KOOL เข้าสู่ซีซั่นเชนจ์

ที่ผ่านมาหุ้น KOOL จะติดกับดักกับภาพจำเป็นหุ้นที่เล่นได้แค่ฤดูเดียว คือ ฤดูร้อน เนื่องจากเป็นช่วงที่บริษัทผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ทำความเย็น


ที่ผ่านมาหุ้นบริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ KOOL จะติดกับดักกับภาพจำเป็นหุ้นที่เล่นได้แค่ฤดูเดียว คือ ฤดูร้อน เนื่องจากเป็นช่วงที่สินค้าของบริษัท ซึ่งผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ทำความเย็น ไม่ว่าจะเป็นพัดลมไอเย็น พัดลมไอน้ำ และพัดลมอุตสาหกรรม จะขายดิบขายดี ในขณะที่ฤดูอื่นยอดขายค่อนข้างซบเซา…

ทำให้ช่วงหน้าร้อนจะเห็นแรงเข้ามาเก็งกำไรในหุ้น KOOL กันคึกคัก หลังจากนั้นก็จะค่อย ๆ เงียบเป็นเป่าสาก…

ตัวหุ้นเงียบไม่พอ แถมผลประกอบการไม่ปังอีกต่างหาก เลยยิ่งไปกันใหญ่…

KOOL รู้ดีถึงข้อจำกัดดังกล่าว จึงพยายามแก้เกมธุรกิจด้วยการไปเสาะแสวงหาธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อหวังกระจายความเสี่ยง และทำให้หุ้น KOOL เปล่งรัศมีมากขึ้น…

แต่ดูเหมือนจะไม่ซัคเซสเท่าที่ควร..!!

สะท้อนได้จากงบในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่ยังมีตัวเลขขาดทุน โดยปี 2563 ขาดทุน 3.52 ล้านบาท จากรายได้รวม 733.46 ล้านบาท และปี 2564 ขาดทุนเพิ่มเป็น 21.37 ล้านบาท จากรายได้รวม 545.63 ล้านบาท ขณะที่งวด 9 เดือนแรกปี 2565 พลิกมามีกำไร 33.98 ล้านบาท จากรายได้รวม 487.59 ล้านบาท…ส่วนราคาหุ้นจะมาเป็นพัก ๆ…

ก็ไม่รู้ว่าด้วยสาเหตุนี้หรือเปล่าที่ทำให้ “นพชัย วีระมาน” ซึ่งเป็นผู้ปลุกปั้น KOOL มากับมือ เริ่มถอดใจ มีการทยอยขายหุ้นออกมาเรื่อย ๆ จากเดิมนั่งแท่นผู้ถือหุ้นเบอร์ 1 ด้วยสัดส่วน 25.71% แต่มาวันนี้ร่วงมาเป็นเบอร์ 2 เหลือถือหุ้นแค่ 8.15% เท่านั้น

ในขณะที่ “เกรียงไกร ศิระวณิชการ” กลายเป็นเจ้าของคนใหม่ KOOL ด้วยสัดส่วนการถือหุ้น 24.997%…

เมื่อมีความชัดเจนเรื่องโครงสร้างผู้ถือหุ้นแล้ว ช่วงกลางปี 2565 ที่ผ่านมา KOOL ก็ประกาศเพิ่มทุน โดยให้ผู้ถือหุ้นเดิมร่วมลงขันใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน (อัตราส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 1.50 หุ้นใหม่) ที่ราคาหุ้นละ 0.50 บาท ก็ได้เงินมากว่า 636.13 ล้านบาท เพื่อมาเติมสภาพคล่อง ต่อลมหายใจ

ตามมาด้วยการจัดกระบวนทัพโครงสร้างธุรกิจใหม่ โดยมีเป้าหมายจะยกสถานะ  KOOL ขึ้นเป็นโฮลดิ้ง คอมปานี..!!

กระบวนการเริ่มจากโอนธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความเย็น ควบคุมคุณภาพอากาศ และฆ่าเชื้อโรค รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ KOOL ให้บริษัทลูกที่ชื่อว่า บริษัท อินโนว์ กรีนโซลูชั่น จำกัด

ต่อด้วย KOOL จะรับโอนกิจการทั้งหมดของบริษัท แคปปิตอล ลิ้งค์ โฮลดิ้ง จำกัด มูลค่า 138.55 ล้านบาท

หลังจากนั้นมีการโยกสินทรัพย์ของบริษัท แคปปิตอล ลิ้งค์ อุดรธานี จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่จังหวัดอุดรธานี มาใส่ไว้ในบริษัท แคปปิตอล ลิ้งค์ แลนด์ จำกัด (มหาชน) มูลค่า 102.21 ล้านบาท

พร้อมยกเลิกบริษัท เมตตะ ฟาร์มา จำกัด ซึ่งทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ…ว่าแต่ทำไมยกเลิกเสียล่ะ เพราะเป็นบริษัทที่เพิ่งจัดตั้งเมื่อช่วงเดือน ส.ค. ปีที่แล้วเองนะ แถมยังทำธุรกิจที่เป็นเมกะเทรนด์ มีแนวโน้มเติบโตสูง จากการที่คนหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น…เกิดอะไรขึ้นป๊ะเนี่ย..??

ล่าสุดก็เตรียมจะเข้าซื้อกิจการบริษัท แคปปิตอล ลิ้งค์ เจ้าพระยา จำกัด ด้วยมูลค่า 999,800 บาท แทนการจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่ แล้วหลังจากนั้นก็โยกสินทรัพย์ประเภทสิทธิเรียกร้องของ KOOL ไปใส่ไว้ในบริษัทนี้…

ที่น่าแปลก แค่ธุรกรรมนี้ธุรกรรมเดียว KOOL มีการแจ้งตลาดเพิ่มเติมถึง 3 ครั้งด้วยกัน…ก็ไม่รู้ว่าทำไมไม่แจ้งให้ครบจบกระบวนความตั้งแต่แรก ทำไมต้องแจ้งแบบขยักขย่อนด้วยนะ..?

แต่ที่แน่ ๆ หลังจากธุรกรรมข้างต้นแล้วเสร็จ KOOL ก็จะกลายพันธุ์ขึ้นสู่โฮลดิ้ง คอมปานีโดยสมบูรณ์แบบ..!!

ก็น่าสนใจ KOOL สายพันธุ์ใหม่จะเปล่งปลั่งแค่ไหน..?

จะช่วยลบภาพจำเป็นหุ้นที่เล่นได้แค่ฤดูเดียว หรือ “หุ้นซีซั่นส์” ได้ป๊ะเนี่ย..!??

…อิ อิ อิ…

Back to top button