ขึ้นเมื่อไหร่..ต้องรีบขาย

กลับมาพบกับ “โมนิก้า” อีกครั้งตามนัดหมายวันเวลาเดิม โดยเฉพาะในช่วงที่บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเต็มไปด้วยความผันผวน


กลับมาพบกับ “โมนิก้า” อีกครั้งตามนัดหมายวันเวลาเดิม โดยเฉพาะในช่วงที่บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเต็มไปด้วยความผันผวน ซึ่งดัชนีแกว่งตัวขึ้นลงสลับกันจนทำให้นักลงทุนหลายท่านถึงกับกุมขมับ และคำถามยอดฮิตของคนที่ใกล้ชิดหลายรายพูดถึงคือ เห็นดัชนีเด้งขึ้นมาตรงนี้เป็นการฟื้นตัวจริง หรือเป็นแค่เด้งแล้วลง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เคยทำให้นักลงทุนหลายรายติดดอยมาแล้ว..จำได้บ่! 

วันนี้อีฉันเลยถือโอกาสกางตำรา พร้อมกับประเมินโครงสร้างตลาดหุ้นไทย ทั้งในมิติระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว มาสแกนให้เห็นกันแบบหมัดต่อหมัด เพราะเมื่อพิจารณาการแกว่งตัวแรงเป็นบางวัน และพยายามประคองตัวไม่ให้ทรุดลงหนัก “โมนิก้า” ขอฟันธงตรงนี้เลยว่า ดัชนียังมีลักษณะเป็นเพียงการเด้งทางเทคนิค และไม่ใช่การกลับตัวเป็นขาขึ้นรอบใหม่แบบ V-Shape นะจะบอกให้

โดยสิ่งที่ “โมนิก้า” ประเมินล้วนอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ชอบขายฝันไปวัน ๆ และที่เห็นตรงนี้คือเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจยังหมุนได้ไม่เต็มสูบ เพราะหากไปดูงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่จะพบว่า กำไรต่อหุ้นยังถูกกดดันจากกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว หนี้ครัวเรือนที่ยังค้างอยู่ในระดับสูง และโครงสร้างธุรกิจเดิม ๆ เมื่อกำไรต่อหุ้นไม่โต PE ของตลาดก็กดดันให้ Upside ของดัชนีแคบลงโดยปริยายค่ะ

อีกจุดสำคัญที่ “โมนิก้า” ย้ำไปเมื่อวันก่อนก็คือ ฟันด์โฟลว์ยังพร้อมเปลี่ยนทิศ..แม้จะมีบางช่วงที่นักลงทุนต่างชาติหวนกลับมาซื้อสุทธิเพื่อทำรอบ แต่ตราบใดที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และแนวโน้มค่าเงินบาทยังผันผวนตามทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed ก็ทำให้เม็ดเงินต่างชาติเปรียบเสมือน “นกขมิ้น” ที่พร้อมจะบินเข้าออกตลอดเวลา  เพราะไม่ได้ต้องการปักหลักลงทุนยาวพะยะค่ะ

ที่น่าสนใจคือ ตลาดหุ้นไทยกำลังเจอทางแยกครั้งใหญ่ ซึ่งภาพในอนาคตจะถูกแบ่งออกเป็นฉากทัศน์เก่า ซึ่งมีการพูดกันมาแล้วหลายรอบว่า หากตลาดหุ้นไทยยังพึ่งพาเฉพาะธุรกิจเดิม ๆ เช่น ธนาคาร, พลังงานฟอสซิล และอสังหาริมทรัพย์ ตลาดหุ้นไทยคงทำได้เพียงแค่แกว่งตัวในกรอบเดิม ๆ ลักษณะย่อตัวลงเรื่อย ๆ โดยทั้งหมดเป็นผลมาจากอัตราการเติบโตของกำไรยังต่ำนะซี

ถัดมาเป็นเรื่องของฉากทัศน์ใหม่ หรือ  New Era ซึ่งทำให้รู้ว่า อนาคตของหุ้นไทยไม่ได้มืดมนไปเสียทั้งหมด เพราะตลาดหุ้นไทยกำลังเกิดกระบวนการ “การผ่าตัดโครงสร้างธุรกิจ” ครั้งใหญ่ โดยบริษัทจดทะเบียนไทยจำนวนมากเริ่มปรับตัวเข้าหา 4 เทรนด์อนาคตที่จะกลายมาเป็นเครื่องยนต์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ “Green & EV” ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดไงล่ะคะ

ต่อมาเป็นเรื่องของ “Wellness & Medical Hub” โดยประเทศไทยมีจุดแข็งระดับโลกด้านการแพทย์ ซึ่งจะช่วยผลักดันให้กลุ่มโรงพยาบาลกลายเป็นหุ้นมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ที่จะช่วยพยุงดัชนีในอนาคต ขณะเดียวกันจะเห็นว่า ธุรกิจ Data Center ของประเทศไทยกำลังกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ของการลงทุนศูนย์ข้อมูล และระบบคลาวด์ในอาเซียน ซึ่งจะช่วยสร้างนิเวศทางดิจิทัลใหม่ ๆ ให้กับบริษัทในประเทศไทย โดยเรื่องสุดท้ายก็คือ ESG โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังยกระดับมาตรฐานอย่างเข้มงวด ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินจากกองทุนทั่วโลกจะไหลเข้ามาในบริษัทที่ทำเรื่องดังกล่าวเจ้าค่ะ

ทั้งหมดที่เล่ามาเป็นเรื่องที่เดินมาครึ่ง ๆ กลาง ๆ ยังไม่มีรูปธรรมที่ชัดเจน “โมนิก้า” ถึงกล้าบอกกับนักลงทุนว่า หากตลาดหุ้นไทยขึ้นมาอีกครั้ง ก็ใช้จังหวะดังกล่าวขายหุ้นไปก่อน เพราะทุกคนเห็นแล้วว่า นักลงทุนต่างชาติกำลังโยกเงินออกจากหุ้นไทยอย่างรุนแรง และทำให้ดัชนีหลุดโลว์เดิมไปแล้วเมื่อวันก่อน โดยเหตุการณ์ลักษณะ “พุ่งแรง ลงแรง”  น่าจะมีให้เห็นถี่ขึ้น..ทราบแล้วเปลี่ยน!

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button