RPC ร่วง 8% รับผลข้อพิพาท “ปตท.” เตรียมจ่ายคืน 600 ลบ.

RPC รุด 8% จ่อจ่าย 600 ลบ. รับผลข้อพิพาท “ปตท.” 10 ปี


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (24 มิ.ย.64) ราคาหุ้นบริษัท อาร์พีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ RPC ปิดภาคเช้า อยู่ที่ระดับ 0.87 บาท ลดลง 0.08 บาท หรือ 8.42% โดยทำจุดสูงสุดที่ 0.89 บาท และทำจุดต่ำสุดที่ 0.83 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 22.92 ล้านบาท

ด้วยราคาหุ้น RPC ปรับตัวลง เหตุจากเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2564 ศาลแพ่งนัดคำพิพากษาของศาลฎีกาทั้งสองคดี ระหว่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT กับบริษัท อาร์พีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ RPC ที่มีข้อพิพาทมาอย่างยาวนานราว 10 ปี โดยมีข้อพิพาทอนุญาโตตุลาการระหว่างกันสรุปได้ดังนี้

  1. ข้อพิพาทของสถาบันอนุญาโตตุลาการ หมายเลขดำที่ 114/2552 หมายเลขแดงที่ 23/2559 RPCG เรียกร้องให้ ปตท. จ่ายค่าเสียหายจากการบอกเลิกสัญญาโดยไม่มีสิทธิซึ่งคณะอนุญาโตตุลาการเสียง ข้างมากมีคำชี้ขาดให้ ปตท. จ่ายค่าเสียหายในอัตรา 390,000,000 บาท ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 จนถึงวันที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาด (25 มีนาคม 2559) คิดเป็นเงินประมาณ 1,600 ล้านบาท พร้อมทั้ง ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของยอดเงินค่าเสียหายที่ได้จากการคำนวณข้างต้น

ทั้งนี้นับตั้งแต่วันที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดจนถึงวันที่ ปตท. ชำระเงินครบถ้วนและต่อมา ปตท. ยื่นคำร้องต่อขอให้เพิกถอน คำชี้ขาดต่อศาลแพ่ง และ RPCยื่นคำร้องขอให้บังคับตามคำชี้ขาดต่อศาลแพ่ง และเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2562ศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้บังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ปตท. จึงใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ คำพิพากษาของศาลแพ่งต่อศาลฎีกา

2.ข้อพิพาทของสถาบันอนุญาโตตุลาการ หมายเลขดำที่ 78/2555 หมายเลขแดงที่ 37/2560 ปตท. เรียกร้องค่าผลิตภัณฑ์ วัตถุดิบคอนเดนเสทเรสซิดิว (CR) ค้างชำระจาก RPC ซึ่งคณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดโดยมติเอกฉันท์ให้ RPC จ่ายเงินจำนวน 1,555,275,403.59 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 9.375 ต่อปี คิดจากต้นเงินจำนวน 1,518,108,737.16 บาท นับถัดจากวันยื่นคำเสนอข้อพิพาท (18 พฤษภาคม 2555) จนกว่าจะชำระเสร็จและต่อมา ปตท. ยื่นคำร้องขอบังคับตามคำชี้ขาดต่อศาลแพ่ง และ RPCยื่นคำร้องขอเพิกถอนคำชี้ขาดต่อศาลแพ่ง และเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2562 ศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ปตท. จึงใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลแพ่งต่อศาลฎีกา

กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2564 ศาลแพ่งนัดฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาทั้งสองคดีดังกล่าวข้างต้น สรุปได้ดังนี้

  1. ข้อพิพาทของสถาบันอนุญาโตตุลาการ หมายเลขดำที่ 114/2552 หมายเลขแดงที่ 23/2559 ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลแพ่งให้บังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการคดีถึงที่สุดเป็นผลให้ ปตท. ต้องจ่ายเงินแก่ RPC เป็นจำนวนประมาณ 2,200 ล้านบาท ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา

2.ข้อพิพาทของสถาบันอนุญาโตตุลาการ หมายเลขดำที่ 78/2555 หมายเลขแดงที่ 37/2560 ศาลฎีกามีคำพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลแพ่งให้บังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ คดีถึงที่สุด เป็นผลให้ RPC ต้องจ่ายเงินแก่ ปตท. เป็นจำนวนประมาณ 2,800 ล้านบาท ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ ศาลมีคำพิพากษา

อนึ่งจากศาลฎีกามีคำพิพากให้ RPC ต้องชำระเงินแก่ ปตท. เป็นเงินจำนวนประมาณ 2,800 ล้านบาท ขณะที่ ปตท. ต้องชำระเงินแก่ RPC เป็นเงินจำนวนประมาณ 2,200 ล้านบาท ตามในข้อพิพาทของสถาบันอนุญาโตตุลาการ หมายเลขดำที่ 114/2552 หมายเลขแดงที่ 23/2559 ดังกล่าวข้างต้นต่อไปเท่ากับว่าหลังจบข้อพิพาทเมื่อใช้สิทธิหักลบลบหนี้กับหนี้แล้วทาง RPC ต้องชำระแก่ ปตท. เป็นจำนวน 600 ล้านบาท

Back to top button