BGRIM บวก 2% กางแผนปี 69 ทุ่ม 1.5 หมื่นล. ลุยดาต้าเซ็นเตอร์-วินด์ฟาร์ม ดันกำลังผลิต 10 GW

BGRIM เด้ง 2% ทุ่ม 1.5 หมื่นล้าน ลุยดาต้าเซ็นเตอร์ 96 MW และ COD วินด์ฟาร์มเกาหลี 365 MW ปีนี้ ดันกำลังผลิตเพิ่ม 1,000 MW มุ่งเป้า 10 GW ปี 73 พร้อมขายไฟบิ๊กเทคระดับโลก


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 ม.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ณ เวลา 10:57 น. อยู่ที่ระดับ 12.90 บาท บวก 0.20 บาท หรือ 1.57% สูงสุดที่ระดับ 13 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 12.70 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 63.39 ล้านบาท

โดยวานนี้ BGRIM ประกาศเดินหน้าสู่แพลตฟอร์มพลังงานระดับโลกที่มุ่งสร้างการเติบโตควบคู่ความยั่งยืน พร้อมเปิดเผยวิสัยทัศน์และทิศทางธุรกิจปี 2569 ภายใต้กลยุทธ์ “GreenLeap – Global and Green” โดยเดินหน้าขยายการลงทุนร่วมกับพันธมิตรชั้นนำทั่วโลก เพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจและสังคมในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ กล่าวว่า ปัจจุบัน BGRIM มีกำลังการผลิตรวมไฟฟ้าราว 4.6 กิกะวัตต์ และมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนประมาณ 37% สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังตั้งเป้าปี 2573 มุ่งเป็นผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลกที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 50% และกำลังการผลิตรวม 10 กิกะวัตต์ จากโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนา พร้อมเดินหน้าสู่องค์กรที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net-Zero Carbon Emissions ภายในปี 2593

ด้านนายพีรเดช พัฒนจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน BGRIM กล่าวว่า ภายใต้กลยุทธ์ “GreenLeap – Global and Green” ส่งผลให้ปัจจุบันมี 1.7 กิกะวัตต์ที่เดินเครื่องแล้ว และมีโครงการในหลายตลาดที่สะท้อนความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม เร่งการเติบโตเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระดับภูมิภาคและระดับโลก

บี.กริม เพาเวอร์ เน้นย้ำความคืบหน้าในตลาดเอเชียแปซิฟิก โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งในประเทศเกาหลีใต้ Nakwol 1 ขนาด 365 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างในเขตชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ และคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในปีนี้ ในพื้นที่ยุทธศาสตร์พลังงานลมของประเทศเกาหลีใต้ อีกหนึ่งก้าวสำคัญของการลงทุนในสหรัฐอเมริกา คือการเข้าลงทุนในสัดส่วน 25% ในพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าพลังน้ำ กำลังการผลิตรวม 406 เมกะวัตต์ เพื่อสร้างฐานรายได้ระยะยาวที่มั่นคง และกระจายความเสี่ยงเชิงภูมิศาสตร์ พร้อมเปิดโอกาสต่อยอดเพิ่มขีดความสามารถของสินทรัพย์ตามความเหมาะสมของตลาดพลังงาน

นางสาวศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารงานการเงินและบัญชี BGRIM  เปิดเผยว่า บริษัทใช้งบลงทุนปีนี้ประมาณ 10,000-15,000 ล้านบาท โดยในปีนี้จะมีกำลังการผลิตใหม่ที่จะเพิ่มเข้ามาใน portfolio อีกประมาณ 1,000 เมกะวัตต์ ได้แก่โครงการ Nakwol 1 ขนาด 365 เมกะวัตต์ โครงการในประเทศไทยประมาณ 100 เมกะวัตต์ โครงการพลังงานน้ำ 420 เมกะวัตต์ในสหรัฐฯ เป็นต้น

สำหรับโครงการ Data center ขนาด 96 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุนทั้งโครงการประมาณ 26,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีลูกค้าแล้ว จำนวน 1 ราย มีความต้องการใช้ไฟฟ้า 96 เมกะวัตต์ สำหรับความคืบหน้าคาดว่าปิด 1 ขนาด 48 เมกะวัตต์จะเสร็จไตรมาส 4 ปีนี้

ด้านงบลงทุนช่วงปี 2569-2573 รวมทั้งสิ้นกว่า 70,000 ล้านบาท ในขณะที่แผนการลงทุนเฉพาะส่วนทุนของ บี.กริม เพาเวอร์ จำนวน 40,000-50,000 ล้านบาท จะเป็นพลังงานหมุนเวียนถึง 93% ทั้งนี้ แหล่งที่มาของเงินลงทุนของ บี.กริม เพาเวอร์ จะมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การออกหุ้นกู้ เงินกู้จากสถาบันการเงิน รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ การขายสินทรัพย์ที่มีศักยภาพ การจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) และแหล่งเงินทุนอื่น ๆ ตามความเหมาะสม

นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม BGRIM สรุปความคืบหน้าปี 2568 ด้วยความสำเร็จในการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) รวมกว่า 542 เมกะวัตต์ ให้แก่ลูกค้าทั้งภายในและภายนอกนิคมอุตสาหกรรม โดยเป็นโครงการพลังงานหมุนเวียนถึง 75% ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาพลังงานยั่งยืนของไทย

และในปีนี้ บี.กริม มุ่งมั่นยกระดับสู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยต่อยอดจากธุรกิจพลังงานเดิมเพื่อรองรับการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ล่าสุดได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าขนาด 100 เมกะวัตต์ร่วมกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก ตอกย้ำการส่งมอบโซลูชันพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพและน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ บริษัทยังรุกขยายตัวด้วยโซลูชันที่มากกว่าไฟฟ้าผ่านโมเดล Digital Infrastructure-as-a-service (DIaaS) อาทิ การพัฒนาโครงการไฮเปอร์สเกลดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 96 เมกะวัตต์ อันเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล ตลอดจนการพัฒนาแพลตฟอร์มพลังงานและบริการดิจิทัลอุตสาหกรรม โดยร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (Third Party Access: TPA) ในอนาคต

นายนพเดช กล่าวว่า การพัฒนาโครงการไฮเปอร์สเกลดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 96 เมกะวัตต์ เฟสแรก ขนาด 48 เมกะวัตต์ โดยโครงการนี้มีลูกค้าครบแล้ว 96 เมกะวัตต์ เป็นสัญญาระยะยาว 10-20ปี ช่วยสร้างความมั่นคงธุรกิจ

สำหรับโครงการโซลาร์ชุมชน กำลังการผลิตรวม 1,500 เมกะวัตต์ ที่คาดว่าภาครัฐจะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมโครงการ บริษัทฯ เตรียมความพร้อมไว้แล้ว 300 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ บริษัทมีความพร้อมเข้าร่วมประมูลโครงการโซลาร์ลอยน้ำของ กฟผ.

นอกจากนี้ ยังมีความพร้อมเข้าร่วมโครงการ Direct PPA (Direct Power Purchase Agreement) หรือ สัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง ที่รัฐจะเปิด 2,000 เมกะวัตต์ บริษัทฯ เตรียมไว้ 600-700 เมกะวัตต์

Back to top button