MAGURO เด้ง 3% เก็งงบ Q2 กำไรโต 24% แตะ 40 ล้านบาท โบรกเชียร์ซื้อ ชูเป้า 28 บ.

MAGURO ราคาเด้ง 3% หลัง บล.ดาโอคาดกำไรปกติไตรมาส 2/69 แตะ 40 ล้านบาท โต 24% จากรายได้ขยายสาขา พร้อมครึ่งปีหลังเติบโตต่อเนื่อง คาดกำไรปี 69 โต 21% คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 28 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (7 ก.ค. 69) ราคาหุ้น บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO ณ เวลา 10:28 น. อยู่ที่ระดับ 18.90 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 2.72% สูงสุดที่ระดับ 19.10 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 18.40 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 19.89 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินกำไรปกติของบริษัท MAGURO ในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 16% จากไตรมาสก่อนหน้า

ทั้งนี้ กำไรที่เติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้รับแรงหนุนจากรายได้รวมที่ขยายตัว 32% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน จากการขยายสาขา โดยในไตรมาส 2/2569 บริษัทมีจำนวนสาขา 58 สาขา เพิ่มขึ้นจาก 40 สาขาในไตรมาส 2/2568 และ 54 สาขาในไตรมาส 1/2569 แม้ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ลดลง 8%

ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน จากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการรับรู้ค่าใช้จ่ายในการเตรียมเปิดสาขาบางส่วนที่จะเปิดให้บริการในไตรมาส 3/2569 ประมาณ 9 ล้านบาท จากแผนเปิดสาขาใหม่จำนวน 8 สาขา อย่างไรก็ตาม อัตราค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to sales) ปรับลดลงจากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ

สำหรับกำไรที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เป็นไปตามปัจจัยฤดูกาล โดยรายได้ขยายตัว 5% จากไตรมาสก่อน และ GPM ฟื้นตัวจากสัดส่วนรายได้ของแบรนด์ที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่มขึ้น รวมถึงการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้นจากการเตรียมเปิดสาขาในไตรมาส 3/2569 และการรับรู้ค่าใช้จ่ายระบบไอทีใหม่

บล.ดาโอ ประเมินว่ากำไรของ MAGURO จะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งหลังปี 2569  โดยกำไรในช่วงครึ่งปีแรกคิดเป็นสัดส่วน 39% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2569 ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนมาจากรายได้ที่เติบโตจากการขยายสาขา โดยคาดเปิดสาขาเพิ่มอีก 10 สาขาในช่วงครึ่งปีหลัง ฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มเมนูประเภท Everyday Dining และแนวโน้มกำลังซื้อที่ฟื้นตัว

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนเปิดร้าน Kaiten Sushi Ginza Onodera ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 และแบรนด์ Age.3 ในเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี รวมถึงคาดว่า GPM จะฟื้นตัวจากสัดส่วนรายได้ของแบรนด์ใหม่ที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่มขึ้น และต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงหลังสถานการณ์สงครามคลี่คลาย

ด้านประมาณการกำไรปกติปี 2569 บล.ดาโอ คงไว้ที่ 189 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้รวมที่คาดเติบโต 23% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และ SSSG ที่ 1% ขณะที่ GPM คาดลดลงเล็กน้อยจากต้นทุนวัตถุดิบที่อยู่ในระดับสูง และ SG&A ต่อรายได้ทรงตัวจากการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับคำแนะนำการลงทุน บล.ดาโอ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น MAGURO โดยให้ราคาเป้าหมาย 28.00 บาท อิง PER ปี 2569 ที่ 18.5 เท่า โดยมองว่าบริษัทมีจุดเด่นจากธุรกิจร้านอาหาร Full-Service ในไทยที่ยังมีแนวโน้มเติบโต กลุ่มลูกค้า Premium Mass ที่มีกำลังซื้อสูงและความอ่อนไหวต่อราคาต่ำ รวมถึงโอกาสเติบโตจากการขยายสาขาแบรนด์เดิมและแบรนด์ใหม่

ทั้งนี้ MAGURO ปัจจุบันซื้อขายที่ PER 12.5 เท่า เมื่อเทียบกับแนวโน้มการเติบโตของกำไรในปี 2569-2570 ที่คาดทำระดับสูงสุดใหม่ (All Time High)

Back to top button