
“ดาวโจนส์” ปิดบวก 56 จุด หุ้นสหรัฐผันผวนหวั่นบิ๊กเทคงบ AI ไม่คุ้มค่า
ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกปรับขึ้นกว่าวันก่อนเล็กน้อยอยู่ที่ 55.96 จุด ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq ปิดลบ หลังนักลงทุนกังวลปมงบ AI ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (29 ม.ค.69) ภาพรวมของตลาดผันผวนตามแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังนักลงทุนประเมินงบไตรมาสล่าสุดของบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ และแสดงความกังวลต่อการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ว่าจะให้ผลตอบแทนตามคาดหวังหรือไม่
ดัชนีดาวโจนส์อุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น 55.96 จุด หรือ +0.11% ปิดที่ 49,071.56 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ลดลง 9.02 จุด หรือ -0.13% ปิดที่ 6,969.01 จุด และดัชนี Nasdaq Composite ร่วง 172.33 จุด หรือ -0.72% ปิดที่ 23,685.12 จุด
แรงกดดันของตลาดมาจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้น Microsoft (MSFT) ซึ่งปรับตัวลดลงมากกว่า 10% หลังผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของบริษัทเผยให้เห็นการเติบโตของรายได้จากธุรกิจคลาวด์ที่ชะลอตัวมากกว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ อีกทั้งยังมีความกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หุ้นซอฟต์แวร์อื่น ๆ ได้รับแรงกดดันเช่นกัน โดยหุ้นของ SAP ซึ่งจดทะเบียนในสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงมากกว่า 15% หลังบริษัทส่งสัญญาณระมัดระวังต่อแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจคลาวด์ ขณะที่หุ้น ServiceNow ปรับตัวลดลงเกือบ 10% หลังรายงานผลประกอบการที่ไม่สามารถบรรเทาความกังวลของนักลงทุนได้
นักวิเคราะห์ระบุว่า ความไม่แน่นอนในภาคเทคโนโลยีที่กดดันตลาดในวันนี้สะท้อนถึงความกังวลว่าการลงทุนจำนวนมากใน AI อาจยังไม่สร้างผลตอบแทนในระยะสั้น รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่กดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งเรื่องการเลือกตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ทิศทางอัตราดอกเบี้ย รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงลอยตัวอยู่ในตลาด
บรรยากาศการซื้อขายวันที่ผ่านมา แสดงให้เห็นการลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเสี่ยง และการโยกเงินไปสู่สินทรัพย์ที่ปลอดภัยมากขึ้น ขณะที่กลุ่มพลังงานและหุ้นป้องกันความเสี่ยงบางกลุ่มสามารถรองรับแรงขายของตลาดได้ในระดับหนึ่ง
