TFG ลุ้นฟื้นตัว

คุณค่าบริษัท

แนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG โดยเฉพาะช่วงปี 2562 เชื่อว่ายอดขายและรายได้มีโอกาสเติบโตขึ้น จากปริมาณขายทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น หลังจากทางบริษัทมีการเจาะตลาดใหม่ ๆ และส่งสินค้าใหม่ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงเข้าไปบุกตลาดต่างประเทศที่มีความต้องการเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ TFG ยังให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ลดต้นทุนจากการบริหารจัดการให้ดีขึ้น เช่น การบริหารจัดการการเก็บสินค้าคงเหลือ การบริหารจัดการระบบการขนส่ง การจัดการสั่งซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ เป็นต้น ขณะเดียวกันบริษัทยังลดต้นทุนจากการเพิ่มประสิทธิภาพของไลน์ผลิตจากการลงทุนในเครื่องจักร Automation ซึ่งจะทำให้บริษัทมี Cost Saving เกิดขึ้นจากการดำเนินการและเริ่มเห็นผลตั้งแต่ต้นปี 2562

ส่วนของโรงงานไก่ปรุงสุก ในปีนี้จะเป็นพระเอก ชูโรงช่วยผลักดันรายได้ของบริษัทให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปัจจุบันมีออเดอร์ของลูกค้าจากต่างประเทศเข้ามาเป็นจำนวนมาก

ขณะที่ส่วนของโรงฟักลูกไก่ ที่ได้ขยายการลงทุนในปีที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตลูกไก่ได้มากขึ้น รวมถึงการเพิ่มผลผลิตจากแม่สุกร ที่สามารถผลิตลูกสุกรได้มากขึ้น และการสูญเสียที่น้อยลง จากการนำเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาใช้ ส่งผลให้สามารถส่งลูกไก่ และลูกสุกร ป้อนตลาดได้มากขึ้น

แม้ว่านักวิเคราะห์มีการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2562-2563 ลดลงจากคาดการณ์เดิม 18% และ 13% ตามลำดับ สะท้อนผลต้นทุนจากข้าวโพดอาหารสัตว์เพิ่มขึ้นและค่าเสื่อมจากไลน์ผลิตใหม่ไก่ปรุงสุกที่เพิ่มขึ้น คาดรายได้รวมปี 2562-2563 เพิ่มขึ้น 7%-8% แบ่งเป็นธุรกิจไก่คาดมีอัตราเติบโต 10-15% เพิ่มขึ้นจากการส่งออกเป็นหลัก

โดยคาดปริมาณการส่งออกปี 2562-2563 เพิ่มขึ้น 25% และ 15% ตามลำดับ จากการส่งออกไปยุโรปและญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นหลังจากบริษัทเพิ่มไลน์การผลิตไก่ปรุงสุกกำลังการผลิตไลน์ใหม่ 12,000 ตันต่อปี คาดอัตราใช้กำลังการผลิตปีนี้ 50% รวมถึงส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้นคาดปีนี้รับรู้รายได้เต็มปี 1,200 ล้านบาท คาดธุรกิจสุกรมียอดขายเพิ่มขึ้น 10% จากงวดเดียวกันของปีก่อนจากสัดส่วนจำหน่ายสุกรชำแหละเพิ่มขึ้น คาดราคาสุกรปี 2562-2563 อยู่ที่ 67 บาทต่อกก.

ทั้งนี้นักวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ คาดแนวโน้มผลประกอบการปีนี้จะเริ่มฟื้นกลับจากราคาไก่และสุกรเริ่มปรับเพิ่มขึ้น และบริษัทเริ่มขยายไก่แปรรูปตลาดส่งออกไปญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มขึ้น ซึ่งมีมาร์จิ้นดีกว่าและมีความผันผวนของราคาน้อยกว่าไก่สด เปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายสะท้อนการปรับประมาณการใหม่อยู่ที่ 3.70 บาท

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. บริษัท นิวสตาร์ วิคเตอร์ จำกัด 1,592,166,596 หุ้น 31.14%
  2. นายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ 1,000,158,232 หุ้น 19.56%
  3. BNP PARIBAS HONG KONG BRANCH 970,000,000 หุ้น 18.97%
  4. BNP PARIBAS HONG KONG BRANCH 400,000,000 หุ้น 7.82%
  5. นายนัฐวุฒิ เตียวสมบูรณ์กิจ 268,256,871 หุ้น 5.25%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายชัยภัทร ศรีวิสารวาจา ประธานกรรมการ
  2. นายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ ประธานกรรมการบริหาร, กรรมการ
  3. นายประสิทธิ์ วสุภัทร กรรมการ
  4. นายเพชร นันทวิสัย กรรมการ
  5. น.ส.ศิริลักษณ์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ กรรมการ