วงแตก?โมนิก้าและทีมงาน


 *วานนี้มีประเด็นข่าวที่น่าสนใจอยู่แค่ “ก๊วนอาจารย์เพชร” กับ “ภาวะการลงทุน”  ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผู้คนในวงการตลาดหุ้นอยากรู้เหลือเกินว่า จะเป็นอย่างไรต่อไป? “โมนิก้า” ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า เรื่องทั้งหมดจะเดินไปอย่างไร? จะมีตุ๊กตาตัวไหนโผล่ขึ้นมาอีก? หรือว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในคราวนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหนังเรื่องยาว ตามแบบฉบับ “Fast & furious”  ซึ่งตอนนี้มีถึง 7 ภาคแล้วนะคะ

*ด้วยเหตุนี้ถึงทำให้เดี๊ยนต้องไปสืบเสาะข้อมูลจากสามแยกปากสุนัข เพราะเป็นแหล่งรวมเรื่องราวต่างๆ มากมาย บางเรื่องพอฟังได้ บางเรื่องก็ฟังไม่ได้ ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณส่วนตัวของคนที่ฟัง “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับหัดคิดไตร่ตรองเรื่องราวต่างๆ อย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อกำหนดท่าทีของตนเองต่อข่าวสารที่ออกมาเยอะแยะไปหมดนะจะบอกให้

*เหมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ “อาจารย์เพชร” ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมมา ไม่มีใครรู้เรื่องจริงๆ เป็นเช่นไรกันแน่ เพราะมีแต่ข่าวลือที่พูดกันอย่างหนาหู จนถึงขนาดเดี๊ยนเองก็ยังงงๆ กับที่มาที่ไปของเรื่องนี้เกิดขึ้นมาอย่างไร? และดูเหมือนผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนจะกระโดดหนีจากชายคนนี้กันเยอะแยะไปหมด หรือพูดง่ายๆ อย่าดึงผมเข้าไปเกี่ยวข้องนะตัวเอง

*ขนาดท่าน “คุณพี่วรพล” เลขาธิการ ก.ล.ต. ยังออกตัวล้อปัดดังเอี๊ยดๆๆ ไม่ได้รู้จักกับอาจารย์เพชร ก็เห็นตามที่มีข่าวออกมา “โมนิก้า” ถึงต้องไปเสาะแสวงหาข้อมูลแถวตลาดคลองเตย และเผอิญข้อมูลก็ตกลงมาใส่ตรงหน้าเท้าพอดิบพอดี เดี๊ยนเลยถึงบางอ้อ!..แท้ที่จริงกลุ่มนี้มีคนเดินเรื่องเป็นก๊วนเขาใหญ่ มีคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีก็คือ เฮีย.ม ซึ่งมีสายสัมพันธ์ในวงการหุ้นสีเทาเป็นอย่างดีไงหละจ๊ะ

*ที่สำคัญคือก๊วนนี้สร้างชื่อเสียงระบือไกลจากหุ้น AJP เมื่อปีกลาย ซึ่งตอนนั้นมีการวิเคราะห์มูลค่าหุ้นไม่เกิน 4-5 บาท แต่อาจารย์ก็สำแดงอิทธิฤทธิ์ด้วยการดันหุ้นขึ้นไปเกือบ 20 บาท หลังจากนั้นก็มีหุ้นหลายตัวเข้ามาพัวพันกับก๊วนนี้เยอะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มมนุษย์ไฟฟ้า กลุ่มที่ทำเกี่ยวกับเซรามิค ซึ่งรวมถึงกลุ่มบริษัทขนาดเล็ก ไม่เว้นแม้กระทั้งกลุ่มโบรกเกอร์  ว่ากันว่า ล้วนเป็นสานุศิษย์ทั้งนั้น แต่ตอนนี้กลับไม่มีใครกล้าแสดงตัว..มันหมายถึงอะไรคุณๆ ท่านๆ ต้องไปคิดต่อกันเอาเองเถอะค่ะ…อิอิอิ

*ย้อนกลับมาดูภาวะการลงทุนบ้างดีกว่า หลังกองทุนกระโจนเข้ามาเก็บหุ้น 2.40 พันล้านบาท ขณะที่ปอบผีฟ้าก็โหนกระแสเข้ามาเก็บหุ้น 1.80 พันล้านบาท ขณะที่แมงเม่ากับฝรั่งตาน้ำข้าวสาดทิ้งออกมาคนละ 2 พันล้านบาท โดยที่ดัชนีทะยานขึ้นมาปิดที่ 1,525.58 จุด บวกไป 19.64 จุด ด้วยมูลค่า 3.80 หมื่นล้านบาท เดี๊ยนถือเป็นจังหวะที่เม่าไทยต้องเอาคืนเสียบ้างนะจ๊ะ

*เนื่องจากเหตุการณ์วานนี้บอกให้รู้ว่า จุดรับของหลักอยู่ที่บริเวณ 1,480-1,500 จุด และหลังจากนี้คงได้เห็นการไล่ราคากันอย่างคึกคักอีกรอบ “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับหาจังหวะปล่อยของงามๆ ออกไปสักครึ่งหนึ่ง เพราะแนวต้านหลักแถว 1,550 จุดยังเป็นก้างขวางคอชิ้นสำคัญ หากผ่านไปไม่ได้หละก้อ ต้องกลับมาตั้งหลักใหม่ มันทำให้เสียรอบเล่นโดยเปล่าประโยชน์นะคะ

*เหมือนกับในรายของยักษ์หลับ ITD ก่อนหน้านี้มีข่าวดีผุดออกมาให้เห็นเป็นระยะ มีคนแนะนำให้เล่นยาวมากมาย แต่วันนี้กลับมีเสียงตามสายบอกให้ซอยถี่ๆ บวกกับการขึ้นรอบนี้ยังมีอาการครึ่งๆ กลางๆ  ไม่จำเป็นต้องทุ่มจนหมดหน้าตัก “โมนิก้า” ถือเป็นคำแนะนำที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย ล่าสุดหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 7.75 บาท บวกไป 0.60 บาท หรือขึ้นไป 8.40% น่าเล่นต่อ หรือจะลองไปคิดเป็นการบ้านก่อนก็ได้เจ้าค่ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ IFEC พอจัดกระบวนทัพเป็นที่เรียบร้อย และมีการลงแส้พวกแตกแถวอย่างหนักหน่วง หุ้นถึงไต่เพดานบินขึ้นอีกรอบแบบนี้ ภาษาเทคนิคเขาเรียกจังหวะนี้ว่า follow buy หุ้นมีโอกาสปิดเขียวเป็นแท่งที่ 3 ค่อนข้างสูง ล่าสุดหุ้นปิดที่ 13.30 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 8% วอลุ่มหนาแน่น มันตรงตามตำราหุ้นขาขึ้นทุกอย่างเลยนะจ๊ะ

*ประเด็นนี้คล้ายคลึงกับ PTG สุดยอดหุ้นเติบโตสูงของปี 58 ทำอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด บวกกับผู้บริหารขยันเดินสายให้ข้อมูล “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่เห็นหุ้นเดินหน้าทำ all time new high แถมโพซิชั่นในเที่ยวนี้วางมาดี หุ้นถึงวิ่งแบบไม่ลืมหูลืมตาเมื่อมีโอกาส ล่าสุดปิดที่ 11.20 บาท บวกไป 1.25 บาท หรือขึ้นไป 12.60% มันเป็นอะไรที่น่าสนใจมากๆ นะคะ

*ป.ล.ในช่วงที่หุ้นเป็นสีเขียวๆ อะไรก็ดูดีไปหมด เล่นหุ้นตัวไหนก็กำไร พอทุกอย่างเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลงกว่าที่คิด..วงแตกทุกที..จำได้ไหม?

Back to top button