BCP ลุ้น Q3 โตต่อ รับค่าการกลั่น-OKEA หนุน โบรกอัพเป้าใหม่ 50 บาท

บล.ดาโอ มอง BCP ไตรมาส 3/69 กำไรยังโต YoY รับค่าการกลั่น-Crack Spread แข็งแกร่ง และ ASP ของ OKEA หนุน พร้อมอัพกำไรปี 69 แตะ 2.63 หมื่นล้านบาท ก่อนปรับเป้าใหม่ 50 บาท


บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุถึง บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด โดยมีกำไรสุทธิ 1.22 หมื่นล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 2.6 พันล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 99% จากไตรมาสก่อนหน้า รวมทั้งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ประมาณ 31%

ปัจจัยสำคัญมาจากธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ ซึ่งรายงาน Accounting EBITDA ที่ 1.72 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% จากไตรมาสก่อน และพลิกฟื้นจากติดลบ 855 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568 หลังค่าการกลั่นพื้นฐาน หรือ Operating GRM อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 23.0 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 324% จากช่วงเดียวกับปีก่อน และ 2% จากไตรมาสก่อน

ค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูงช่วยชดเชยผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันสุทธิจากมูลค่าสินค้าคงเหลือ (Stock Loss Net of NRV) ที่ 2.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เทียบกับผลขาดทุน 4.1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรจากสต๊อก 6.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาส 1/2569

ขณะที่ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ OKEA มี Accounting EBITDA อยู่ที่ 7.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 207% จากช่วงเดียวกับปีก่อน และ 64% จากไตรมาสก่อน จากราคาขายเฉลี่ยที่แข็งแกร่ง โดยราคาขายเฉลี่ยน้ำมันอยู่ที่ 104.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้น 65% จากช่วงเดียวกับปีก่อน และ 40% จากไตรมาสก่อน ส่วนราคาขายเฉลี่ยก๊าซธรรมชาติอยู่ที่ 88.1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกับปีก่อน และ 15% จากไตรมาสก่อน

สำหรับปริมาณขายของ OKEA อยู่ที่ประมาณ 34.4 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกับปีก่อน แต่ลดลง 12% จากไตรมาสก่อน

ด้านธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน มี Accounting EBITDA ประมาณ 1.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกับปีก่อน แต่ลดลง 24% จากไตรมาสก่อน โดยมีส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ อยู่ที่ 557 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70% จากช่วงเดียวกับปีก่อน แม้ลดลง 27% จากไตรมาสก่อน

ส่วนรายการพิเศษในไตรมาสดังกล่าวมีทั้งผลกระทบจากเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงตามความผันผวนของราคาน้ำมัน และรายการที่เกี่ยวข้องกับการด้อยค่าของสินทรัพย์ในธุรกิจ OKEA ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลต่อกำไรสุทธิในงวดดังกล่าว

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3/2569 ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรของ BCP ยังมีโอกาสเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้อาจอ่อนตัวจากไตรมาส 2/2569 ซึ่งมีฐานกำไรสูง โดยแรงหนุนหลักมาจากค่าการกลั่นพื้นฐานและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมัน หรือ Crack Spread ที่ยังทรงตัวในระดับสูง

ทั้งนี้ แนวโน้ม Crack Spread ที่แข็งแกร่งมีส่วนช่วยชดเชยผลกระทบจากค่าพรีเมียมน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นของน้ำมันดีเซล ทำให้ภาพรวมธุรกิจโรงกลั่นในช่วงไตรมาส 3/2569 ยังอยู่ในทิศทางที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับปีก่อน

จากผลประกอบการช่วงครึ่งแรกของปีที่ดีกว่าคาด ฝ่ายวิจัยจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ขึ้น 408% เป็น 2.63 หมื่นล้านบาท และปี 2570 ขึ้น 101% เป็น 1.06 หมื่นล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 2.9 พันล้านบาทในปี 2568 โดยสมมติฐานใหม่สะท้อน Operating GRM ที่สูงขึ้น ค่าการตลาดสุทธิที่ดีขึ้น และราคาขายเฉลี่ยของ OKEA ที่แข็งแกร่งกว่าประมาณการเดิม

ท้ายสุด บล.ดาโอ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” BCP พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2570 ขึ้นเป็น 50.00 บาท จากเดิม 40.00 บาท โดยประเมินมูลค่าด้วยวิธี Sum-of-the-Parts (SOTP) หลังปรับประมาณการกำไรขึ้นและเปลี่ยนปีฐานในการประเมินมูลค่า

Back to top button