TIDLOR บวกต่อ 5% รับงบ Q1 กำไรแตะ 1.61 พันลบ. ดีกว่าคาด! ตั้งสำรองลด-NPL เหลือ 1.47%

TIDLOR บวกต่อ 5.45% รับงบไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 1.61 พันล้านบาท โต 34.70% ทำสถิติสูงสุดใหม่รายไตรมาส หลังตั้งสำรองลดลง คุมต้นทุนดีขึ้น และ NPL ลดเหลือ 1.47%


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (7 พ.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ณ เวลา 10:13 น. อยู่ที่ระดับ 17.40 บาท บวก 0.90 บาท หรือ 5.45% สูงสุดที่ระดับ 17.60 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 17.30 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 471.44 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 1,613.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.70% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 1,197.82  โดยทำสถิติสูงสุดใหม่รายไตรมาส สะท้อนการเติบโตของรายได้จากทั้งธุรกิจสินเชื่อและธุรกิจนายหน้าประกัน รวมถึงการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 6,069.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนโดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยรับตามการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการจากธุรกิจนายหน้าประกัน ขณะที่จำนวนลูกค้าในทั้งสองธุรกิจยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ด้านค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 4,041.9 ล้านบาท ลดลง 2.2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน จากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั้งผลขาดทุนด้านเครดิต ต้นทุนทางการเงิน และค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหาร ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost-to-Income Ratio) อยู่ที่54.4% ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า

สำหรับพอร์ตสินเชื่อคงค้างรวมอยู่ที่ 109,926.1 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 5.0% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน ขณะที่จำนวนลูกค้าสินเชื่อเพิ่มขึ้น 8.2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน สะท้อนการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องผ่านเครือข่ายสาขา 1,892 แห่ง และช่องทางดิจิทัล อาทิ บัตรติดล้อ แอปพลิเคชันเงินติดล้อ และบริการ E-Withdrawal ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแบบ Self-service

ด้านคุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น โดยอัตราสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวม (NPL Ratio) อยู่ที่ร้อยละ 1.47 ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ร้อยละ 1.54 ขณะที่อัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อ (Credit Cost) อยู่ที่ร้อยละ 1.7 ลดลงจากร้อยละ 3.0 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Coverage Ratio) อยู่ที่ร้อยละ 340.5

ขณะเดียวกัน ธุรกิจนายหน้าประกันยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยมีเบี้ยประกันวินาศภัยรวม 3,090.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.7 เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน จากความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ช่องทางการขายที่ครอบคลุม และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ยกระดับบริการผ่าน 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ ประกันติดโล่ อารีเกเตอร์ และเฮ้ กู๊ดดี้ ซึ่งช่วยขยายฐานลูกค้าและสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในทุกกลุ่มเป้าหมาย

Back to top button