KAssetแนะลงทุนแบบผสม ชู 3 กองทุนเด่น

KAsset แนะนำทางเลือกลงทุนแบบผสม ชู 3 กองทุนเด่นในกลุ่ม K-PLAN ประกอบด้วย "K-PLAN 1"-"K-PLAN 2"-"K-PLAN 3" ให้เลือกสัดส่วนลงทุนในหุ้น-ตราสารหนี้ ตามเหมาะสม

นางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการผู้จัดการและประธานบริหารการลงทุนตราสารทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด หรือ บลจ.กสิกรไทย (KAsset) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยที่ยังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัวต่อเนื่องจากการดำเนินนโยบายด้านการลงทุนภาครัฐและการบริโภคภายในประเทศ ยังเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยส่งเสริมบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทย

โดยล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ GDP ในไตรมาสแรกปี 2560 ว่าน่าจะเติบโตกว่า 3% หลังจากเศรษฐกิจในไตรมาสแรกที่ออกมามีทิศทางขยายตัวดีขึ้น โดยเฉพาะตัวเลขการส่งออกที่ขยายตัวดีต่อเนื่อง ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) น่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.50% ไปจนถึงสิ้นปีนี้ เนื่องจากเป็นระดับ ที่เหมาะสมต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ตลาดก็อาจมีปัจจัยเสี่ยงที่จะต้องติดตามจากภายนอกประเทศ อาทิ ความไม่แน่นอนของนโยบายของสหรัฐฯ ทั้งด้านเศรษฐกิจในประเทศ และต่างประเทศที่จะต้องจับตาดูในรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ (Geopolitical Risk) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินลงทุนภายในภูมิภาค รวมถึงจะต้องติดตามจังหวะในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่ตลาดคาดว่าน่าจะมีการปรับขึ้นอีก 2 ครั้งในปีนี้ ถึงแม้ผลการประชุมของ FED ล่าสุดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับเดิมจากการที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีทิศทางฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ดังนั้นบลจ.กสิกรไทย จึงขอนำเสนอทางเลือกแก่ผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้น สามารถเลือกลงทุนกับกองทุนที่มีนโยบายแบบผสมแทน โดยบลจ.กสิกรไทยมีกองทุนในกลุ่ม K-PLAN ได้แก่ กองทุนเปิดเค แพลน 1 (K-PLAN 1) กองทุนเปิด เค แพลน 2 (K-PLAN 2) และกองทุนเปิดเค แพลน 3 (K-PLAN 3) ซึ่งแต่ละกองทุนจะมีสัดส่วนการลงทุนระหว่างหุ้นและตราสารหนี้ที่แตกต่างกันไปตามนโยบายของกองทุน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนได้เลือกตามความเหมาะสมกับความต้องการและความเสี่ยงของตนเอง

สำหรับกองทุน K-PLAN 3 จะมีนโยบายลงทุนในหุ้นไม่เกิน 55% ที่เหลือจะลงทุนในตราสารหนี้ และสามารถลงทุนในต่างประเทศได้ไม่เกิน 30% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV) เหมาะกับผู้ลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้ปานกลางถึงค่อนข้างสูง และต้องการโอกาสรับผลตอบแทนที่มากกว่ากองทุนอื่นๆ ในกลุ่ม K-PLAN เนื่องจากมีสัดส่วนลงทุนในหุ้นที่มากขึ้น

ขณะที่กองทุน K-PLAN 2 จะมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นรองลงมา โดยมีนโยบายลงทุนในหุ้นได้สูงสุดไม่เกิน 30% ที่เหลือจะลงทุนในตราสารหนี้ และสามารถลงทุนในต่างประเทศได้ไม่เกิน 30% ของ NAV จึงเหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ไม่มากนัก แต่ก็ยังมีความสนใจลงทุนในหุ้นเป็นบางส่วน โดยทั้ง 2 กองทุนที่กล่าวมาจัดเป็นกองทุนผสม ซึ่งผู้จัดการกองทุนสามารถพิจารณาปรับเพิ่มลดน้ำหนักการลงทุนระหว่างหุ้นและตราสารหนี้ให้มีความสอดคล้องเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในแต่ละช่วงเวลา ทั้งนี้สัดส่วนการลงทุนในหุ้นจะต้องไม่เกินตามที่นโยบายของกองทุนกำหนดไว้

ส่วนผู้ลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้น้อยและต้องการลงทุนเฉพาะในตราสารหนี้ สามารถเลือกลงทุนกับกองทุน K-PLAN 1 ซึ่งจะมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ และสามารถลงทุนในต่างประเทศได้ไม่เกิน 20% ของ NAV โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีซึ่งส่วนใหญ่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ A ขึ้นไป ด้านผลการดำเนินที่ผ่านมาของกองทุนในกลุ่ม K-PLAN สามารถสร้างผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจ โดยผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 31 มี.ค. 2560 กองทุน K-PLAN 3 มีผลตอบแทน 3 ปีย้อนหลังอยู่ที่ 5.41% ต่อปี และผลตอบแทน 5 ปีย้อนหลังอยู่ที่ 6.34% ต่อปี โดยเอาชนะเกณฑ์มาตรฐานซึ่งอยู่ที่ 4.33% ต่อปี และ5.46% ต่อปี ตามลำดับ

ด้านกองทุน K-PLAN 2 มีผลตอบแทน 3 ปีย้อนหลังอยู่ที่ 3.75% ต่อปี และผลตอบแทน 5 ปีย้อนหลังอยู่ที่ 4.80% ต่อปี โดยเอาชนะเกณฑ์มาตรฐานซึ่งอยู่ที่ 3.51% ต่อปี และ4.48% ต่อปี ตามลำดับ ส่วนกองทุน K-PLAN1 มีผลตอบแทน 3 ปีย้อนหลังอยู่ที่ 2.71% ต่อปี และผลตอบแทน 5 ปีย้อนหลังอยู่ที่ 3.07% ต่อปี เทียบกับเกณฑ์มาตรฐานซึ่งอยู่ที่ 2.58% ต่อปี และ 3.18% ต่อปี ตามลำดับ นอกจากนี้กองทุน K-PLAN 1 และ K-PLAN 3 ยังเป็นกองทุนที่ได้รับการจัดอันดับ 5 ดาวจากมอร์นิ่งสตาร์ (Overall Rating, ข้อมูลจาก Morningstar® วันที่ 31 มี.ค.60)