BJC พันธการหุ้นกู้.!?

ด้วยภาวะการจับจ่ายใช้สอยที่ฝืดเคือง ทำให้หุ้นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มค้าปลีกนิ่งเงียบ เกิดความกังวลว่ากำลังซื้อที่ซบเซา


ด้วยภาวะการจับจ่ายใช้สอยที่ฝืดเคือง ทำให้หุ้นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มค้าปลีกนิ่งเงียบ เกิดความกังวลว่ากำลังซื้อที่ซบเซา จะทำให้ยอดขายหดหาย นำไปสู่ราคาหุ้นที่ไม่ไหวติง ทรง ๆ ทรุด ๆ ไม่ไปไหน โดยในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มพาณิชย์ (COMM) ราคาปรับลดลงแล้วเกือบ 30% ส่วนในรอบ 3 เดือน ราคาปรับลดลง 10% และในรอบ 1 เดือน ราคาปรับเพิ่มขึ้น 1%

มิหนำซ้ำหนึ่งในหุ้นค้าปลีกอย่างบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ของ “เสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี” ยังมีกระแสข่าวลือจะผ่าโครงสร้างการเงินครั้งใหญ่ด้วยนะ จะมีการขายแอสเซทบางส่วน ลือกันว่าเป็นที่ดินผืนใหญ่ที่ “เสี่ยเจริญ” หวงนักหวงหนา…ซึ่งจริงเท็จประการใด มิอาจทราบได้

เบื้องต้นลองไปส่องสถานะการเงินของ BJC กันหน่อยดีกว่า…แต่งบปี 2568 ยังไม่ออกนะ งั้นดูจากงบในช่วง 9 เดือนของปี 2568 แทนละกัน…

โดยงบงวด 9 เดือนของปี 2568 ยังเห็นกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,718 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 2,357 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 114,085 ล้านบาท ลดลง 2.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 116,906 ล้านบาท 

ซูมเข้าไปอีกหน่อย จะเห็นว่าในช่วง 9 เดือนของปี 2568 มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 3,329.22 ล้านบาท

โอ้ว..พระเจ้าช่วยกล้วยทอด แต่ BJC มีหนี้ก้อนใหญ่รออยู่ 28,070.65 ล้านบาท (เป็นส่วนของหนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี)

ในจำนวนหนี้ก้อนใหญ่นี้ แบ่งเป็นหนี้สถาบันการเงิน 8,072.72 ล้านบาท และหนี้หุ้นกู้สูงถึง 19,997.93 ล้านบาท

ที่น่าตกใจ หนี้หุ้นกู้ก้อนนี้จะครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 7 กันยายน 2569 แล้วนะสิ..!!

ในขณะที่  BJC มีหุ้นกู้ระยะยาว ที่จะทยอยครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2569-2570 รวมทั้งสิ้น 89,000 ล้านบาท..!!

ดูเหมือน BJC จะถูกหนี้หุ้นกู้พันธนาการไว้นะเนี่ย..!?

แล้วถ้าไปดูอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญอื่น ๆ ก็น่าสนใจ เริ่มที่อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) ในช่วง 9 เดือนปี 2568 อยู่ที่ 1.64 เท่า ลดลงเล็กน้อยจากช่วง 9 เดือนปี 2567 ที่ 1.67 เท่า ซึ่งถือว่าดีขึ้นเล็กน้อย ส่วนอัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ยช่วง 9 เดือนปี 2568 อยู่ที่ 2.07 เท่า แย่ลงเล็กน้อยจากช่วง 9 เดือนปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 2.12 เท่า 

อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current ratio) อยู่ที่ 0.55 เท่า แย่ลงเล็กน้อยจากช่วง 9 เดือนปี 2567 ที่ 0.64 เท่า ด้านอัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว (Quick ratio) 9 เดือนปี 2568 อยู่ที่ 0.28 เท่า แย่ลงเล็กน้อยจากช่วง 9 เดือนปี 2567 ที่ 0.33 เท่า 

ขณะที่ในรอบ 9 เดือนปี 2568 มีวงจรเงินสด (cash cycle) อยู่ที่ 12.68 วัน ดีขึ้นจากช่วง 9 เดือนปี 2567 ที่ 16.96 วัน แต่แย่ลงเมื่อเทียบกับทั้งปี 2567 ที่ 12.20 วัน 

ด้านเงินสดจากการดำเนินงานลดลงเล็กน้อยมาเป็น 14,502 ล้านบาท เมื่อเทียบกับรอบ 9 เดือนแรกของปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 14,938 ล้านบาท บ่งชี้ถึงความอ่อนตัวลงเล็กน้อยของเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัท และมีงบใช้จ่ายลงทุนมากขึ้นที่ 5,804 ล้านบาท เทียบกับช่วง 9 เดือนแรกของปีก่อนที่ใช้จ่ายลงทุนเพียง 4,231 ล้านบาท 

ส่วนเงินสดสุทธิลดลงมาอยู่ที่ 1,547 ล้านบาท เทียบกับปีที่แล้วที่ลดลง 981 ล้านบาท บ่งชี้ถึงสภาพเงินสดของบริษัทที่อ่อนลงขึ้น เนื่องจากปี 2568 บริษัทมีเงินสดจากการดำเนินงานลดลงจากปีที่ผ่านมาเล็กน้อย และบริษัทมีการใช้คืนหนี้ หรือจ่ายปันผลลดลงเมื่อเทียบกับช่วง 9 เดือนแรกของปีที่ผ่านมา แต่มีการใช้จ่ายงบลงทุนเพิ่มสูงขึ้นกว่าช่วง 9 เดือนแรกปีที่ผ่านมา

โอเค…แม้สถานะทางการเงินของ BJC อาจไม่ถึงขั้นย่ำแย่ แต่จะบอกว่าแข็งแกร่งก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละ… 

แล้วอย่าลืมว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ BJC ต้องเตรียมเงินก้อนโตราว 22,500 ล้านบาท เพื่อซื้อกิจการ ทีซีซี แลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล (สิงคโปร์) พีทีอี แอลทีดี (TCCLI) ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท MM Mega Market (Vietnam) Co., Ltd. (MMVN) ดำเนินกิจการร้านค้าประมาณ 30 แห่งในประเทศเวียดนาม ประกอบด้วยศูนย์จำหน่ายสินค้าแบบ Cash & Carry จำนวน 19 แห่ง คลังสินค้ากระจายสินค้า 8 แห่ง และร้านค้าในรูปแบบซูเปอร์มาร์เก็ต ฟู้ดเซอร์วิส และไฮเปอร์มาร์เก็ต อย่างละ 1 แห่ง

ว่ากันว่าการทำธุรกรรมนี้จะใช้แหล่งเงินทุนจากการกู้ยืมทั้งหมด โดยคาดว่าต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยอยู่ที่ราว 2.6% ในระยะกลาง และประมาณ 2.25% ในช่วง 14 เดือนแรก 

แหม๊…นี่ถ้า BJC สามารถหย่านมส่งบริษัท บิ๊กซี รีเทล คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ BRC เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ตามแผนตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว…อะไร ๆ ก็คงราบรื่นกว่านี้…ว่ามั้ย..??

แต่ด้วย  BJC มีเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลาย ก็หวังว่าจะก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้

เอาใจช่วยนะเจ้าคะ…

…อิ อิ อิ…

Back to top button