TISCO คืนรถ..จบหนี้.!?

สำนักข่าวรัชดา


สร้างความฮือฮาในแวดวงไฟแนนซ์ไม่น้อย..!! กรณีบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO ผุดแคมเปญ “คืนรถจบหนี้” ช่วยลูกค้าที่ผ่อนค่างวดไม่ไหว นำรถมาคืนได้ถึง 30 ก.ย. 2564 นี้…

ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันให้แซดว่า แคมเปญนี้ช่วยลูกค้าจริงหรือ..? หรือช่วยแบงก์กันแน่..? ถ้าทำแบบนี้แล้วแบงก์ได้อะไร..? ก็ถูกตั้งคำถามกันเยอะ…

ในมุมของ TISCO อย่างแรกเลย ปัญหาหนี้เสียหรือ NPL ไม่ต้องยืดเยื้อ…ปกติถ้าลูกค้าผ่อนไม่ไหวจริง ๆ สิ่งที่ตามมาคือ ต้องยึดรถไปขายทอดตลาด ปัญหาของการยึดรถคือ ลูกค้าต้องจ่ายเงินส่วนต่าง ถ้าประมูลขายรถแล้วราคาต่ำกว่าภาระหนี้ที่ต้องจ่าย ต้องหาเงินมาโปะ

แต่แคมเปญนี้จบเลย…ไม่มีการฟ้องร้อง ไม่เสียเครดิตบูโร ไม่เป็นหนี้ผูกพัน ไม่เสียค่าธรรมเนียม จบหนี้อย่างยั่งยืน..!!

โอเค…อาจทำให้ TISCO เสียโอกาสไปบ้าง เข้าเนื้อบ้าง แต่ก็ชดเชยด้วยโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น ไม่ต้องตั้งสำรองสูง ๆ เพื่อรองรับ NPL ที่จะตามมา…

ถือว่า “ยอมเจ็บแล้วจบ” ดีกว่าปล่อยให้ยืดเยื้อนะเออ..!!

ถ้ามองในเชิงสังคม ก็เป็น CSR ช่วยเหลือคนที่ได้รับผลกระทบจากโควิดอะนะ…

แต่น่าเสียดายที่เงื่อนไขแคมเปญเปิดให้เฉพาะลูกค้าเช่าซื้อหรือจำนำทะเบียนรถของ TISCO เท่านั้น โดยต้องมีประวัติผ่อนค่างวดมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 งวด และมีสถานะไม่ค้างชำระเกิน 90 วัน ก่อนวันที่ 1 มี.ค. 2563

แหม๊…นี่ถ้า TISCO ใจป้ำอีกสักหน่อย เปิดกว้างให้ลูกค้าค่ายอื่น ๆ มารีไฟแนนซ์เข้าร่วมแคมเปญนี้ได้ ก็ดีน่ะสิ…

งานนี้คงดูหล่อขึ้นเยอะเลย…ว่าป๊ะ..!???

ส่วนมุมลูกค้า หลายคนที่ผ่อนไม่ไหวจริง ๆ ถ้าปิดก็ต้องโปะ เพราะเวลาประมูลขายรถ ถ้าราคาต่ำกว่าภาระหนี้ ลูกค้าต้องโปะ ทำให้ลูกค้าที่มีปัญหาตัดสินใจลำบาก แต่พอมีแคมเปญนี้ ก็ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ที่สำคัญไม่ติดเครดิตบูโร ทำให้อย่างน้อยในอนาคตลูกค้ายังสามารถไปยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินเพื่อซื้อรถคันใหม่ได้…

จะว่าไป ถ้ามองด้วยใจเป็นกลางและเป็นธรรม แคมเปญนี้ก็ถือว่า win-win กับทุกฝ่ายนะ…ส่วนใครจะได้มาก หรือใครได้น้อยกว่ากัน ไปตีลังกาบวกลบคูณหารกันเอาเองแล้วกัน

นี่ได้ข่าวว่าปัจจุบันมีลูกค้าแสดงเจตจำนงคืนรถให้แก่ธนาคารแล้วกว่า 400 รายเลยนะเนี่ย..!!

ก็ต้องบอกว่า แคมเปญ “คืนรถจบหนี้” ของ TISCO นั้น แหกคอกวงการไฟแนนซ์จริง ๆ…

ล่าสุด TISCO ประเดิมเป็นแบงก์แรกที่แจ้งงบงวดไตรมาส 2/2564 โดยฟาดกำไรสุทธิ 1,666 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,329 ล้านบาท หลัก ๆ มาจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น และการตั้งสำรองที่ลดลง…

ส่งผลให้ครึ่งปีแรกตุนกำไรไว้แล้ว 3,430 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,815 ล้านบาท

ขณะที่ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2564 TISCO มีเงินสำรองหนี้สูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) อยู่ในระดับสูงที่ 213.7% และมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 24.1%

นั่นหมายความว่า หากมีสถานการณ์ที่เลวร้าย TISCO ก็จะรับแรงกระแทกได้ดีกว่าแบงก์อื่นที่มี Coverage Ratio และ BIS Ratio ต่ำกว่า..

ต้องบอกว่า แบงก์นี้เล็กพริกขี้หนูสวนจริง ๆ…

…อิ อิ อิ…

Back to top button