PLANET แย้มผลงานครึ่งปีหลังสดใส-ทั้งปีรายได้โต 25% เล็งนำเงินเพิ่มทุนรุกธุรกิจ 5G

PLANET แย้มผลงานครึ่งปีหลังสดใส-ทั้งปีรายได้โต 25% เล็งนำเงินเพิ่มทุนรุกธุรกิจ 5G-Cyber Security


นายประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ ประธานกรรมการบริหาร และ กรรมการผู้อำนวยการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANET เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการช่วงครึ่งปีหลังปี 64 ประเมินในเบื้องต้นคาดว่าจะดีกว่าช่วงครึ่งปีแรกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ประกอบกับ การที่บริษัทก้าวเข้ามาเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลแบบครบวงจร (Digital Technology Provider) อย่างเต็มตัวตั้งแต่ต้นปีและมีการขยายกิจการและการลงทุนใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องนั้น ผลตอบรับที่ดีทางธุรกิจจะเริ่มเห็นความชัดเจนตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ ยังคงเป้าหมายรายได้ปีนี้เติบโต 25%

สำหรับความคืบหน้าการใช้เงินเพิ่มทุน หลังจากที่บริษัทได้มีการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน 124,999,997 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เสนอขายผู้ถือหุ้นเดิม (RO) ในอัตราส่วน 2 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นเพิ่มทุน ราคาหุ้นละ 1.50 บาท ในระหว่างวันที่ 13-14 และ 17-19 พ.ค.64 ซึ่งมีผู้ถือหุ้นมาใช้สิทธิ 124,999,997 หุ้น คิดเป็นจำนวนเงิน 187,499,995.50 บาท

บริษัทได้ดำเนินการจดทะเบียนเพิ่มทุนในบริษัทย่อย คือ บริษัท แพลนเน็ตคลาวน์ จำกัด จำนวน 50 ล้านบาท สำหรับสนับสนุนการขยายธุรกิจ 5G ดิจิทัลเทคโนโลยี และ Cyber Security โดยได้จดทะเบียนเพิ่มทุนเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ชื่อ บริษัท แพลนเน็ตยูทิลิตี้ จำกัด จำนวน 5 ล้านบาท สำหรับลงทุนในธุรกิจการจัดการและบริหารระบบสาธารณูปโภค โดยได้จดทะเบียนเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา

“เงินที่ได้จากการเพิ่มทุนจำนวนทั้งสิ้น 187,499,995.50 บาท ตามแผนบริษัทจะใช้สำหรับสนับสนุนการขยายธุรกิจ 5G ดิจิทัลเทคโนโลยี และ Cyber Security ทั้งสิ้น 150 ล้านบาท ใช้สำหรับลงทุนในธุรกิจการจัดการและบริหารระบบสาธารณูปโภคไฟฟ้าและประปา จำนวน 30 ล้านบาท และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน 7.49 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้ใช้ไปแล้วรวมทั้งสิ้น 55 ล้านบาท คงเหลือ 132.49 ล้านบาท ซึ่งส่วนนี้บริษัทเรายังมีแผนจะขยายการลงทุนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นทุกราย ตามเป้าหมายสร้างได้ในระยะยาวอย่างยั่งยืน”นายประพัฒน์ กล่าว

Back to top button