KAsset ควัก212ลบ. จ่ายปันผล2กองทุน

KAsset ควัก 212 ลบ. จ่ายปันผลกองทุน K-SELECT และ K-PROP

นางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด หรือ บลจ.กสิกรไทย (KAsset) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนรวมหุ้นจำนวน 2 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนเปิดเค ซีเล็คท์ หุ้นทุน (K-SELECT) ในอัตรา 0.27 บาทต่อหน่วย สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 – 31 พฤษภาคม 2561

รวมทั้งกองทุนเปิดเค พร็อพเพอร์ตี้ เซคเตอร์ (K-PROP) ในอัตรา 0.27 บาทต่อหน่วย สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 – 31 พฤษภาคม 2561 โดยทั้ง 2 กองทุนดังกล่าวจะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีรายชื่ออยู่ในสมุดทะเบียน ณ เวลา 8.00 น. ของวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 และมีกำหนดจ่ายเงินปันผลดังกล่าวพร้อมกันในวันที่ 14 มิถุนายน 2561 นี้ รวมมูลค่าเงินปันผลทั้งสิ้น 212.46 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานของกองทุน K-SELECT ที่ผ่านมา นางสาวธิดาศิริกล่าวว่า หากนับรวมการจ่ายปันผลในครั้งนี้ด้วย กองทุนมีการจ่ายปันผลแล้วทั้งสิ้น 26 ครั้ง รวมเป็นอัตรา 11.91 บาทต่อหน่วย โดยในรอบผลดำเนินงาน 1 ปีที่ผ่านมา กองทุนจ่ายปันผลไปแล้ว 2 ครั้ง รวมทั้งสิ้นในอัตรา 1.03 บาทต่อหน่วย หรือสามารถคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ย (Dividend Yield) อยู่ที่ 12.10% ต่อปี

ขณะที่กองทุน K-SELECT มีผลตอบแทนย้อนหลัง 6 เดือนอยู่ที่ 3.28% ใกล้เคียงกับเกณฑ์มาตรฐาน (SET TRI) ซึ่งอยู่ที่ 3.68% ส่วนผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 19.81% เอาชนะเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งอยู่ที่ 13.94% (ข้อมูล ณ 31 พ.ค. 61)

ส่วนกองทุน K-PROP ซึ่งเพิ่งจัดตั้งไปเมื่อ 1 มิ.ย. 59 ที่ผ่านมา กองทุนมีการจ่ายปันผลแล้วทั้งสิ้น 6 ครั้ง รวมเป็นอัตรา 1.50 บาทต่อหน่วย หน่วย โดยในรอบผลดำเนินงาน 1 ปีที่ผ่านมา กองทุนจ่ายปันผลไปแล้ว 3 ครั้ง รวมทั้งสิ้นในอัตรา 1.12 บาทต่อหน่วย หรือสามารถคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ย (Dividend Yield) อยู่ที่ 10.69% ต่อปี

ขณะที่กองทุนดังกล่าวมีผลตอบแทนย้อนหลัง 6 เดือนอยู่ที่ 2.83% โดยสามารถเอาชนะเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งอยู่ที่ 0.73% และผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 11.48% โดยสามารถเอาชนะเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งอยู่ที่ 9.17% (ข้อมูล ณ 31 พ.ค. 61)

ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดย GDP ไตรมาส 1/61 ขยายตัว 4.8% สูงสุดในรอบ 5 ปีและดีกว่าที่ตลาดคาดที่ 3.9% ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวเร่งขึ้นของเศรษฐกิจโลก การส่งออกและการท่องเที่ยว รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนที่ปรับเพิ่มขึ้น

ส่วนสภาพคล่องในประเทศที่ยังอยู่ในระดับสูง และอัตราดอกเบี้ยในประเทศที่อยู่ในระดับต่ำ โดยคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังคงดอกเบี้ยนโยบายไปทั้งปี 2561 เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจที่เริ่มมีการฟื้นตัว โดยบลจ.กสิกรไทยคาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยปลายปี 2561 อยู่ที่ระดับ 1,800 – 1,850 จุด บนปัจจัยพื้นฐานที่ระดับ P/E ปี 2561 ประมาณ 16.3-16.8 เท่า

ด้านมุมมองการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ช่วงที่ผ่านมามีการปรับตัวขึ้นได้บ้างหลังจากมีแรงขายในช่วงต้นปี

โดยในเดือนเมษายนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปีอยู่ที่ระดับ 3% ขณะที่เดือนพฤษภาคมปรับลงมาอยู่ที่ 2.83% ซึ่งคาดว่าตลาดได้ผ่อนคลายความกังวลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด ส่งผลให้สินทรัพย์ประเภทกองทุนอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวได้

ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทยยังมีมุมมองเป็นบวกต่อการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาฯ และ REITs ทั้งในไทยและสิงคโปร์ โดยในประเทศไทย กองทุนจะเน้นการลงทุนในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ประเภทค้าปลีกและ อาคารสำนักงานที่มีแนวโน้มที่จะให้ผลตอบแทนที่มั่นคง

ส่วนในประเทศสิงคโปร์จะเน้นลงทุนในกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจะได้รับผลบวกจากสภาพเศรษฐกิจที่พื้นตัว โดยเฉพาะกลุ่มอาคารสำนักงาน กลุ่ม Industrial กลุ่มโรงแรม และกลุ่ม Data Center

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม คือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่อาจปรับตัวขึ้นเร็วกว่าที่ตลาดคาด อาจส่งผลให้ผลตอบแทนหรือเงินปันผลของสินทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์มีความน่าสนใจลดลง” นางสาวธิดาศิริกล่าว