 2 ช่องของ “เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล” ออกอากาศไปเพียงแค่ปีเศษ แต่มีตัวเลขขาดทุนทะลุ 350 ล้านบาท ทำให้พอครบกำหนดต้องจ่ายเงินค่าประมูลงวดที่ 2 ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2558 จึงไม่จ่าย กสทช.รวมเป็นเงิน 2 ช่อง 228.47 ล้านบาท พร้อมประกาศคืนช่องทีวีดิจิทัลทั้ง 2 ช่อง

ไม่แค่นั้น “เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล” ยังฟ้องร้อง กสทช.ใน 3 ส่วน ได้แก่ 1) ขอเงินค่าประมูลคืน 2) ขอหนังสือค้ำประกันคืน 3) เรียกร้องค่าเสียหาย โดยมูลค่ารวมในข้อที่ 1 และ 3 อยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่วนหนังสือค้ำประกันในข้อ 2 อยู่ที่ประมาณ 1,700 ล้านบาท 

คดีนี้ปิดฉากด้วยชัยชนะของ “เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล” ซึ่งศาลมีคำสั่งให้ กสทช.คืนเงินค่าประมูลที่จ่ายไปเพียง 1 งวด วงเงินประมาณ 300 ล้านบาท โดยให้คืนจำนวน 151 ล้านบาท ส่วนค่าเสียหายไม่มีคำพิพากษาให้ชดใช้แต่อย่างใด 

ตอนนั้น “เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล” รู้ตัวก่อนก็รีบเขียนบทอวสานของตัวเอง ไม่ดันทุรังทำต่อ แล้วก็หันมาสู่ธุรกิจดั้งเดิมของตัวเอง แม้ต่อมาจะโดนดิสรัปชันก็เถอะ…

ซึ่งแตกต่างกับ “เจ๊แอน” ที่เขียนบทเพื่อสนองนีชตัวเอง อยากเป็นเจ้าของช่องทีวีดิจิทัล..!! 

ประจวบเหมาะกับในตอนนั้น “กลุ่มเหตระกูล” เจ้าของใบอนุญาตช่อง NEW18 กำลังหาทางหนีที่ไล่พอดิบพอดี หลังจากในช่วงปี 2562 เมินโอกาสที่ กสทช.มอบให้ จากการให้คืนใบอนุญาต ซึ่งมีผู้ขอคืน 7 ช่อง (ช่องสปริงนิวส์ หมายเลข 19, ช่องสปริงหมายเลข 26 (Now26), ไบรท์ทีวีช่อง หมายเลข 20, วอยซ์ทีวี หมายเลข 21, MCOT แฟมิลี่ หมายเลข 14, ช่อง 3 แฟมิลี่ หมายเลข 13และช่อง 3 SD หมายเลข 28)  

เลยเป็นที่มาของการขายบริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด หรือ DN หรือช่อง NEW18 ให้กับ JKN มูลค่า 1,060 ล้านบาท พร้อมได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าหนี้ DN รวมมูลค่า 2,381 ล้านบาท ซึ่งในเวลาต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น JKN18 

แต่ด้วยภาวะการแข่งขันที่ดุเดือดเลือดพล่านของทีวีดิจิทัล ทำให้ช่อง JKN18 แทนที่จะสร้างรายได้ให้กับ JKN กลับเป็นบ่วงฉุด…สุดท้ายเมื่อไปต่อไม่ไหว ก็ถึงฉากอวสานของช่อง JKN18 นั่นเอง…

ขณะที่อนาคตของทีวีดิจิทัลก็ยังแขวนอยู่บนเส้นด้าย หลังใบอนุญาตจะสิ้นสุดในอีก 3 ปี (เม.ย. 2572) แต่ยังไร้ทิศทางจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง กสทช.

สงสัยตอนนี้ กสทช.คงวุ่นวายอยู่กับการแก้ปัญหาของตัวเองละมั้ง…เลยไม่มีเวลาไปทำโรดแมปทีวีดิจิทัลว่าจะเอาไงต่ออ๊ะป่าว..??

กลับมาที่การปิดช่องทีวีดิจิทัลของทั้งสองเจ๊  ซึ่งมีความเหมือนในความต่าง…เป็นฉากอวสานละครสั้นทีวีดิจิทัลเหมือนกัน..!?

ส่วนที่ต่างกัน “เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล” เลือกที่จะจบเอง…เจ็บเอง ในขณะที่ “เจ๊แอน” เลือกสนองนีชตัวเอง…แล้วให้คนอื่นเจ็บแทน..!!

…อิ อิ อิ…

Back to top button