น้ำมันจะกลับไปยืนที่ 100 เหรียญ? หุ้นพลังงานจะรุ่งหรือร่วง

ในบทวิเคราะห์ของแบงก์ ออฟ อเมริกา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ชี้ว่า การล่มสลายของการผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลา และแนวโน้มที่จะเกิดปัญหาต่อการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน อาจทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งขึ้นไปถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปีหน้า

 

รายงานพิเศษ

ในบทวิเคราะห์ของแบงก์ ออฟ อเมริกา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ชี้ว่า การล่มสลายของการผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลา และแนวโน้มที่จะเกิดปัญหาต่อการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน อาจทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งขึ้นไปถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปีหน้า

นักวิเคราะห์ของแบงก์ ออฟ อเมริกาตั้งเป้าหมายราคาน้ำมันดิบเบรนต์ในช่วงไตรมาสสองของปีหน้าไว้ที่ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ได้เตือนว่ามีความเสี่ยงที่สถานการณ์ที่ย่ำแย่ลงในอิหร่าน อาจจะดันให้ราคาน้ำมันขึ้นไปถึง 100 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่เราไม่ได้เห็นกันเลยนับตั้งแต่ปี 2557  นอกจากนี้พวกเขายังคาดการณ์ว่าน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส อินเตอร์มีเดียตจะมีการซื้อขายต่ำกว่าราคาน้ำมันดิบเบรนต์ 6 ดอลลาร์ในปีหน้า

การตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ได้ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์สูงกว่า 77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้ว และราคาน้ำมันได้ปรับตัวขึ้นกว่า 8% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา และปรับตัวขึ้น 15% นับตั้งแต่ต้นปีนี้

นักลงทุนกังวลว่าการใช้มาตรการลงโทษใหม่ต่ออิหร่านอาจทำให้ซัพพลายน้ำมันเกิดปัญหาได้เนื่องจากอิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่และเป็นสมาชิกโอเปกที่มีแหล่งน้ำมันดิบมากเป็นอันดับสี่ของโลก

หลังจากที่ได้ผ่อนคลายมาตรการลงโทษตามส่วนหนึ่งของข้อตกลงนิวเคลียร์ อิหร่านผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งมากกว่าเมื่อต้นปี 2559 ประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

อีกปัจจัยหนึ่งที่กำลังช่วยให้ซัพพลายน้ำมันลดลง คือ ข้อตกลงลดกำลังการผลิตระหว่างประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อื่น ๆ เช่น รัสเซีย    

ข้อตกลงนี้จะหมดอายุลงในช่วงปลายปี 2561  แต่นักวิเคราะห์ของแบงก์ ออฟ อเมริกา กล่าวว่า โอเปกและรัสเซียน่าจะทำงานร่วมกันต่อไปเพื่อไม่ให้ราคาน้ำมันปรับตัวลง ในขณะเดียวกัน เศรษฐกิจโลกกำลังโตในอัตราที่แข็งแรงและจะหนุนให้ดีมานด์น้ำมันสูงขึ้น ดีมานด์ที่มากเป็นพิเศษนี้กำลังช่วยให้ระบายปริมาณน้ำมันที่ล้นตลาดมาเป็นเวลานาน

การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันอาจจะทำให้ผู้บริโภคต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเมื่อไปเติมน้ำมัน แต่มันก็เป็นผลดีต่อบริษัทน้ำมัน เพราะมันได้ช่วยให้บริษัทมีกำไรมากขึ้น นักลงทุนในวอลล์สตรีทจึงได้กลับมาหาบริษัทพลังงานอีกครั้ง

หุ้นพลังงานได้ปรับตัวขึ้น 12% ในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่ดีที่สุดในดัชนีเอสแอนด์พี 500 และในปีนี้ หุ้นพลังงานในสหรัฐฯปรับตัวขึ้น 5% ในขณะที่ตลาดโดยรวมปรับตัวขึ้นไม่มากเท่าไหร่

บริษัทผลิตก๊าซและน้ำมันและโรงกลั่นเป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากสุดในดัชนีเอสแอนด์พี 500 ในปีที่ผ่านมา แม้แต่บริษัทที่สนับสนุนการขุดเจาะน้ำมันและขนส่งน้ำมันดิบ ก็ได้ประโยชน์กันถ้วนหน้า

บริษัทเอ็กซ์ซอนได้โหนกระแสการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันจนหุ้นสามารถปรับตัวขึ้น 7% ในเดือนที่ผ่านมา ในขณะที่หุ้นเชฟรอนปรับตัวขึ้น 11%

เมื่อเทียบกับหนึ่งปีก่อน บริษัทพลังงานมีกำไรในช่วงไตรมาสหนึ่งเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าและถือว่ามีกำไรดีที่สุดในบรรดาบริษัทที่อยู่ในดัชนีเอสแอนด์พี 500

นักวิเคราะห์ กล่าวว่า นักลงทุนกำลังรู้สึกดีขึ้นเกี่ยวกับราคาน้ำมันดิบและความยั่งยืนของราคา  และกำลังพิจารณามองภาคนี้อีกครั้ง

จะว่าไปแล้วนักลงทุนพลังงานไม่ได้เจอบรรยากาศแบบนี้มานานนับตั้งแต่ที่ราคาน้ำมันพังลงเมื่อสองสามปีก่อน  โอเปกโดยการนำของซาอุดีอาระเบียได้ทำสงครามราคากับสหรัฐฯในปี 2558 ด้วยการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อทำให้ซัพพลายล้นตลาด การเคลื่อนไหวนี้ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงจาก 100 ดอลลาร์เหลือเพียง 26 ดอลลาร์ และทำให้อุตสาหกรรมน้ำมันในสหรัฐฯซวนเซ

แต่ราคาน้ำมันได้ฟื้นตัวขึ้นอย่างช้า ๆ  การผลิตน้ำมันในชั้นหินดาลในสหรัฐฯบูม และสภาคองเกรสยกเลิกการห้ามส่งออกน้ำมันที่มีมานาน 40 ปี ในปี 2559 และรัสเซียซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันใหญ่สุดของโลก ได้ตกลงลดการผลิตด้วย จนในที่สุดก็ทำให้ราคาน้ำมันโลกหยุดดิ่ง

ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ความวุ่นวายในซีเรีย และการลดการผลิตในเวเนซุเอลา ได้ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น 17% นับตั้งแต่ต้นปีนี้

อย่างไรก็ดี ความทรงจำในช่วงที่ราคาน้ำมันดิ่งลงเหวยังคงอยู่ในหัวนักลงทุน และนั่นทำให้หุ้นพลังงานไม่สามารถดีดตัวได้มากในปีนี้แม้ว่าราคาน้ำมันสูงขึ้น  

นั่นเป็นเพราะนักลงทุนกลัวว่าการผลิตที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐฯจะทำให้น้ำมันล้นตลาดอีกครั้ง และนักลงทุนกลัวว่าบริษัทน้ำมันซึ่งกำลังทุ่มเงินเข้าสู่โครงการแพง ๆ จะเจ็บตัวหากราคาน้ำมันลดลงอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า หุ้นพลังงานจะดีดตัวต่อไปตราบเท่าที่ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในโซน Goldilocks หรือในช่วง 60-80 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่ากำลังดี เพราะไม่ต่ำเกินไปจนทำให้ซัพพลายล้นเหลือ และไม่สูงเกินไปจนไปจำกัดดีมานด์