
พาราสาวะถี
สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่านถือเป็นจังหวะที่ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ได้แสดงบทบาทนำในการบัญชาการแก้ไขปัญหา
สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่านถือเป็นจังหวะที่ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมหรือ อว. ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ได้แสดงบทบาทนำในการบัญชาการแก้ไขปัญหา ด้วยการลงไปลุยในพื้นที่ชนิดปักหลักค้างคืน สั่งการตลอด 24 ชั่วโมง โดยมี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมคณะด้วย
ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลย่อมจะปล่อยให้พรรคร่วมรัฐบาลไปสร้างผลงานเพียงลำพังไม่ได้ ภายใต้คำสั่งที่ อนุทิน ชาญวีรกูล โพสต์ผ่านมาจากออสเตรเลีย นอกเหนือจากยศชนันพร้อมทีมเพื่อไทยแล้ว พรรคสีน้ำเงินได้ส่ง เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยร่วมลงพื้นที่ด้วยเช่นกัน ความจริงเมื่อฟังสิ่งที่อาจารย์เชนย้ำมาโดยตลอดในฐานะหัวขบวนรัฐมนตรีของพรรคนายใหญ่ ทุกเรื่องที่เป็นการทำงานเพื่อบ้านเมืองจะไม่มีปมทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง
ด้วยภาพลักษณ์ที่แยกแยะชัดเจนเช่นนี้ การลงพื้นที่บัญชาการหนนี้ ยศชนันจึงได้สั่งตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แบบจุดเดียว หรือ Single Command โดยคณะรัฐมนตรีและทุกหน่วยงานจะปักหลักเฝ้าระวังและบัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานทางจังหวัดเร่งระดมกำลังพลเสริมการปฏิบัติงานหน้างาน โดยเป้าหมายที่หนักแน่นชีวิตของประชาชนสำคัญที่สุด ขอให้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเร่งอพยพไปยังจุดปลอดภัยเป็นลำดับแรก
การไปบัญชาการหน้างานโดยทันทีหลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมที่อำเภอปัว ก็เพื่อลดความเสียหายจากมวลน้ำที่จะเอ่อล้นเข้าไปในพื้นที่ตัวเมืองน่าน ไม่เพียงแต่การเฝ้าระวังรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ยังมีการมอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เตรียมความพร้อมล่วงหน้า เพื่อเข้าสู่ระยะการฟื้นฟูเยียวยาพื้นที่และบ้านเรือนประชาชนทันทีที่สถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย
สิ่งที่คณะผู้ติดตามสัมผัสได้จากการร่วมลงพื้นที่กับยศชนันหนนี้ก็คือ มีการมอบนโยบายทำอย่างไรก็ได้ให้มีการแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าได้ก่อนเกิดเหตุ 6 ชั่วโมง โดยระหว่างที่ปฏิบัติงานนั้น คณะติดตามพบว่า ระบบเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast ดังสนั่น ข้อความที่แจ้งเตือนชาวตัวอำเภอเมืองน่านก็คือ น้ำจะเข้าประมาณตี 2 ขอให้ชาวบ้านเตรียมตัว ขนย้าย และอพยพ ด้วยความที่คุมอว.และเป็นนักวิจัยอยู่แล้ว อาจารย์เชนจึงใช้ประโยชน์จากทุกองคาพยพที่มี
โดยการแจ้งเตือนตามกระบวนการและกลไกที่มีของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อความแม่นยำยังมีทีมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ที่เป็นหน่วยงานในสังกัดของอว.เข้ามาสนับสนุนใช้ดาวเทียมเกาะติดสภาวะอากาศและน้ำ วิเคราะห์แล้วส่งข้อมูลให้หน่วยปฏิบัติงานด่านหน้าทันที นอกจากนั้นยังมีแอปพลิเคชันเช็กน้ำ เพื่อติดตามดูพื้นที่เสี่ยงด้วยตัวเอง โดยในแอปดังกล่าวยังมีระบบแจ้งเตือนความเสี่ยงให้ด้วย เรียกได้ว่า การลุยงานเที่ยวนี้ถือเป็นการโชว์ศักยภาพของหนึ่งในรัฐมนตรีภาพลักษณ์ดีของรัฐบาลหนู 2 นอกเหนือจาก 3 รัฐมนตรีคนเก่งของพรรคสีน้ำเงิน
ปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่นตามธงที่ตั้งไว้ของกระทรวงมหาดไทย คงจะปิดจ๊อบตัดจบด้วยการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับทั้ง อบต. เทศบาล และอบจ. สั่งเพิกถอนการรับราชการของกลุ่มคนที่ถูกชี้ว่ามีการทุจริตจำนวน 5,925 ราย ภายในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ยิ่งเห็นแถลงการณ์ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นหรือสถ.ล่าสุด ต่อกรณีการยกเลิกประกาศผู้ชนะการเสนอราคาของมหาวิทยาลัยบูรพา ที่จะเป็นผู้ดำเนินการจัดสอบท้องถิ่นปี 2568 แล้วเลือกมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒหรือมศว.แทน ยิ่งเด่นชัดยิ่งว่า เป็นการตัดจบฝ่ายการเมืองที่จะมาพัวพันต่อเรื่องนี้
โดยสถ.ยืนยันว่าการยกเลิกดังกล่าวเป็นไปตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กระทรวงมหาดไทย และความเห็นของคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง เพื่อเพิ่มมาตรการป้องกันการทุจริตและสร้างความโปร่งใสในการจัดสอบ อนุทินที่เป็นมท.1 ในขณะนั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยกเลิกผู้ชนะการเสนอราคาของมหาวิทยาลัยบูรพา และการทุจริตสอบแข่งขันปี 2568 แต่อย่างใด เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วแนวทางย่อมเป็นไปตามที่คาดการณ์หัวขบวนของการทุจริตคือ อดีตอธิบดีสถ.นั่นเอง
ส่วนการเพิกถอนข้าราชการที่ทุจริตสอบเข้าท้องถิ่นที่บรรดาอปท.ทั้งหลายกังวลนั้น นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดมหาดไทยในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีสถ.ก็การันตีแล้วว่า ทุกอย่างปลอดภัย มีหลังให้พิง ตั้งแต่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือกสถ. รับรองผลคะแนนที่ถูกต้อง เอาไปให้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือก.กลางรับรองผลคะแนนที่ถูกต้อง ทั้งหมดมีการตรวจคะแนนโดยบริษัทคู่สัญญาของมศว. เพียงแต่คะแนนที่ถูกต้องไม่เคยถูกนำมาใช้แค่นั้นเอง
สิ่งที่ทำให้สถ.มั่นใจและกล้ายืนยันต่ออปท.ว่าไม่ต้องกลัวถูกฟ้องหรือต้องรับผิดแทนฝ่ายบริหาร เพราะ บัญชีคะแนนดังว่าเป็นชุดเดียวกับที่อยู่ในมือของ ป.ป.ช.และบก.ปปป.นั่นเอง โดยสถ.ได้นำบัญชีเดียวกันนี้มาสอบทานด้วยมือ ตรวจทานทั้งเครื่องตรวจและบุคคลตรวจสอบ ใช้เวลากว่า 10 วัน ทำกันมาถึง 4 รอบ ดังนั้นใบคะแนนจริงที่อยู่ในมือของก.อบต. ก.เทศบาล และก.อบจ.ที่จะตัดสินใจเรื่องนี้จึงไม่ใช่เผือกร้อน ต้องดูว่า อปท.ทุกแห่งจะกล้าลงมือจัดการให้เรียบร้อยทันเวลาที่ทางมหาดไทยขีดเส้นไว้หรือไม่
อรชุน