“กลุ่มอิเล็ก” รีบาวด์! HANA นำทีมเด้ง 5% รับแรงหนุนหุ้นชิปโลกพุ่ง ลุ้นกำไรครึ่งปีหลังฟื้น

หุ้นอิเล็กฯ กลับมาคึกคัก HANA นำกลุ่มพุ่งกว่า 5% รับแรงหนุนหุ้นชิปโลกฟื้น นักลงทุนเก็งกำไรแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังฟื้นตัว หลังวัฏจักรอุตสาหกรรมส่งสัญญาณดีขึ้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (31 ก.ค.69) ราคาหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กลับมาเคลื่อนไหวในแดนบวกอย่างคึกคักหลังได้รับแรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกที่ปรับตัวขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาการฟื้นตัวของผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังปี 2569 นำโดย บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ณ เวลา 10:01 น. อยู่ที่ระดับ 276.00 บาท บวก 12.00 บาท หรือ 4.55% ราคาสูงสุด 278.00 บาท ราคาต่ำสุด 275.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1,234.08 ล้านบาท

บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA อยู่ที่ระดับ 35.25 บาท บวก 1.75 บาท หรือ 5.22% ราคาสูงสุด 35.25 บาท ราคาต่ำสุด 34.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 226.80 ล้านบาท

บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE อยู่ที่ระดับ 39.50 บาท บวก 1.76 บาท หรือ 4.64% ราคาสูงสุด 40.00 บาท ราคาต่ำสุด 39.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 175.47 ล้านบาท

บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CCET อยู่ที่ระดับ 8.30 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 3.75% ราคาสูงสุด 8.35 บาท ราคาต่ำสุด 8.25 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 96.74 ล้านบาท

บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT อยู่ที่ระดับ 4.66 บาท บวก 0.20 บาท หรือ 4.48% ราคาสูงสุด 4.72 บาท ราคาต่ำสุด 4.64 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 72.55 ล้านบาท

บริษัท ทีมพรีซิชั่น จำกัด (มหาชน)  หรือ TEAM อยู่ที่ระดับ 4.60 บาท บวก 0.14 บาท หรือ 3.14% ราคาสูงสุด 4.62 บาท ราคาต่ำสุด 4.58 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 2.31 ล้านบาท

 

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุไว้เมื่อวันที่ (30 ก.ค.69) ว่า DELTA รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จำนวน 6,075 ล้านบาท ลดลง 33% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผลประกอบการออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ เนื่องจากการขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญบางประเภท ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถผลิตและส่งมอบสินค้าได้ตามความต้องการของลูกค้า

ทั้งนี้ ยอดขายไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้นประมาณ 6% จากไตรมาสก่อน ต่ำกว่าเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ให้เติบโตไม่น้อยกว่า 10% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 31.7% ในไตรมาสก่อน เหลือ 26.7% จากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการจัดหาวัตถุดิบทดแทนจากแหล่งอื่นในราคาที่สูงขึ้น หลังซัพพลายเออร์บางรายได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าในยุโรป

นอกจากนี้ บริษัทยังมีการตั้งสำรองวัตถุดิบและสินค้าคงเหลือที่จัดเก็บเป็นเวลานาน รวมถึงมีสัดส่วนค่าลิขสิทธิ์ต่อยอดขายเพิ่มขึ้น เนื่องจากผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่ผลิตในไตรมาสดังกล่าวอยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของบริษัทแม่

อย่างไรก็ตาม บล.เอเซีย พลัส คาดว่ากำไรของ DELTA จะกลับเข้าสู่ทิศทางขาขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากฤดูกาลขายและคำสั่งซื้อประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเลื่อนการส่งมอบมาจากไตรมาส 2

ขณะเดียวกัน ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบมีแนวโน้มคลี่คลายตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 หลังบริษัทสามารถจัดหาซัพพลายเออร์รายใหม่ทดแทนได้ ซึ่งจะช่วยให้การผลิตและการขายกลับมาดำเนินการได้ดีขึ้น รวมถึงสนับสนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน

บล.เอเซีย พลัส ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2570 ลงเฉลี่ยประมาณ 13% เหลือ 35,039 ล้านบาท และ 49,429 ล้านบาท ตามลำดับ เพื่อสะท้อนประมาณการยอดขายที่ลดลงและค่าลิขสิทธิ์ที่สูงขึ้น แต่ยังคาดว่ากำไรจะเติบโตเฉลี่ยประมาณ 41% ต่อปี

แม้ราคาหุ้นในระยะสั้นอาจถูกกดดันจากผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ต่ำกว่าคาดและแรงขายหุ้นกลุ่ม AI เซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก แต่ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าไตรมาส 2 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี และผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 จะดีกว่าครึ่งปีแรก จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 342 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ประเมิน KCE ไว้เมื่อวันที่ (27 ก.ค.69) ว่าจะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จำนวน 237 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิช่วงครึ่งแรกของปีคิดเป็นประมาณ 36% ของประมาณการกำไรทั้งปีที่ 1,300 ล้านบาท

ฝ่ายวิจัยคาดว่า KCE จะมีรายได้ไตรมาส 2/2569 ประมาณ 104 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 5% ทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและจากไตรมาสก่อน ได้แรงหนุนจากการปรับเพิ่มราคาขายเฉลี่ย ประกอบกับอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นตามการฟื้นตัวของอุปสงค์แผงวงจรพิมพ์ หรือ PCB ทั่วโลก

ด้านอัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ประมาณ 18.3% ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น

กำไรที่เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนได้รับแรงสนับสนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งขึ้นและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง ส่วนกำไรที่ทรงตัวจากไตรมาสก่อนเป็นผลจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่คาดว่าจะลดลงเหลือประมาณ 10 ล้านบาท จาก 54 ล้านบาทในไตรมาส 1/2569

สำหรับแนวโน้มครึ่งหลังปี 2569 ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรจะเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและจากครึ่งปีแรก รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งตามปัจจัยฤดูกาลในไตรมาส 3 และแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น หลังผู้ผลิต PCB รายใหญ่ทั่วโลกทยอยปรับเพิ่มราคาขายเฉลี่ยประมาณ 30-50%

บล.กสิกรไทยระบุว่า ราคาหุ้น KCE ซื้อขายบนอัตราส่วนราคาต่อกำไรปี 2569 ประมาณ 34 เท่า และอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี 3.5 เท่า โดยกำหนด PER เป้าหมายที่ 33 เท่า หรือระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีประมาณ 1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 45 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมิน HANA ไว้เมื่อวันที่ (24 ก.ค.69) ว่าจะมีกำไรปกติไตรมาส 2/2569 จำนวน 182 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการทยอยฟื้นตัวของรายได้ธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ การตั้งด้อยค่าสินค้าคงเหลือที่ลดลง รวมถึงเงินบาทที่อ่อนค่า ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัทที่มีรายได้จากการส่งออกในสัดส่วนสูง

ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรปกติของ HANA จะฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ตามทิศทางวัฏจักรอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมมีมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการในช่วงปี 2569-2570

แม้ระดับราคาหุ้นเมื่อพิจารณาจากประมาณการกำไรปี 2569 จะค่อนข้างตึงตัว แต่เมื่ออ้างอิงประมาณการปี 2570 ยังมีส่วนต่างราคาเพิ่มขึ้นที่น่าสนใจ โดยปัจจุบันหุ้นซื้อขายด้วย PER ปี 2570 ประมาณ 24.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของหุ้นในกลุ่มที่ประมาณ 30-40 เท่า

บล.หยวนต้าจึงปรับเพิ่มคำแนะนำ HANA เป็น “ซื้อ” จากเดิม “เก็งกำไร” พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 45 บาท จากเดิม 38 บาท โดยอ้างอิงมูลค่าเหมาะสม ณ สิ้นปี 2570

ทั้งนี้ ภาพรวมการลงทุนในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยังได้รับแรงส่งจากกระแส AI และการฟื้นตัวของหุ้นชิปทั่วโลก หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแรงเมื่อคืนวันที่ 30 ก.ค.69 โดยหุ้น Microsoft พุ่งขึ้นกว่า 15% หลังเผยแนวโน้มยอดขายและธุรกิจคลาวด์แข็งแกร่ง ส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อตลาดเทคโนโลยีกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

Back to top button